แม้ธุรกิจเอเยนซี่ในไทยจะมีการแข่งขันที่สูงขนาดไหน แต่ในช่วงปี 3 ที่ผ่านมานี้กลับมีอีกหนึ่งน้องใหม่ที่กล้าจะกระโดดเข้ามาในวงการ ถึงจะเพิ่งเข้าสู่สนามได้ไม่นาน แต่ก็สามารถ Pitch ใจลูกค้าแบรนด์ดังไปได้แล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  Fitness First, Hyundai, Moccona, เมืองไทยประกันชีวิต และอื่น  ๆ อีกนับไม่ถ้วน

รวมไปถึงลูกค้ารายล่าสุดอย่าง Korea King แบรนด์สินค้าที่ได้ชื่อว่า Spend งบในการโฆษณามากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา!

สำหรับ DI AD (ไดแอด) ภายใต้การนำทีมของ CEO อย่าง โดม เกียรติสิริ เจริญศิริ นอกจาก Revenue ของบริษัทที่เติบโตขึ้นทุกปีจนถึงปีล่าสุดซึ่งอยู่ที่ 120 ล้านบาท อีกสิ่งที่ทำให้เราสนใจอยากจะมาพูดคุยกับ DI AD เกี่ยวกับประเด็นของ ‘เทรนด์ในวงการโฆษณาปี 2017’ นี้ก็คือความเชี่ยวชาญทางด้าน Media นั่นเอง

เพราะที่นี่จะซื้อ Media ด้วยการนำ Data ที่ได้จาก Tools ต่าง ๆ มาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จนสามารถยิงโฆษณาได้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เรียกได้ว่าเอาเงินของลูกค้ามาใช้ได้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

ส่วนมุมมองของโดมต่อเทรนด์ในวงการโฆษณาปี 2017 นี้จะเป็นอย่างไร มาหาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้กันเลย!

ข้อมูลล้น แต่คนจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นไม่เป็น

ในยุคที่มีคอนเทนต์ให้เสพกันมากมาย หลายคนจึงเกิดอาการ ‘ข้อมูลล้น’ ไม่รู้ว่าจะเลือกเอาอันไหนมาปรับใช้ดี ซึ่งอาการข้อมูลล้นแบบนี้ไม่ได้เป็นแค่กับผู้บริโภคทั่วไป แต่คนในวงการโฆษณาก็ต้องพบกับปัญหานี้เช่นกัน

เพราะแม้ Google และ Facebook จะพัฒนา Tools ต่าง ๆ ออกมา ให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Google Analytics, Facebook pixel หรือ Cross Device ที่ช่วยให้สามารถวัดผลโฆษณาข้ามอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีคนที่วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เป็น และนำมาปรับใช้ได้เพียงแค่ไม่ถึง 3% เท่านั้น

ส่วนที่เหลือคือได้แค่ดู แต่แทบไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ต่อยังไง

Data ที่เข้าถึงง่าย ทำให้ลูกค้ามีข้อมูลต่าง ๆ มากกว่าเดิม

เมื่อเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้เก็บข้อมูลในการทำโฆษณาถูกพัฒนามาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ลูกค้าก็จะมีข้อมูลในหัวมากขึ้นตามไปด้วย

ไม่ใช่แค่เพียงรู้ว่ามี Visitors เข้ามาในเว็บไซต์จำนวนเท่าไหร่ แต่เครื่องมือเหล่านี้ยังบอกได้ว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร ชอบหรือไม่ชอบอะไร เข้ามาแล้วซื้อไหม หรือแม้กระทั่งบอกได้ว่า ถ้าไม่ มีเหตุผลอะไรถึงไม่ซื้อ

เมื่อรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค ก็จะทำให้การยิงโฆษณาในครั้งต่อไปสามารถทำได้ตรงจุดมากขึ้น Save Budget มากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันเป็นเรื่องของ Data Transform, Data Analysis ที่จะทำให้ลูกค้ารู้ได้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี และข้อมูลเหล่านี้ก็จะทำให้ ‘ลูกค้าก็จะเออ-ออ ตามเอเยนซี่ได้ยากขึ้นด้วย’

เก็บข้อมูลระยะยาว ช่วยประหยัด Budget ได้มากกว่าเดิม

แบรนด์ส่วนใหญ่มักจะทำแคมเปญกันในระยะสั้น ๆ พอดังเปรี้ยงจากนั้นก็จบไป เมื่อมาทำแคมเปญใหม่ก็จะต้องเสียงบการตลาดเพื่อใช้ในการวิเคราะห์การทำโฆษณา และกลุ่มเป้าหมายใหม่อีกครั้ง

แต่การเก็บข้อมูลในระยะยาว จะช่วยประหยัดงบประมาณในตรงนี้ได้มากกว่าเดิม เพราะแบรนด์สามารถใช้ข้อมูลเก่า ๆ นี้มาอ้างอิงและกำหนดกลยุทธ์ในครั้งต่อไปได้

แบรนด์มีแนวโน้มที่จะ spend เม็ดเงินโฆษณาในออนไลน์เพิ่มขึ้นทุกปี

เพราะเป็น Channel ที่สามารถ Track กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด บวกกับพฤติกรรมของไทยที่เข้าสู่สังคม Moblie First อย่างเต็มตัว

โดมจึงมองว่า ในปี 2017 แบรนด์ก็ยังจะคงให้ความสนใจในการทำ Marketing Online แถมยังจะ Spend เม็ดเงินในการทำโฆษณามากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เพื่อให้ทันต่อการแข่งขันในยุคที่ใคร ๆ ต่างก็หันมาทำสื่อออนไลน์มากขึ้น

เพราะในยุคนี้ Content Is King ยังไม่พอ แต่ต้องมีเม็ดเงินมาต่อสู้กับอัลกอริทึ่มของ Facebook เพื่อให้คอนเทนต์เหล่านั้นไปถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์อีกด้วย

เทรนด์ผู้บริโภคในปี 2017  จะกลับมาเป็นแบบ Back to Basic

หากจะออกแคมเปญอะไรมาสักอย่าง สิ่งที่เอเยนซี่มักจะทำคือต้องทำให้มัน Wow แต่ปัญหาคือ บางครั้งความ Wow ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายได้

อธิบายให้เห็นภาพกันชัด ๆ ก็คงจะต้องขอยกตัวอย่างของแบรนด์ประกันชีวิตมาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน

แม้แบรนด์ประกันชีวิตแบรนด์นี้จะทำโฆษณาซึ้ง ๆ จนเป็นที่จดจำของผู้คนในหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับมียอดขายอยู่ที่อันดับ 4 ในตลาดประกันชีวิตมาโดยตลอด

ต่างจากอีกแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่อันดับ 1 ในตลาด โฆษณาไม่ต้อง Wow ไม่ต้องไวรัลมาก แต่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี

ความครีเอทในมุมของโดมจึงไม่ได้หมายถึงแค่ความ Wow แต่ยังต้องนำไปสู่การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอีกด้วย

เอเยนซี่รู้วิธีการสร้างสรรค์งานที่ดีกว่าแบรนด์ แต่ก็อย่าลืมว่าแบรนด์รู้จักตัวเองดีที่สุดเหมือนกัน

เชื่อว่าคนทำงานครีเอทีฟหลายคน คงจะเคยบ่นลูกค้าว่าไม่เข้าใจวิธีในการสร้างสรรค์งาน เอาแต่จะยัดเยียดแบรนด์สินค้าเข้าไปในโฆษณาอย่างเดียว จนทำให้ชิ้นงานเกิดความไม่ Smooth หรืออะไรก็ตามแต่

แต่ก็อย่าลืมว่า แม้เหล่าคนโฆษณาจะมีวิธีการทำงานที่สร้างสรรค์หรือมีการเล่า Story Telling ที่ดีขนาดไหน ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีใครรู้จักแบรนด์ ได้ดีไปกว่าเจ้าของแบรนด์นั้นเอง

สิ่งที่เอเยนซี่ต้องทำ นั่นก็คือการศึกษา Insight และทำความเข้าใจในแบรนด์ให้มาก ๆ จากนั้นค่อยทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์ ผ่านการเล่าเรื่องด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้

หาก 2017 จะเป็นปีแห่ง Data แบบที่โดมได้บอกไว้ สิ่งที่คนทำ Marketing Online ทั้งหลายต้องเริ่มศึกษาอย่างจริงจังก็คือการดูและวิเคราะห์ Data เหล่านั้นให้เป็น เพื่อที่จะนำมาปรับใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ ของงานโฆษณา

เพราะแม้ไอเดียในการคิดงานจะครีเอทขนาดไหน แต่ถ้าไม่สามารถวัดผลแคมเปญเป็นตัวเลขออกมาให้ลูกค้าเห็นภาพได้อย่างชัดเจน มันก็คงจะเป็นเพียงแค่ข้อมูลลอย ๆ ที่ถึงแม้จะสร้างไวรัลได้ สร้างกระแสได้ แต่อย่าลืมว่าสิ่งสุดท้ายที่แบรนด์ต้องการก็คือการสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer