กว่า 2 ปีมานี้หลายคนได้ใช้แอปและเว็บประเภท “Project Management” ทำงานเป็นทีมกับคนอื่น ๆ ในแผนกและบริษัท โดยทำงานได้ทุกแห่งทั้งจากบ้าน ระหว่างเดินทาง หรือแม้แต่เมื่อไปนั่งที่ออฟฟิศเองก็ยังต้องใช้

ประโยชน์คือใช้มอบหมายงานกัน, กำหนดเส้นตายแต่ละขั้น, จากนั้นก็ตรวจสอบความคืบหน้า, พูดคุยสอบถามกัน และแบ่งปันข้อมูลและไฟล์ต่าง ๆ กันอย่างเป็นระบบระเบียบเข้าใจง่าย

หนึ่งในซอฟต์แวร์ประเภทนี้ ก็คือ “Asana” (อ่านว่า “อาซานา” หรือ “อาสนะ”) ของบริษัทชื่อเดียวกัน ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ซึ่งจุดสนใจของบริษัทนี้ก็คือผู้ก่อตั้งที่ชื่อ ดัสติน มอสโควิตซ์ (Dustin Moskovitz)

ย้อนประวัติ ดัสติน มอสโควิตซ์

ดัสติน มอสโควิตซ์ ปัจจุบันอายุ 38 ปี เกิดในปี 1984 ที่เมือง Gainesville รัฐฟลอลิดา สหรัฐอเมริกา เข้าเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 2003 และได้เป็นเพื่อนร่วมห้องพักหรือ room mate กับ Mark Zuckerberg

… ซึ่งปีต่อมาคือ 2004 ทั้งสองคนร่วมกับรูมเมตอีกหนึ่งคนคือ Chris Hughes และเพื่อนเก่าของมาร์คคือ Ediardo Saverin จนกลายเป็นผู้ร่วมกันก่อตั้งเฟซบุ๊กที่เรารู้จักกันนั่นเอง

ย้อนไปก่อนที่จะรู้จักมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์กนั้น หนุ่มน้อยดัสตินไม่เคยมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมใด ๆ มาก่อนเลย

จนเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2004 ที่มาร์กในวัย 19 ปีเปิดตัว TheFacebook.com ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้วมีนักศึกษาเข้าใช้งานกันมากมายและต้องการผู้ช่วย  ทำให้ดัสตินในวัย 20 อาสาเข้าช่วยรูมเมตในทันที

ร่วมก่อตั้ง Facebook ตั้งแต่วันแรกในหอพักมหาวิทยาลัย

หน้าที่ช่วงแรกของดัสตินที่เฟซบุ๊กยุคปี 2004 นั้น คือดูแลตรวจสอบฐานข้อมูลผู้ใช้ ว่าเป็นคนจริง ๆ และเป็นนักศึกษาและบุคลากรของฮาร์วาร์ดเท่านั้นจริง ๆ

นอกจากนั้น ดัสตินก็เริ่มศึกษาการเขียนโค้ดเพื่อช่วยมาร์กพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้เฟซบุ๊ก โดยมีเกร็ดสนุก ๆ ว่าช่วงแรกนั้น ดัสตินซื้อหนังสือ Perl For Dummies (แรกเริ่มเรียนรู้ภาษา Perl สำหรับมือใหม่) จะมาหัดเอง

… แต่เมื่อมาร์กเห็นเข้าก็เบรกว่า “ฉันไม่ได้ใช้ภาษาเพิร์ลเลยเพื่อน ฉันใช้ภาษา PHP”!

นั่นทำให้ดัสตินต้องบากหน้ากลับไปร้านหนังสือใหม่อีกครั้ง เพื่อซื้อหนังสือสอนภาษา PHP มาอ่านไปลองทำไปเพียง 3 วัน ก็เริ่มช่วย มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก เขียนโค้ดจริงของเฟซบุ๊กเลย

และเมื่อมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก เลือกดรอปเรียน แล้วย้ายออกจากฮาร์วาร์ด ข้ามรัฐไปสู่ซิลิคอนวัลเลย์ แคลิฟอร์เนีย เพื่อตั้งบริษัทเฟซบุ๊กจริงจัง ดัสติน มอสโควิตซ์ ก็ย้ายตามไปด้วย และก็ลงเอยด้วยการลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันทั้งคู่

ต่อมาเมื่อเฟซบุ๊กขยายรับนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ด้วย งานของดัสตินก็หนักขึ้นมาก ซึ่งจากการบอกเล่าของทีมงานเฟซบุุ๊กยุคแรก ๆ นั้น ดัสติน มอสโควิตซ์ เป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในบริษัท …หนักกว่ามาร์ก ซัคเคอร์เบิร์กเสียอีก  โดยควบหน้าที่ทั้งดูแลข้อมูลผู้ใช้งาน ทั้งช่วยเขียนโปรแกรม  ทั้งดูแลระบบ ให้ขยายตัวไปมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นไม่ผิดพลาด

นั่นทำให้ประธานมาร์กตั้งเขาให้นั่งตำแหน่งรองประธานฝ่ายเทคโนโลยี หรือ Chief Technology Officer (CTO) และแบ่งหุ้น 7% ให้เป็นการตอบแทน

เมื่อเฟซบุ๊กเติบใหญ่จนมีผู้ใช้ครบ 100 ล้านรายในปี 2008 และเปิดกว้างให้กับคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาแล้ว ดัสตินเคยได้เสนอกับมาร์กหลายครั้ง ว่าเฟซบุ๊กนั้นสามารถใช้ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมในบริษัทองค์กรต่าง ๆ ได้

เขาจึงเสนอให้เฟซบุ๊กเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อการทำงานด้วย เช่น การมอบหมายงาน การติดตามความคืบหน้า การทำงานแก้ไขเอกสารร่วมกัน ฯลฯ

แต่เมื่อมาร์กและทีมบริหารคนอื่น ๆ ไม่ได้สนใจข้อเสนอนี้เท่าที่ควร  ก็ทำให้ดัสตินตัดสินใจลาออกจากเฟซบุ๊กในปี 2008 เมื่ออายุ 24 ปี เพื่อออกมาสร้างสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ คือสื่อโซเชียลใหม่สำหรับใช้แค่ภายในทีมหรือองค์กร เพื่อการทำงานร่วมกัน นั่นก็คือ Asana นั่นเอง

ก่อตั้ง Asana

หลังลาออก Dustin Moskovitz ร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมงานในเฟซบุ๊กชื่อ Justin Rosenstein ซุ่มพัฒนาไอเดีย “โซเชียลเพื่อการทำงานเป็นทีม” โดยช่วงแรกตั้งใจจะใช้ชื่อว่า “Tasks”

ซึ่ง จัสติน โรเซนสไตน์ คนนี้เป็นโปรแกรมเมอร์ฝีมือดี จบวิทยาการคอมพิวเตอร์ เคยทำงานที่กูเกิลและร่วมสร้าง Google Drive และ Google Site มาก่อน

…และไฮไลท์เด็ดของนายจัสติน โรเซนสไตน์ สมัยทำงานในเฟซบุ๊ก ก็คือคิดค้นและสร้างระบบเบื้องหลังปุ่มไลก์ และได้หุ้นรับ Facebook 0.2 เป็นรางวัล

คู่หู Dustin กับ Justin พัฒนาและทดลองให้บริหาร Tasks อยู่ 2 ปี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Asana เพราะต้องการให้มีชื่อแบรนด์ที่โดดเด่นแตกต่าง

…และเนื่องจากทั้งสองคนชอบเล่นโยคะ  จึงเลือกคำว่า “อาสนะ” ซึ่งเป็นชื่อของหลาย ๆ ท่าโยคะมาใช้เป็นทั้งชื่อซอฟต์แวร์และชื่อบริษัท

Asana เปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2011 โดยมีสำนักงานอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่ไกลจาก Facebook หรือ Meta ในปัจจุบันนั่นเอง

โมเดลธุรกิจของ Asana ก็เป็น “software as a service” เช่นเดียวกับซอฟต์แวร์ยุคใหม่ ๆ คือใช้ได้ทั้งในเว็บโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ หรือจะใช้ผ่านแอปมือถือก็ได้

ส่วนราคาก็คิดค่าใช้บริการเป็นรายเดือน เลือกจ่ายมากน้อยได้หลายระดับ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้และปริมาณงาน หรือจะทดลองใช้ฟรีก่อนในช่วงแรก ๆ ด้วยผู้ใช้ไม่กี่คนและข้อมูลน้อย ๆ ก่อนก็ได้ ซึ่งเรียกว่าเป็นโมเดลธุรกิจแบบ “Freemium”

Asana ใช้ทำอะไร?

ฟีเจอร์เด่น ๆ ของ Asana คือใช้แบ่งงาน มอบหมายงาน ติดตามงานกันในทีม  ใช้สื่อสารกับคนอื่น ๆ ในทีมได้หลายรูปแบบทั้งการ comment, การ tag, หรือแม้แต่การกดไลก์งานต่าง ๆ ได้คล้ายในเฟซบุ๊ก  ตามวิสัยทัศน์ของดัสตินที่คิดไว้ตั้งแต่สมัยยังอยู่ที่นั่น

แต่จุดต่างของ Asana จากเฟซบุ๊กนั้นมีอยู่มากมาย เช่น ใช้จัดกลุ่มงานได้หลายระดับความใหญ่ คือระดับ tasks, ระดับ projects, และระดับ portfolios

ใครที่เป็นผู้จัดการ หรือหัวหน้าทีม ก็อาจจะเริ่มใช้โดยการ “Add Task” หรือ “Add Project” แล้วพิมพ์คำอธิบาย, แบ่งงานเป็นขั้นๆ, กดเชิญลูกทีมเข้าโครงการ  มอบหมายงาน กำหนดเส้นตาย เชิญผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บริหารใหญ่มาสังเกตการณ์, ฯลฯ

ส่วนใครที่เป็นลูกทีม หรืออื่น ๆ ก็อาจจะเริ่มใช้โดยการได้รับอีเมลคำเชิญ (หรือคำสั่ง) ให้กดไปเข้าโครงการใดโครงการหนึ่ง หรือหลายโครงการ

แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็เลือกดูโครงการได้หลากหลายมุมมอง ทั้งเป็นข้อ ๆ แบบ Listview, เป็นกระดานภาพรวม Board, หรือเป็นลำดับเวลา Timeline หรือจะเลือกดู “รายงานสรุป” อย่างละเอียดในรูปแบบต่าง ๆ ก็ได้

การแนบไฟล์งานรูปแบบต่าง ๆ ก็ทำได้สารพัด ไม่ใช่แค่รูปกับคลิปอย่างที่สื่อโซเชียลทั่วไปรองรับกันแค่นั้น

และสุดท้ายคือสามารถเชื่อมโยงกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ เช่น ซอฟต์แวร์เอกสาร, ซอฟต์แวร์บัญชี, ซอฟต์แวร์ออกแบบ, ฯลฯ ของบริษัทอื่นได้นับร้อย ๆ อย่าง

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดซอฟต์แวร์ Project Management แบบนี้ก็มีมาตลอด เพราะไม่ได้มีแค่ Asana ที่ทำได้แบบนี้ แต่ยังมีคู่แข่งรายอื่น ๆ อีกมากมาย

ตัวอย่างคู่แข่งสำคัญ ๆ ก็เช่น Microsoft Projects, Slack, Trello, Basecamp, Jira, Monday.Com, Zoho Projects, ฯลฯ

หรือแม้แต่ “ที่ทำงานเก่า” อย่าง Facebook ที่เคยปฏิเสธไอเดียของทั้งสองผู้ก่อตั้ง Asana มาก่อน ภายหลังต่อมาก็ยังต้องทำซอฟต์แวร์ประเภทนี้บ้างในปี 2015 โดยช่วงแรกใช้ชื่อว่า “Facebook At Work” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น “Workplace” ในปัจจุบัน

เติบโตสู่บริษัทใหญ่

ช่วงแรกบริษัท Asana เกิดและเติบโตบนเส้นทางคล้าย “software as a service” รายอื่น ๆ คือไม่ได้มีพนักงานขายไปวิ่งเสนอตามบริษัทองค์กรต่าง ๆ และใช้สร้างหน้าเว็บและโปรโมตออนไลน์ให้คนเข้ามาสมัครและทดลองใช้ฟรีเอง 6 เดือนแรก และบอกต่อ ๆ กันไป

แต่ด้วยชื่อเสียงความเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ก็ทำให้ Asana มีแต้มต่อในการระดมทุนจากกองทุน venture capital ต่าง ๆ ได้เหนือกว่าสตาร์ตอัปอื่น ๆ ที่ผู้ก่อตั้งไม่เป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อย

แล้วเดือนกันยายน ปี 2020 บริษัท Asana ก็ได้จดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ในชื่อย่อว่า “ASAN”

ปัจจุบัน ASANA มีมูลค่ากิจการ (market cap.) กว่า 3,800 ล้านดอลลาร์ และทำรายได้ปีล่าสุดราว 380 ล้านดอลลาร์

และแม้บริษัทจะค่อนข้างใหญ่ คือมีทีมงานกว่า 1,600 คนแล้ว แต่ก็ยังโตเร็วคล้าย start-up อยู่อย่างต่อเนื่อง  โดยรายได้เติบโตปีละกว่า 50% มาได้สองปีแล้ว หลังจากที่ก่อนนั้นโตปีละเป็นเท่าตัว

ล่าสุดมีจำนวนลูกค้าผู้ใช้บริการแบบจ่ายเงินอยู่ประมาณ 1.5 ล้านหน่วยงาน โดยมีจำนวนเพิ่มมากเป็นพิเศษในช่วงล็อกดาวน์ “work from home” ทั่วโลกกว่าสองปีที่ผ่านมา ซึ่งผลักดันให้บริษัทองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่เคยใช้ซอฟต์แวร์แบบนี้ ก็ต้องมีต้องใช้กันทั่วไป

โซเชียลเรื่องงาน ต้องแยกออกจากเรื่องส่วนตัว?

ทุกวันนี้แม้ COVID จะเบาบาง การ “Work From Home” ก็จางหายไป  แต่ซอฟต์แวร์แบบ Asana นี้ก็ยังใช้กันทั่วไป แม้แต่เมื่อทุกคนมานั่งในออฟฟิศเดียวกันแล้ว

เพราะซอฟต์แวร์แบบนี้ช่วยเพิ่มความเร็วและความเป็นระบบระเบียบในการบริหารจัดการ ประสานงาน  ระดมสมอง

และยังลดการเสียเวลาประชุมไม่ว่าจะกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ และลดความจำเป็นต้องเดินไปมาหากัน ลดกระดาษ ลดเวลาไปรอพิมพ์เอกสารโดยไม่จำเป็น ฯลฯ

บางองค์กรอาจจะเลือกใช้โซเชียลธรรมดาอย่าง Facebook โดยไปตั้งกลุ่มแยก แต่ก็พบว่าไม่ค่อยได้งานได้การ

บางหน่วยงานก็ใช้วิธีตั้งกลุ่ม LINE แล้วก็พบกับความวุ่นวายไร้ประสิทธิภาพ แถมยังปะปนสับสนเวลางานกับเวลาส่วนตัวไปหมด

… ซึ่งทางออกทางเลือกที่ถูกต้องกว่า ก็คือบรรดา “เครื่องมือบริหารโครงการออนไลน์” อย่าง Asana และสารพัดคู่แข่งที่กล่าวไปนั่นเอง


ข้อมูลและภาพจาก

businessinsider.com

thefamouspeople.com

arkansasonline.com

blog.asana.com

asana.com/guide

forbes.com

crunchbase.com

bloomberg.com

thesoftwarereport.com

finance.yahoo.com

wsj.com

techradar.com

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน