จากมาตรฐานกต่างๆของภาครัฐ ในปีนี้ RS มั่นใจว่าปีนี้จะได้เห็นเจ้าของสินค้ากล้าใช้จ่ายงบโฆษณามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสื่อสารมีแนวโน้มใช้งบโฆษณาเพิ่ม เพื่อประชาสัมพันธ์บริการใหม่4G และทีวียังเป็นสื่อหลักที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เพราะมีความคุ้มค่าที่จะใช้พื้นที่โฆษณาด้วยมากที่สุด อย่างไรก็ดี แม้สื่อทีวีจะมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด แต่การแข่งขันก็เข้มข้นและดุเดือดด้วยเช่นกัน คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในช่องที่ครองเรตติ้ง 5 อันดับแรก ส่วนที่เหลือจะกระจายตัวไปตามช่องที่วางโพซิชั่นนิ่งตัวเองเป็นเซกเมนต์ชัดเจน และ RS แผนธุรกิจ RS จะเป็นอย่างไรในปีนี้

เป้าหมาย 4,500 ล้านบาท

เป้า RS ปีนี้ 4.5 พันล้านบาท เติบโต 27% กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 10% การเติบโตที่น่าสนใตนี้มาจากจุดแข็งเป็นบริษัทบันเทิงครบวงจร ด้วยการดึงทุกกลุ่มธุรกิจในเครือผนวกกำลังเข้าส่งเสริมซึ่งกัน และการผลิตคอนเทนต์โดนใจผู้ชม ได้แก่ ละคร วาไรตี้ กีฬา และข่าว

แบ่งสัดส่วนรายได้เป็น

-ธุรกิจสื่อ 65% ประกอบด้วย

ช่อง 8 สัดส่วน 70%

คลื่นวิทยุคูล93 สัดส่วน 20%

ช่อง 2 และสบายดีทีวี สัดส่วน 10%,

-จากธุรกิจเพลง, ธุรกิจอีเวนต์ และธุรกิจอื่นๆ

 

ลงทุนคอนเทนต์ 2,000 ล้านบาท

งบลงทุนในปีนี้ 2 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านคอนเทนต์

แบ่งเป็น

ช่อง 8 จำนวน 1 พันล้านบาท สำหรับลงทุนผลิตละครใหม่ไม่ต่ำกว่า 30 เรื่อง เพื่อรองรับการออกอากาศให้ครบทั้ง 7 วัน โดยปีนี้จะผลิตละครฟอร์มยักษ์ 1 เรื่องต่อไตรมาส ได้แก่ ล่าดับตะวัน เชลยศึก ระบำไฟ เป็นต้น

ผลิตรายการวาไรตี้, รายการกีฬา และรายการข่าวทุกช่อง จำนวน 800 ล้านบาท

พัฒนาระบบไอทีและโฆษณาประชาสัมพันธ์ 200 ล้านบาท เพื่อสร้างการจดจำและรับรู้ช่อง 8 ออกอากาศหมายเลข 27 โดยเริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา

 

ช่อง 8 เรียกเรตติ้ง

ปัจจุบันช่อง 8 ครองเรตติ้งอันดับ 4 ของประเทศ สามารถปิดยอดขายโฆษณาล่วงหน้าได้แล้วกว่า 60% จากเป้าที่ตั้งไว้ 2,000 ล้านบาท มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาทต่อนาที จากปีที่ผ่านมา 20,000 บาทต่อนาที

โดยมีราคาเสนอขายสูงสุดในช่วงละครและรายการยอดนิยมอย่าง “8 MAX มวยไทย” และ “มวยไทยตัดเชือก” ประมาณ 250,000-300,000 บาทต่อนาที ซึ่งขณะนี้ถือเป็นรายการมวยที่มีเรตติ้งสูงสุดของประเทศ และจะทยอยขึ้นราคาในทุกไตรมาสตามเรตติ้งที่เพิ่มขึ้น แต่ขึ้นกับเศรษฐกิจโดยรวม และชื่อว่าสิ้นปีนี้จะมีเรตติ้งจบอยู่ที่ 7-8 แสนคนต่อนาที จากปัจจุบัน 3.5 แสนคนต่อนาที