ในอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์จีนอาจต้องเผชิญความท้าทายใหม่ ท่ามกลางการเดินหน้าผลิต EV ออกสู่ตลาดแบบเต็มกำลัง

เริ่มมีความกังวลว่าจีนอาจประสบปัญหาผลิตรถ EV ได้มากเกินความต้องการ หลังรัฐบาลเร่งผลักดันรถกลุ่มนี้ออกสู่ตลาดด้วยการอนุมัติการผลิตเร็วเกินไป โดยผลเสียที่ปรากฏให้เห็นแล้วคือการขาดทุนจนต้องปิดตัวไปของค่ายรถบางแห่ง และการปรับแผนในจีนของแบรนด์ต่างชาติ

รัฐบาลจีนในยุคของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สั่งเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง นำมาสู่การขยายตัวอย่างคึกคักของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์

ในอุตสาหกรรมประเภทหลัง พาหนะที่ใช้พลังงานรูปแบบใหม่ (New Energy Vehicles- NEV) ถือว่ามีความสำคัญ ยืนยันได้จากยอดขาย 3.52 ล้านคันในปี 2021 เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 160% และในปี 2022 นี้อาจเพิ่มเป็น 5 ล้านคัน

พร้อมกันนี้ยังมีข้อมูลอีกว่า รถในบรรดากลุ่ม NEV ของจีนทั้งหมด รถ EV ครองสัดส่วนสูงสุด โดยปี 2021 ทำยอดขายได้ถึง 2.91 ล้านคัน มากกว่าสหรัฐฯ ที่ในปีเดียวกันทำยอดขายได้ไม่ถึง 1 ล้านคัน ฝ่ายทางรัฐบาลจีนก็เร่งอนุมัติให้บรรดาค่ายรถผลิตรถให้ได้ตามเป้าที่กำหนดไว้

นี่ทำให้จีนกลายเป็นตลาดรถ EV ใหญ่สุดในโลก ก่อให้เกิดการลงทุนผลิตและสร้างโรงงานจากทั้งค่ายรถจีนเองและค่ายรถต่างชาติมากมาย

ทว่ากำลังมีการจับตามองถึงระเบิดเวลาที่เริ่มทำงาน และการเรียกร้องให้รัฐบาลปลดชนวนปัญหาก่อนที่จะลุกลามบานปลาย

มีรายงานว่าค่ายรถ Dongfeng ใช้เวลาขออนุมัติสร้างโรงงานผลิตรถกลุ่ม NEV กำลังผลิต 1 แสนคันต่อปี จากฝ่ายปกครองเมืองอู่ฮั่นเพียงวันเดียวเท่านั้น

ด้าน Volkswagen ก็ใช้เวลาไม่นาน ในการขออนุมัติสร้างโรงงานรถกลุ่มเดียวกันที่มีกำลังผลิต 150,000 ต่อปี และมีแนวโน้มว่า Honda จะได้ไฟเขียวสร้างโรงงานผลิตรถ NEV ในจีนเช่นกัน

นี่ทำให้มีความกังวลกันว่า ต่อไปตลาดรถกลุ่ม NEV ของจีนที่ประกอบไปด้วยรถ EV ประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่รถเครื่องยนต์ลูกผสม (Hybrid) ไปจนถึงรถ EV เต็มรูปแบบ อาจเกิดปัญหาผลิตได้มากเกินความต้องการ (Oversupply)

มีการประเมินว่า ภายในปี 2025 โรงงานรถ NEV ในจีนทั้งหมดจะสามารถผลิตรถออกมาได้ถึง 15 ล้านคัน แต่ยอดขายอาจอยู่ที่เพียง 7 ล้านคันเท่านั้น

นี่จึงเป็นสัญญาณว่าปัญหารถล้นตลาดมีแนวโน้มเกิดขึ้น และถ้าไม่ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง อาจส่งผลต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เพราะปัจจุบันจีนมีบริษัทที่ผลิตรถกลุ่ม NEV อยู่มากถึง 200 บริษัท

สัญญาณเตือนถึงระเบิดเวลาดังกล่าวปรากฏให้เห็นแล้ว ผ่านการล้มละลายเมื่อปีที่แล้วของ Byton บริษัทรถ EV ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ส่วน Zotye ที่ร่วมทุนกับ Ford ก็ต้องปรับโครงสร้าง

ขณะที่ Hyundai ก็ยังเจาะตลาดรถ NEV ของจีนไม่ได้ตามเป้า จนปี 2021 ต้องขายโรงงานบางส่วนให้ Li Auto ค่ายรถจีนไป

Wang Fengying–CEO ของ Great Wall Motor หนึ่งในค่ายรถใหญ่ของจีน เรียกร้องให้รัฐบาลจีนกู้สถานการณ์ ด้วยการใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบกว่าเดิมและนานขึ้นก่อนอนุมัติสร้างโรงงาน เพื่อไม่ให้ปัญหารถกลุ่ม NEV ล้นตลาดบานปลายจนเกินเยียวยา

ด้าน Lin Nianxiu รองประธานคณะกรรมาธิการ ด้านการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีนก็เคยออกมาเตือนเมื่อเดือนมีนาคมว่า การทุ่มลงทุนอย่างไม่ลืมหูลืมตาอาจทำลายอุตสาหกรรมรถ NEV ของประเทศ/nikkei



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน