นักแสดงหนุ่มอเมริกันรุ่นใหญ่ได้ยิ้มแก้มปริกับความสำเร็จของหนังและบทบาทสร้างชื่อ แม้ภาคต่อจะห่างกันเกือบ 40 ปีก็ตาม

Top Gun : Maverick หนังนักบินภาคต่อที่ Tom Cruise กลับมารับบทนำ ทำเงินจากการประเดิมฉายในสหรัฐฯ ไป 124 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,227 ล้านบาท) มากกว่าที่คาดกันไว้ ถือเป็นหนังทำเงินสูงสุดในสหรัฐฯ ระหว่างการเข้าฉายสัปดาห์แรก ทิ้งห่างสถิติที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ลงอย่างราบคาบ

หลังสถานการณ์โควิดทุเลาค่ายหนังทั่วโลกก็นำหนังโดยเฉพาะหนังดัง ๆ ที่เลื่อนมากว่า 2 ปีช่วงล็อกดาวน์ออกมาฉาย และพากันทำเงินถล่มทลาย ปลุกอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้ฟื้นตัว

Top Gun : Maverick ก็เป็นอีกเรื่องที่โดนพิษโควิดเล่นงาน ต้องเลื่อนฉายมาพักใหญ่ และเมื่อทยอยเข้าฉายก็มีแนวโน้มที่ดี ทำเงินได้ในระดับที่น่าพอใจ

ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าความอัดอั้นของคอหนัง พลังดาราของ Tom Cruise และฉากขับเครื่องบินรบสุดระห่ำที่สมจริง จะทำให้หนังภาคต่อเรื่องนี้ซึ่งห่างจากภาคแรกถึง 36 ปี น่าจะเปิดตัวในสหรัฐฯ ได้ 100 ล้านดอลลาร์ (3,400 ล้านบาท)

ปรากฏว่าผลออกมาดีกว่านั้นโดย Top Gun : Maverick ทำเงินในการเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อ 27-29 พฤษภาคมที่ผ่านมาไป 124 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,227 ล้านบาท) มากกว่าที่คาดกันไว้ ถือเป็นหนังเปิดตัวในสหรัฐฯ แรงสุดของ Tom Cruise

ทุบสถิติ 64.8 ที่ล้านดอลลาร์ (ราว 2,220 ล้านบาท) ที่ Wars of Worlds ทำไว้ในปี 2005 และทำให้ตัวเลขรายได้ทั่วโลกเพิ่มเป็น  248 ล้านดอลลาร์ (ราว 8,449 ล้านบาท) แล้ว

สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า จากการที่เป็นหนังภาคต่อจากยุค 80 ทำให้ผู้ชมเกินครึ่งของหนังเรื่องนี้เป็นคนอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ทันดูภาคแรกในโรงหรือได้ดูผ่านม้วนวิดิโอสมัยเด็ก ๆ

สำหรับ Top Gun นอกจากทำให้ Tom Cruise เปลี่ยนจากนักแสดงหนุ่มหน้าใสยุค 80 เป็นนักแสดงระดับโลกแล้ว ยังมีส่วนสำคัญทำให้แว่นกันแดดรุ่น Aviators ที่เขาสวมใส่ขายดี และช่วยให้ยอดสมัครเป็นนักบินเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์โดยที่กองทัพสหรัฐฯ ไม่ต้องเสียงบประชาสัมพันธ์อีกด้วย/cnbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน