เป็นใครต้องหนักใจทั้งนั้น หากต้องมารับงานถัดจากบุคคลากรมากประสบการณ์ที่อยู่มานานจนถูกยกให้เป็นตำนาน James Corden สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้ เมื่อต้นปี 2015 ตอนตกปากรับคำมานั่งเก้าอี้พิธีกร The Late Late Show with James Corden รายการใหม่ต่อจาก Late Show with David Latterman ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องในสหรัฐมากว่า 30 ปี

ทว่าหลังรับงานได้ไม่นาน นักแสดงหนุ่มอังกฤษหน้าเป็น เปี่ยมความสามารถก็ร่ายมนต์จนผู้ชมติดหนึบ ยอมถ่างตารอเฝ้าหน้าจอแลกกับเสียงหัวเราะก่อนนอน ปลุก Talk Showรอบดึกให้กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วย Rating ที่ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ CBS ยิ้มแก้มปริ พร้อมต่อเนื่องไปเรียกยอด View หลักร้อยล้านบนสื่อออนไลน์อีกด้วย

World Marketeer คนล่าสุด เกิดเมื่อ 17 มิถุนายน 1978 ที่กรุง London เป็นลูกคนกลางระหว่างพี่สาว น้องสาว มีพ่อเป็นนักดนตรีดุริยางค์กองทัพอากาศกับแม่เป็นเจ้าหน้าที่สังคมสังเคราะห์

จากนั้นย้ายตามครอบครัวไปยังอยู่ที่ Hazlemere เมืองแถบภาคกลางค่อนไปทางใต้ของอังกฤษ ค้นพบความสามารถด้านความบันเทิงตั้งแต่เด็ก โดยเขากล่าวถึงทักษะด้านนี้ไว้ว่า “ผมอยากทำให้ทุกคนมีความสุข จากทั้งการแสดง ร้องเพลง เต้นรำหรืออะไรก็ได้ที่เรียกรอยยิ้มและทำให้ใครๆต่างต้องหันมามอง” ซึ่งเป็นใบเบิกทางพาเขาไปวงการโทรทัศน์ ได้แสดงในภาพยนตร์และ TV Series ของบ้านเกิดหลายเรื่องปลายยุค 90 ประเดิมด้วย Twenty Four Seven หนังขวัญใจนักวิจารณ์ปี 1997 และ Renfords Rejects ซิตคอมกีฬาปี 1998

สร้างชื่อผ่าน Fat Friends และ Gavin & Stacey

ปีท้ายๆ ของยุค 2000 Corden เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่าน TV Series แนวตลกอย่าง Fat Friends และ Gavin & Stacey ซึ่งเรื่องหลังนำพารางวัลทางแสดงตัวแรกมาให้เขาด้วย

จากนั้นระหว่างปี 2010-2014 โอกาสงานในวงการบันเทิงก็เพิ่มขึ้น หลังขยับไปรับบทในหนังดังหลายเรื่อง เช่น Gulliver’s Travel ที่ได้ประกบ Jack Black ต่อด้วย Begin Again หนังเพลงยอดฮิตในบทเพื่อนสนิทผู้มีความสามารถทางดนตรีของนางเอก

และ Into the Woods หนังเพลงปี 2014 ที่ผู้ชมทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงความสามารถด้านการร้องเพลงของเขา โดยในกรอบเวลานี้หนุ่มร่างท้วมพ่อลูกสองยังได้ข้ามไปเล่นละครเวทีและทำได้ดีเสียด้วย จนคว้ารางวัล Tony Award สาขานักแสดงดีเด่นจากเรื่อง One Man ,Two Guvnors

2 ผลงานหลังสุดของนักแสดงตลกความสามารถรอบตัวขวัญใจชาวอังกฤษ ไปเตะตา Leslie Moonves ประธาน CBS และ Nina Tassler หัวหน้าฝ่ายรายการบันเทิงช่องเดียวกัน ซึ่งกำลังหาคนมาคั่นเวลาหลังรายการของ David Latterman ลาจอไป

ขณะที่ Stephen Colbert ผู้ที่ถูกวางตัวให้รับช่วงต่อยังอยู่ระหว่างสร้างชื่อ การที่ไม่เคยเป็นพิธีกรรายการประจำเต็มตัวมาก่อนและเป็นรายการโทรทัศน์ในสหรัฐด้วยทำให้ Corden ลังเลอยู่นานว่าจะปฏิเสธหรือตกลง แต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวเลือกทำอย่างหลังกับข้อเสนอของ CBS โดยให้เหตุผลว่า “เป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตที่อยากลองทำดูและไม่อยากต้องมาเสียดายทีหลังหากบอกปัดไป”

The Late Late Show with James Corden ประเดิมจอเมื่อเวลาราวเที่ยงคืนครึ่งของวันที่ 23 มีนาคม 2015 มี Tom Hanks และ Mila Kunis เป็นแขกรับเชิญคู่แรก ด้วยยอดผู้ชมล้นหลามถึง 1.66 ล้านคน ซึ่งถือเป็น Rating รายการรอบดึกคืนจันทร์ที่สูงสุดในรอบ 3 ปี

โดยจากรูปแบบรายการที่ให้แขกรับเชิญซึ่งมีผลงานช่วงนั้นมาทำอะไรสนุกๆ ร่วมกับ Corden เช่นการให้ Tom Cruise มาเล่นมุกล้อเลียนหนังสร้างของตัวเอง ทำให้แฟนรายการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แต่ช่วงที่ดังเป็นพลุแตกทั้งบน TV , Youtube และถูก Share ต่อกันไป Social Media ทั้งหลายจน Apple ต้องมาซื้อไปStreaming บนบริการ Apple Music คือช่วง Carpool Karaoke ที่พานักร้องดังหลากรุ่นหลายแนว ตั้งแต่ Elton John ,Stevie Wonder ,Justin Bieber ,Adele ,Chris Martin ไปถึงวง Red Hot Chili Pepper หรือแม้แต่ Michelle Obama ภริยาผู้นำสหรัฐ มานั่ง “ร้อง เล่น และคุย” ในรถที่ Corden ขับ

วิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่ทำให้รายการฮิตสุดๆ ขนาดนี้ จนประสบความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล Emmy ปี 2016สาขา Outstanding Interactive Program

และเป็นต้นแบบของรายการทั้งทาง TV หรือ Website ในประเทศอื่นทำตาม (โดยเฉพาะช่วง Carpool Karaoke) เกิดจากความสามารถรอบตัวและมุกที่แพรวแพรวของ Corden จนทำให้เหล่าแขกรับเชิญผ่อนคลาย ยอมทำอะไรที่ตลกแต่ไม่รู้สึกเป็นตัวตลก ซึ่งแทบทุกคนยอมรับว่า ทึ่งในตัวพิธีกร และสนุกมากที่ได้มาออกรายการ

ที่มา : wsj.com ,wikipedia.com ,biography.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน