ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งวิกฤตสงครามยูเครน ความท้าทายในการจัดหางาน ค่าแรงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของหลาย ๆ ประเทศหลังวิกฤตโควิด ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ กำลังจะเพิ่มขึ้นในอีกเร็ว ๆ นี้

  1. น้ำมันเบนซินและดีเซล

จริง ๆ แล้วราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นก่อนจะมีวิกฤตสงครามยูเครนเสียอีก เพราะหลังจากช่วงล็อกดาวน์ ผู้คนก็เริ่มออกมาใช้ชีวิตและเดินทางกันเหมือนแต่ก่อน ส่งผลให้มีความต้องการน้ำมันในการเดินทางโดยพาหนะมากขึ้น

รวมถึงวิกฤตสงครามยูเครน ที่ยิ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และการเปลี่ยนแปลงราคาที่ปั๊มส่วนใหญ่จะพิจารณาจากราคาน้ำมันดิบ

ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ในขณะที่สหราชอาณาจักรจะยุติการน้ำเข้าน้ำมันจากรัสเซียให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ทางด้านสหภาพยุโรปก็กำลังพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซีย

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันจากผู้ผลิตรายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รัสเซียเพิ่มขึ้น จึงทำให้ราคาสูงขึ้น

  1. ค่าไฟฟ้า

หลังจากการล็อกดาวน์ความต้องการด้านพลังงานทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้น และแน่นอนว่ารัสเซียเองก็เป็นผู้เล่นเบอร์ต้น ๆ ในด้านผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติ รวมถึงยิ่งมีวิกฤตยูเครนก็ยิ่งส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก

ในสหราชอาณาจักร แม้จะได้รับก๊าซจากรัสเซียค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากราคาโลกที่ผันผวน ไทยเองก็เช่นกัน โดยล่าสุดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทะลุไปถึง 4 บาท/หน่วย จากเดิมที่ 24.77 สตางค์/หน่วย

  1. เฟอร์นิเจอร์

จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น การชะงักของห่วงโซ่อุปทานและค่าขนส่ง ทำให้เฟอร์นิเจอร์มีราคาสูงขึ้นมาก โดยบริษัทขนส่งสินค้าทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังจากการคลายล็อกดาวน์ ดังนั้นผู้ค้าปลีกจึงต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อขนส่งสินค้า

สมาคมผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวแทนในภาคอุตสาหกรรม ระบุว่า ต้นทุนของวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ ผ้า โฟม และเหล็ก ล้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเตือนว่าราคาสิ่งของพวกนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อปลายปีที่แล้ว Ikea ยักษ์ใหญ่ด้านเฟอร์นิเจอร์ได้ขึ้นราคาสินค้าและผลิตภัณฑ์ 10% ในสหราชอาณาจักร เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น

  1. น้ำมันและไขมัน

เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดอกทานตะวันรายใหญ่ของโลก วิกฤตสงครามในครั้งนี้ก็ได้ขัดขวางการส่งออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ราคาสูงขึ้น

“Edicle Oils” ผู้ผลิตขวดน้ำมันสำหรับประกอบอาหารรายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ระบุว่า อุปทานของน้ำมันดอกทานตะวันใกล้จะหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตอาหารบางรายจึงหันไปใช้ส่วนผสมอื่น เช่น น้ำมันคาโนลา แต่ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้น้ำมันพวกนี้แพงขึ้นด้วยเช่นกัน

  1. นมและชีส

ปุ๋ย นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และเนื่องด้วยวิกฤตสงครามอีกเช่นเคย ส่งผลให้ต้นทุนสำหรับเกษตรกรนั้นแพงขึ้น นมและชีสก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ

โดยราคานมในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และแพงกว่าปีก่อนหน้าถึง 13.2%

เดวิด คริสเทนเซ่น เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในอังกฤษ ระบุว่า ปุ๋ยของเขาแพงขึ้นจาก 350 ยูโร เป็น 900 ยูโร ในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และนั่นก็ส่งผลให้ราคานมและชีสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้บริโภคเนื่องจากนมและชีสถือว่าเป็นอาหารหลักของผู้คน


ที่มา: bbc.com

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน