The People

Jared Kushner : ลูกเขยโซเชียล


 

7 พฤศจิกายน หน้าข่าวกีฬา cnn.com โพสต์ Scoop ข่าวพร้อมบทวิเคราะห์ภายใต้ชื่อ Why 2016 is the year of the underdog ชี้ให้เห็นว่า 12 เดือนที่เพิ่งจบลงเป็นปีของไก่รองบ่อน หลังทีมนอกสายตาอย่าง Leicester City คว้าแชมป์ Premier League และ Joseph Schooling นักว่ายน้ำชาวสิงคโปร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิคเหรียญแรกให้บ้านเกิด วันรุ่งขึ้นชัยชนะแบบพลิกความคาดหมายของ Donald Trumpในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ คนทั้งโลกจึงประจักษ์ว่า 2016 เป็น Underdog Dog Year อย่างแท้จริง โดยสื่อหลายแขนงให้ทัศนะตรงกันว่าคนที่ปูทางสู่ทำเนียบขาวให้มหาเศรษฐีฝีปากกล้าคือ Jared Kushner ลูกเขยพูดน้อยซึ่งนำพลัง Social Media และ Big Data มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการหาเสียง

World Marketeer คนล่าสุด เป็นชาวอเมริกัน-ยิว เชื้อสายโปแลนด์เกิดเมื่อ 10 มกราคมในครอบครัวมหาเศรษฐีที่ Charles ผู้เป็นพ่อสร้างฐานะขึ้นมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรัฐ New Jersey และตามเมืองใหญ่ในภาคอีสานของสหรัฐ

ความมั่งคั่งของครอบครัวส่งให้เขากับน้องอีก 3 คน มีชีวิตความเป็นอยู่และการศึกษาดีตั้งแต่เด็ก หลังจบมัธยมปลายแม้ไม่ใช่คนหัวดี แต่ด้วยเงินบริจาค 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 85 ล้านบาท) ของบิดาพา Jared สู่มหาวิทยาลัย Harvard โดยปี 2003 เจ้าตัวเรียนจบจากสถานศึกษาชั้นนำของโลกแห่งนี้ในฐานะสังคมศาสตร์บัณฑิต

ปี 2004 ระหว่างศึกษาต่อหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) ไปพร้อมกับปริญญาโททางกฏหมายในมหาวิทยาลัย New York ชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน ต้องเข้ามาดูแลธุรกิจของครอบครัวชั่วคราว เพราะพ่อถูกจำคุกในคดีเลี่ยงภาษี บริจาคเงินหาเสียงให้นักการเมืองโดยผิดกฏหมาย และชี้นำพยาน

ขณะที่แม่ก็ทิ้งงานเพื่อไปเยี่ยมพ่อทุกวัน โดยจากคดีความของพ่อและเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ Jared คิดว่าจำเป็นที่ต้องมีสื่ออยู่ในมือ จึงไปสู่การซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ New York Observer เมื่อกลางปี 2006 และอีกไม่กี่เดือนถัดมาก็จัดการเปลี่ยนเป็นสื่อออนไลน์เต็มรูปแบบ

หลังพ่อพ้นโทษในปีดียวกัน Jared ตัดสินใจลงทุนเองครั้งใหญ่ครั้งแรกด้วยการนำเงิน 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 61,200 ล้านบาท) ของ Kushner Companies ซึ่งเขาและพ่อเป็นผู้บริหาร ซื้อ 666 Fifth Avenue อาคารสำนักงานในย่าน Manhattan ของนคร New York

แม้เกือบแย่จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในปี 2008 แต่ด้วยความสามารถด้านบริหารจัดการและทักษะในการเจรจาต่อรองก็ทำให้รอดพ้นวิกฤตมาได้ โดยในเวลาไล่เลี่ยกัน เขาได้ทำความรู้จัก Ivanka Trump ลูกสาวของพ่อตาในอนาคตผ่านการเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ เมื่อความรักสุกงอมทั้ง 2 ก็แต่งงานกันในปี 2009 โดยที่ฝ่ายหญิงยอมเปลี่ยนศาสนาเป็นยิวตามฝ่ายชาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้าโดยที่คู่บ่าวสาวเงินล้านคู่นี้ไม่รู้ตัว

ชีวิตสมรสของ Jared ดำเนินไปอย่างราบรื่น มีโซ่ทองคล้องใจกับ Ivanka 3 คนแต่เศรษฐีหนุ่มรูปงามก็ยังเป็นที่รู้จักเฉพาะแวดวงสังคมชั้นสูงของ New York ทว่าเริ่มปรากฏภาพตามสื่อมากขึ้นหลังเข้าไปช่วย Trump รณรงค์หาเสียง โดยช่วงแรกเขายอมรับไปในฐานะลูกเขยและคอยช่วยงานเล็กๆน้อยๆ แต่หลังเห็นว่าการปราศรัยในเมือง Springfield รัฐ Illinois เมื่อพฤศจิกายนปี 2015 มีคนให้ความสนใจเต็มความจุของสถานที่จัดงาน Jared จึงได้รับมอบหมายจากTrump ให้ดูแล Social Media โดยฝ่ายหลังอนุญาตให้นำบัญชีผู้ใช้ Twitter และ Facebook ของตนไปใช้ได้อย่างเต็มที่

ระดมหัวกะทิจาก Silicon Valley

Jared ตั้งทีมงานซึ่งประกอบไปด้วยหัวกะทิจาก Silicon Valley และ Digital Marketer ชั้นนำระดับโลกขึ้นมา จัดการติดอาวุธให้คนเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีทาง Internet ,Social Media ,Search Engine และระบุพิกัดของข้อมูล (Geolocation)

โดยนำ Big Data ที่ได้มาไปให้พ่อตาใช้ทั้งในการลงพื้นที่หาเสียง ระดมทุนและจัดการปราศรัย โดยเน้นประเด็นสำคัญที่ Trump ใช้เป็นธงนำในการหาเสียง เช่น การเปลี่ยนแปลง นโยบายทางการค้า การโจมตีระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลพรรค Democrat และที่ขาดไม่ได้ การเข้มงวดกับผู้อพยพหรือชาวต่างชาติ จากนั้นจึงกระจายสู่สื่อกระแสหลัก ขณะเดียวกัน Jared ยังตอกย้ำความเป็นสุดยอดลูกเขยและคนรักครอบครัวด้วยการปกป้องพ่อตาผ่านสื่อในมือ ติดต่อกับบุคคลสำคัญเพื่อเปิดเจรจาลดความขัดแย้ง และเข้าหาคนมากประสบการณ์ทางการเมือง เช่น Henry Kissinger อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนดังเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 1973 รวมถึงใช้สายสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตระกูลกลบกระแสต่อต้านยิวที่ Trump เคยพูดไว้ช่วงหาเสียง

ความสำเร็จของทีมงานภายในการนำของ Jared ยืนยันได้จากชัยชนะแบบหักปากหาเซียนเหนือนาง Hillary Clinton คู่แข่งจากพรรค Democrat ซึ่งยังให้น้ำหนักกับการใช้สื่อกระแสหลักอย่างโทรทัศน์ในการหาเสียงมากกว่า Social Media และเงินในการหาเสียงที่น้อยกว่าของ Hillary ถึงครึ่งหนึ่ง

โดยล่าสุด Trump ตอบแทนลูกเขยคนโปรดด้วยการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี ทำให้ Jared จะกลายเป็นแขกประจำของทำเนียบขาว พร้อมอาจได้เป็นบุรุษผู้มีอนาจสูงสุดอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ถัดจากประธานาธิบดี Trump และรองประธานาธิบดี Mike Pence ที่จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง 20 มกราคมนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ Jared ปราศจากประสบการณ์ทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

ที่มา : forbes.com ,theguardian.com ,bbc.com ,cosmopolitan.com ,bloomberg.com ,wikipedia.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer