ในยุคที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 อย่างยาวนาน ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ผู้คนเริ่มมองหาและพร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น ยกตัวอย่างกระแสการบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ทำให้เราได้เห็นแบรนด์ต่าง ๆ เปิดตัวผลิตภัณฑ์พร้อมทำการตลาดรูปแบบใหม่ ส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

ล่าสุดกับการเปิดตัว “D7 คอมบูชะ” ที่นอกจากจะเป็นการประกาศรุกตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแล้ว ยังเป็นการกลับมาครั้งสำคัญของบริษัท ไทยแอทลาส โกลบอล ฟูด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย กาแฟกระป๋อง D7 กับสโลแกน “หอม เข้ม สะกิดใจ” ที่ติดหูคนไทยมานาน

ก่อนเจาะลึกถึง “D7 คอมบูชะ” Marketeer ขอเล่าเรื่องราวของแบรนด์ D7 ให้ฟังก่อนว่าเป็นอย่างไร

ย้อนกลับไปในปี 2550 ที่ตลาดกาแฟกระป๋องมูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท ณ ขณะนั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ต่างเข้ามาชิงส่วนแบ่ง หนึ่งในนั้นคือ กาแฟกระป๋องแบรนด์ “D7” (ดีเซเว่น) ที่เข้ามาพร้อมความโดดเด่นของรสชาติที่หอม เข้ม เน้นการพัฒนาสูตรให้ถูกใจผู้บริโภคโดยคำนึงถึงการให้ประโยชน์แก่สุขภาพเป็นสำคัญ

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้กาแฟกระป๋อง D7 แจ้งเกิดพร้อมขึ้นแท่นเบอร์ 3 ได้สำเร็จคือ การใช้พรีเซนเตอร์อย่าง “ป๋อ-ณัฐวุฒิ สะกิดใจ” เป็นแม็กเน็ตพร้อมสื่อสารสโลแกน “หอม เข้ม สะกิดใจ” ที่ติดหูกันทั่วบ้านทั่วเมืองในขณะนั้น

กอปรกับการตลาดแบบคลาสสิกที่ใช้กลยุทธ์แจกชิมทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมการตลาดแบบลูกทุ่ง ที่ใช้รถแห่โดยมีป๋อร่วมทำกิจกรรมด้วยทั่วประเทศเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น คนขับรถแท็กซี่ สิงห์รถบรรทุก รวมถึงหนุ่มสาวโรงงาน และพ่อค้าแม่ค้า ทำให้ D7 สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดกาแฟกระป๋องได้ไม่น้อย

หลังจากนั้น D7 ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาเรื่อย เช่น D7 กาแฟ 3 in 1, D7 Beautie coffee กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผงผสมใยอาหารและคอลลาเจน, D7 Kurve เครื่องดื่มชาไทยชนิดผง หรือดีเซเว่น แลคโต เครื่องดื่มผสมนมเปรี้ยวที่หมักด้วยจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสสูตรเฉพาะของ D7

คอมบูชะ การกลับมาแจ้งเกิดในสายสุขภาพของ D7

จากข้างต้นจะเห็นว่า D7 เริ่มให้ความสนใจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น และเป็นที่ชัดเจนเมื่อเปิดตัว “D7 คอมบูชะ” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ทำจากการนำชาไปหมักกับจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยชาที่หมักออกมาจะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานแถมยังอุดมไปด้วยวิตามินและคุณประโยชน์อีกมากมาย

คอมบูชะในบ้านเราเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มของคนรักสุขภาพ แต่อาจจะยังไม่แมสเท่าที่ควร นั่นหมายความว่า D7 เป็นเบอร์ต้น ๆ ที่จะทำให้คอมบูชะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

สำหรับจุดเด่นของ D7 คอมบูชะ คือการใช้ใบชาอู่หลง ที่มีสี กลิ่น และรสชาติที่ต่างจากใบชาชนิดอื่น ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนคอมบูชะจากแหล่งกำเนิด ใช้เวลาหมักนาน 30 วัน เพื่อให้ได้จุลินทรีย์ดีที่สุด

ซึ่งข้อดีของการหมัก 30 วัน คือทำให้กรดอะซิติกมีปริมาณสูงขึ้นตามระยะเวลาของการหมักที่นานขึ้น โดยกรดอะซิติกมีส่วนช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่เป็นตัวกระตุ้นการเกิดมะเร็งลำไส้ และลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด เพิ่มวิตามิน B ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน D ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เพิ่มไฟเบอร์พรีไบโอติก 7000 มก. ปรับสมดุลทางเดินอาหาร และกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย

โดยการทำตลาดในครั้งนี้ D7 คอมบูชะ ได้ “โบว์-เมลดา สุศรี” นางเอกแถวหน้าของเมืองไทย มาเป็นพรีเซนเตอร์ ทำหน้าที่ช่วยสื่อสารสร้างการรับรู้แบรนด์ ภายใต้สโลแกน “D7 ชาหมักคอมบูชะ หอม อร่อย มีประโยชน์” ตลอดจนการเพิ่มความแข็งแกร่งด้านช่องทางการขายด้วยการวางขายที่ 7-11 ทุกสาขา Lotus และห้างชั้นนำทั่วไป

ปัจจุบัน D7 คอมบูชะ ทำออกมา 2 รสชาติ คือ รสออริจินัลและรสผสมนมเปรี้ยว สนนราคาที่กระป๋องละ 30 บาท เมื่อเทียบรสชาติและคุณภาพของสินค้าถือว่าราคาถูกกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในท้องตลาด

แม้เครื่องดื่มคอมบูชะอาจจะยังไม่แมสแต่จากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ระบุว่า เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำผสมวิตามิน เครื่องดื่มวิตามิน และฟังก์ชันนอลดริงก์อื่น ๆ จะเติบโตได้ดีกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาด เนื่องจากยังสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อและมองหาเครื่องดื่มใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เฉพาะได้ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างที่กล่าวในข้างต้น ยังคงเป็นโอกาสให้ D7 คอมบูชะ ได้แจ้งเกิดในเวทีนี้อยู่ก็เป็นได้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน