จากบริบทโลกที่ถูกดิสรัปต์ด้วยแรงขับของเทคโนโลยีและมีตัวเร่งอย่างสถานการณ์โควิด-19 คนทั้งโลกมีวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ขยับเคลื่อนเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ผลักดันให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้เทคโนโลยีและเคลื่อนย้ายตัวเองสู่โลกดิจิทัลแบบเต็มตัว (Digital Transformation) เพื่อให้ไปต่อให้ได้ในโลก Next Normal

เทคโนโลยี AI, ระบบ Cloud, Internet of Things (IoT) ความเร็วของอินเทอร์เน็ต เครือข่ายสัญญาณ และอื่น ๆ อีกมากมาย กลายเป็นโอกาสสำคัญของกลุ่มธุรกิจที่ปรับตัวเร็วด้วยการบูรณาการของเทคโนโลยีเหล่านี้ในรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป

โดยตลอดระยะเวลามากกว่า 3 ปีที่ผ่านมา KBank ได้รับบทบาทสำคัญในการร่วมสนับสนุนและพัฒนาโครงสร้าง Digital Platform ด้วยการนำศักยภาพความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเทคโนโลยี มาร่วมพัฒนากับหน่วยงานชั้นนำด้านสาธารณสุข สถาบันการศึกษา และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการให้บริการ การใช้ชีวิตของผู้คนที่อยู่ใน Ecosystem ให้ได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ

คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า  ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาในช่วงกระแสการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นช่วงเวลาที่ KBank กับ KBTG ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับภูมิภาคของ KBank และพันธมิตรที่เป็นหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันสนับสนุนและร่วมพัฒนาการวางโครงสร้างเทคโนโลยีต่าง ๆ และเร่งพัฒนาบริการต่าง ๆ บน Digital Platform ที่มีโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน โจทย์สำคัญของธนาคารคือ การทำให้ Digital Platform ที่ธนาคารร่วมสนับสนุนและพัฒนาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ  เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ได้จำกัดแค่บริการทางการเงินเท่านั้น ด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีที่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญไปเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ของพันธมิตรชั้นนำที่อยู่ในแต่ละธุรกิจ เป็นการสร้าง Lifestyle Ecosystem ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการใช้ชีวิตยุคนี้ที่จะเติบโตไปด้วยกัน จะเสริมศักยภาพแก่กันและกัน และทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการต่าง ๆ ได้ง่าย สะดวกและปลอดภัย

KBank ได้ใช้เวลาพัฒนาและสนับสนุนการพัฒนา Digital Platform ให้กับหน่วยงานหลักของประเทศไทย ได้แก่ สถาบันอุดมศึกษา โดยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพัฒนาแอป CU NEX สำหรับนิสิต และแอป CU NEX STAFF สำหรับบุคลากร และพัฒนาแอปให้กับโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ 5 แห่ง และได้มีส่วนร่วมกับภาคการท่องเที่ยวพัฒนาแพลตฟอร์ม TAGTHAi

จนถึงวันนี้ Digital Platform หลากหลายรูปแบบได้เปิดให้ใช้งานเต็มรูปแบบ และสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยมีแกนหลักของโครงสร้าง Digital Platform ใน 3 ด้าน ได้แก่

  1. ระบบสารสนเทศ วางโครงสร้างการเชื่อมต่อข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางไว้อย่างเป็นระบบ และมาแสดงที่แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนและเวลาทำงาน และจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย
  2. พัฒนารูปแบบการใช้งานด้วย UX และ UI ที่ใช้งานง่าย ผู้ใช้งานสามารถจัดการขั้นตอน ในการเข้ารับบริการต่าง ๆ บนสมาร์ตโฟนด้วยตัวเองได้เกือบทั้งหมด
  3. เชื่อมต่อระบบการชำระเงินบนแอป เพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการ โดยนำบริการด้านการเงินจาก Business Ecosystem ขององค์กรไปเชื่อมต่อระบบการชำระเงินผ่านแอปที่รองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ และยังช่วยให้ข้อมูลการเงินเข้าสู่ระบบการจัดการได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น

สนับสนุนการพัฒนา Digital Healthcare Platform ร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ 5 แห่ง

Health Tech เป็นเมกะเทรนด์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลก ในภาวะที่ทั่วโลกต่างเผชิญกับวิกฤตโควิดและต่างต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเป็นส่วนสำคัญที่จะยกระดับให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยในเดือนกรกฎาคม ระบุว่า ในปี 2564 การใช้จ่ายสำหรับ Health Tech ในประเทศไทยอยู่ที่ราว 300-400 ล้านบาท แต่จากสถานการณ์การระบาดของโควิดที่เร่งให้ Health Tech เข้ามามีบทบาทในการบริการสุขภาพ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและอำนวยความสะดวก ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ของประเทศไทย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น โดยปัจจุบันการใช้ Health Tech ของภาคธุรกิจ (B2B) เน้นไปที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สำหรับการจัดการภายในองค์กรและยกระดับการบริการ เช่น ระบบจัดการข้อมูลผู้ป่วย ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล หุ่นยนต์บริการดูแลผู้ป่วย เป็นต้น

หนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ โรงพยาบาลที่เป็นหน่วยบริการด้านสุขภาพ เร่งพัฒนาศักยภาพการบริการด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือ ระบบบริหาร ด้านบริการ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนทำงาน ลดระยะเวลา เพิ่มความสะดวก และปลอดภัย

ในส่วนของภาครัฐ เราได้เห็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเป็น Smart Hospital อย่างเต็มกำลัง ขณะที่บทบาทของภาคเอกชนอย่าง KBank ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ในภาคสาธารณสุข

โดย KBank ได้ร่วมมือพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลรัฐ 5 แห่ง คือ รพ. จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, รพ. ชลบุรี, รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รพ. ราชวิถี และสถาบันประสาทวิทยา เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพสู่การเป็น Smart Hospital เพราะนอกจากเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้คนเข้าถึงการบริการสุขภาพและสาธารณสุขที่ดีขึ้นในวงกว้าง แบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ พัฒนาการบริหารงานของโรงพยาบาลให้ก้าวหน้าแล้ว ยังทำให้ผู้ป่วยได้รับประสบการณ์การรักษาที่ดีขึ้นด้วย

แอปพลิเคชันของโรงพยาบาลที่ KBank ได้ร่วมพัฒนา มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจและตอบโจทย์การเข้ารับบริการของคนไข้ที่สะดวก และลดความเสี่ยงจากโควิด-19 มากขึ้น อาทิ การลงทะเบียนนัดหมายเพื่อพบแพทย์หรือกดรับบัตรคิวบนแอปที่ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามารอคิวแต่เช้า, การมีบริการใบนำทางที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่สับสนในการเข้ารับบริการแต่ละจุดในโรงพยาบาล ฯลฯ

สำหรับการร่วมขับเคลื่อนบริการสาธารณสุข ยกระดับโรงพยาบาลให้เป็น Smart Hospital ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้  KBank อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ร่วมกันพัฒนาโครงการ Smart OPD ให้กับ 11 โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (สนพ.) โดยจะเป็นรูปแบบแอปเดียวใช้ได้ทั้ง 11 โรงพยาบาล

ประสบความสำเร็จกับแพลตฟอร์ม CU NEX สู่ Digital Lifestyle University

​แพลตฟอร์ม CU NEX ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พัฒนาร่วมกับ KBank และ KBTG ได้เปิดใช้บริการมา 3 ปีแล้ว โดยมียอดดาวน์โหลดใช้งานของนิสิตกว่า 70,000 คน จากการที่แอปพลิเคชันมีฟีเจอร์สำคัญต่าง ๆ เช่น การแจ้งข่าวสารสำคัญ, การดูตารางเรียนตารางสอบ, การชำระค่าเล่าเรียน, สิทธิพิเศษ, การขอทุน ง่ายผ่านแอป ช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตทั้งในการเรียนและไลฟ์สไตล์นอกรั้วมหาวิทยาลัยให้เป็นไปอย่างสะดวกสบาย

CU NEX ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมโยงการศึกษาและการใช้ชีวิตของนิสิต อาจารย์และบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างราบรื่น และยังได้ขยายการใช้งาน CU NEX ไปสู่กลุ่มบุคลากร ด้วยการเปิดบริการแอปพลิเคชัน CU NEX STAFF รองรับการใช้งานของบุคลากรจุฬาฯ จำนวน 8,000 คน

โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนิสิต อาจารย์ และบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน CU NEX และ CU NEX STAFF ในการเชื่อมต่อกิจกรรมและหน่วยงานต่าง ๆ ในช่วงสถาณการณ์ โควิด- 19 ได้ผ่านสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องเสี่ยงออกจากบ้านเพื่อมามหาวิทยาลัย เนื่องจาก CU NEX ออกแบบให้ใช้งานง่ายและพร้อมใช้งานได้ทันที ทั้งการเลือกตั้งผ่านแอป, ข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องการจองวัคซีน รวมถึงการให้ข้อมูลเรื่องขั้นตอนการจองวัคซีน ฯลฯ ส่วน CU NEX STAFF ก็เอื้อให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถ Work from Home ได้จากทุกที่ โดยมีฟีเจอร์ Clock in/out สำหรับการลงเวลาปฏิบัติงานผ่านแอปได้ง่ายและสะดวก นับเป็นการยกระดับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Digital Lifestyle University ไปอีกขั้น

โดยเป้าหมายต่อไปของ KBank ในการพัฒนา CU NEX  คือ การต่อยอดแพลตฟอร์มนี้ให้เป็น Single Portal ให้นิสิตเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรม จัดกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิด Creative and Lively Content บนแอป CU NEX อย่างต่อเนื่อง และอัปเดตฟังก์ชันต่าง ๆ ให้ทันกับยุคสมัยและความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ CU NEX เป็นแพลตฟอร์มที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปสู่การเป็น Digital Lifestyle University อย่างเต็มรูปแบบ

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยั่งยืน

โจทย์สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระหว่างเตรียมพร้อมรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวภายใต้ชีวิตวิถีปกติใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ การปรับตัวและพัฒนาศักยภาพของการบริการที่คำนึงถึงสุขอนามัยมากขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเข้ามารองรับ เพื่อนำไปสู่ประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ (Seamless experience) และเข้าถึงพื้นที่ระดับท้องถิ่น ลดการกระจุกตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลัก โดยนวัตกรรมเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยในธุรกิจท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ของประเทศ เข้าถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

​แอป TAGTHAi เป็นแพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวในทุกมิติ โดย บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ KBTG บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของ KBank ร่วมกันพัฒนามากว่า 3 ปี โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติใช้งานกว่า 180,000 ราย เชื่อมโยงข้อมูลการท่องเที่ยว สินค้าและบริการของผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบครบวงจร ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ความร่วมมือในการผลักดันแอป TAGTHAi  ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างนิเวศทางธุรกิจ และ Big Data ที่ไหลเวียนในระบบจะเป็นประโยชน์ในการประมวลผล เพื่อนำไปพัฒนาเชิงการตลาดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโต รับกับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดช่องทางการขายให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และอื่น ๆ ใช้โอกาสดังกล่าวในการเพิ่มศักยภาพของตนเพื่อเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวในวงกว้างผ่านแอป TAGTHAi

จากที่เล่ามาทั้งหมด ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า Digital Platform ที่ KBank ร่วมพัฒนาเป็นมากกว่าแค่ธนาคารที่ดูแลเรื่องการเงิน ซึ่งความร่วมมือและให้การสนับสนุนกับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ KBank ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์บริการและนวัตกรรมแห่งอนาคต และมุ่งสู่การให้บริการมากกว่าความเป็นธนาคาร (Beyond Banking) และที่มากกว่าเทคโนโลยี คือ ผู้คนที่ใช้ชีวิต KBank จึงตั้งใจเอาความเชี่ยวชาญมาใช้สร้างสรรค์และทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม