สมัยนี้ไม่ว่าอะไรๆ ก็จำเป็นจะต้องใช้ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ กันทั้งนั้น เพราะการทำตามคนอื่นนั้น ‘ยาก’ ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จและโดดเด่นขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อพูดถึงคำว่าความคิดสร้างสรรค์ หลายคนก็เกิดอาการท้อขึ้นมาทันที เพราะมักจะคิดว่าความ creative นี้เป็นพรสวรรค์เฉพาะบุคคล

ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด ไม่เชื่อก็ลองถามตัวคุณเองดู ว่าเด็กๆ เคยคิดหรือจินตนาการอะไรเพี้ยนๆ เอาไว้ไหม เช่นอยากจะสร้างนู่นสร้างหรือ หรืออยากจะทำนู่นทำนี่ แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

แต่คนที่ถูกมองว่าเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ จะแตกต่างกับคนทั่วไปตรงที่ คนกลุ่มนี้รู้จักดึงความคิดสร้างสรรค์ที่ตัวเองมีอยู่ออกมาใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และในความเป็นจริงความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ลอยมาตามอากาศที่อยู่ดีๆ แวบเข้ามาในหัวแล้วทำให้คนเราปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่เกิดมาจากคำว่า ‘แรงบันดาลใจ’

เพราะโลกของเรามีนานมาหลายพันปี การจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาแบบที่ไ่ม่เคยมีใครทำมาก่อน จึงเป็นอะไรที่เป็นไปได้ยาก เราจึงทำได้เพียงแต่สร้างสิ่งใหม่ๆ จากแรงบันดาลใจที่เคยมีมาในอดีต ด้วยสูตรที่ครีเอทีฟชื่อดังหลายๆ คนใช้กัน อย่างสูตร 1+1= new

สูตร 1+1= new ที่ว่านี้ก็คือการที่นำสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วในอดีต 2 อย่าง มารวมกัน ด้วยวิธีใหม่ และทำให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา ส่วนวิธีการหา 1 ของแต่ละคน ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่สั่งสม ยิ่งได้อ่านหรือได้เจออะไรมาก ก็ยิ่งทำให้เรามี reference ในหัวมากขึ้นตามไปด้วย

คนที่ได้อ่านมาก ดูมาก ฟังมาก และมีประสบการณ์มาก เมื่อถึงสถานการณ์ที่จำเป็นจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ก็จะทำให้เขามี ‘1’ ในหัวมากกว่าคนอื่นๆ และจะทำให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้นตามไปด้วย

ฉะนั้นแล้ว การที่คนๆ หนึ่งจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้มากขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่า คนๆ นั้นมีประสบการณ์ มีreference ในหัว และรู้จักเอามันมาทำให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร ก็เท่านั้นเอง