มีอีกเหตุผลที่ทำให้เราต้องติดตามวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครน เพราะยิ่งความขัดแย้งยืดเยื้อผลกระทบก็ยิ่งจะลามมาถึงเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ด้วย

แวดวงเกษตรกรรมกำลังเครียดกับการติดตามสงครามในยูเครน เพราะการที่รัสเซียเป็นประเทศส่งออกแร่ธาตุหลัก ๆ ในการผลิตปุ๋ยรายใหญ่ รวมถึงเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกปุ๋ยรายใหญ่เองด้วย หากสถานการณ์ลากยาวออกไปหรือรัสเซียอาจใช้ปุ๋ยมาต่อรอง ทำให้ราคาปุ๋ยที่แพงอยู่แล้ว จะแพงขึ้นอีก จนทำให้ราคาอาหารแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ใครที่เคยคิดกันว่าสงครามในยูเครนเป็นเรื่องไกลตัว กระทบแค่กับประเทศในยุโรปและดีดราคาแก๊สกับน้ำมันให้แพงขึ้น อาจต้องคิดใหม่ เพราะนอกจากเป็นแหล่งพลังงานแล้ว รัสเซียที่บุกรุกยูเครนมากว่าครึ่งเดือน ยังมีความสำคัญต่อแวดวงการเกษตรอีกด้วย

รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกแอมโมเนีย โพแทช และยูเรีย สามแร่สำคัญต่อการผลิตปุ๋ยรายใหญ่ ครองสัดส่วน 20% 18% และ 15% ในตลาดโลก

นี่ยังทำให้รัสเซียสามารถผลิตปุ๋ยได้เองและเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่สุดของโลก โดยข้อมูลเมื่อปี 2020 ระบุ ว่ารัสเซียทำรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกปุ๋ย 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 231,000 ล้านบาท)

ทว่าจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด การขนส่งที่ติดขัดและวิกฤต Supply chain รวมไปถึงน้ำมันที่แพง จึงดันต้นทุนแร่เหล่านี้ในปีนี้แพงขึ้นไปหลายเท่าตัว เฉพาะแอมโมเนียเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาราคาก็เพิ่มขึ้นเป็นตันละ 1,492 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,200 บาท) แล้ว  

ดังนั้น เมื่อรัสเซียเปิดฉากทำสงครามกับยูเครน และสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรต่างใช้มาตรการต่าง ๆ คว่ำบาตรรัสเซีย จึงเป็นการเพิ่มปัจจัยลบที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตปุ๋ย กระทบไปถึงต้นทุนในการเพาะปลูกของเกษตรกรทั่วโลก และหากสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อ ราคาอาหารอาจแพงขึ้นอีก

เรื่องนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเริ่มมีแนวโน้มว่ารัสเซียจะใช้ปุ๋ยเป็นเบี้ยในการต่อรองและตอบโต้การคว่ำบาตร  โดย The Wall Street Journal รายงานว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซียกำลังพิจารณาระงับการส่งออกปุ๋ย

Svein Tore Holsether–CEO ของ Yara

ด้าน Svein Tore Holsether–CEO ของ Yara บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่สุดของโลกสัญชาตินอร์เวย์ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครน ทั้งสำนักงานในยูเครนเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียและราคาแร่ที่ใช้ผลิตปุ๋ยจากรัสเซียที่แพงขึ้น จึงต้องติดตามสถานการณ์วันต่อวัน

CEO ของ Yara กล่าวทิ้งท้ายว่า ต่อไปอาจต้องลดการพึ่งพารัสเซีย โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือเลวร้ายลง ราคาอาหารทั่วโลกจะแพงขึ้น ซึ่งฝ่ายที่จะได้รับผลกระทบมากสุดคือบรรดาประเทศยากจน/theconversation, bbc, wsj



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน