ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาและอัตราเงินเฟ้อสูง ตลาดเครื่องซักผ้าในบ้านเราปี 2564 มีมูลค่ามากถึง 14,500 ล้านบาท เติบโตราว 16% และการแข่งขันยังคงเป็น Red Ocean ที่แบรนด์หน้าเก่าหน้าใหม่ต่างรุกธุรกิจด้วยกลวิธีต่าง ๆ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งและเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภค

ถึงกระนั้นเครื่องซักผ้า LG ยังคงรักษาตำแหน่ง “แชมป์” ทั้งส่วนแบ่งการตลาดและการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยจุดแข็งด้านการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับชีวิตผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ หรือ ‘Innovation for a Better Life’

ยืนยันคำกล่าวข้างต้นด้วย ส่วนแบ่งตลาดที่แอลจีคือเบอร์หนึ่งมาตลอด 22 ปี ซึ่งปัจจุบันครองสัดส่วนมากถึง 35% ขณะเดียวกันก็ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากผู้บริโภค ด้วยการคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค อีกครั้งในกลุ่มเครื่องซักผ้า”

เครื่องซักผ้าแข่งกันด้วยเทคโนโลยี

อาภัสรา สังขวิจิตร ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงภาพรวมตลาดเครื่องซักผ้าในช่วงที่ผ่านมาว่า

“ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องซักผ้าเติบโตสวนกระแสเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น ๆ ขณะที่การแข่งขันในปีที่ผ่านมายังคงคึกคัก เนื่องจากมีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง และด้วยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้แนวโน้มการแข่งขันเน้นไปที่เรื่อง ฟีเจอร์ การชูเทคโนโลยี หรือฟังก์ชันต่าง ๆ แทนการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

“สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่มองหาเครื่องซักผ้าที่ตอบโจทย์ มีเรื่อง Hygiene ความสะดวกสบาย มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเชื้อ การทำความสะอาดตัวเอง หรือการควบคุมสั่งงานผ่านอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงขนาด-ความจุที่ใหญ่ขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องสุขอนามัยเพิ่มมากขึ้น”

เทคโนโลยีที่เหนือกว่า

ภาพรวมตลาด เทรนด์ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนเรียกได้ว่า “เข้าทาง” เบอร์หนึ่งอย่างแอลจีในฐานะผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีขึ้นแก่ผู้บริโภคในทุกมิติ ที่มีสมาร์ตเทคโนโลยีอย่าง LG ThinQ™ มาตอบโจทย์ตั้งแต่ยุค Digital Transformation

โดยหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของเครื่องซักผ้าแอลจี คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และฟีเจอร์ต่าง ๆ อยู่เสมอ อย่าง LG ThinQ™ เทคโนโลยีการสั่งงานให้เครื่องซักผ้าเริ่มทำงานได้จากทุกที่ผ่านสมาร์ตโฟนที่หลายคนคุ้นเคย หรือ นวัตกรรมซักผ้าอัจฉริยะ AI DD™ ช่วยตรวจจับน้ำหนักและความอ่อนนุ่มของเนื้อผ้า เพื่อเลือกการตั้งค่าการซักที่เหมาะสม ซึ่งช่วยถนอมผ้ามากขึ้นถึง 18%

ฟังก์ชัน Steam+™ ใช้ไอน้ำร้อนเพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นขนาดเล็กในใยผ้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้หรือปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ถึง 99.9% และยังสามารถลดรอยยับของเสื้อผ้าได้ถึง 30% ช่วยประหยัดเวลาในการรีดผ้ามากขึ้น

ฟังก์ชัน TurboWash™ 360° ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องทำให้ซักสะอาดอย่างรวดเร็ว ภายใน 39 นาที ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดน้ำ และพลังงาน

เทคโนโลยี 6 Motion Direct Drive ที่แอลจีออกแบบให้ถังซักมีการหมุนไปหลายทิศทางเพื่อประสิทธิภาพการซักและการถนอมผ้าอย่างสูงสุด ตลอดจนมอเตอร์ Inverter Direct Drive เพิ่มประสิทธิภาพการซัก เครื่องทำงานเงียบ นิ่ง และทนทานมากขึ้น และกระจายพลังงานน้อยกว่า จึงช่วยลดการใช้พลังงาน พร้อมการรับประกัน 10 ปี

“สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคมองหาจากเครื่องซักผ้าเป็นอันดับแรกคือ ซักสะอาดและถนอมเนื้อผ้า แอลจีได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยอยู่เสมอ ด้วยการพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ และเพิ่มในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้เครื่องซักผ้าทั้ง 3 ประเภทหลัก คือ เครื่องซักผ้าฝาหน้า เครื่องซักผ้าฝาบน และเครื่องซักผ้าสองถัง ที่แต่ละประเภทมีความจุในการซักที่หลากหลายรองรับความต้องการของแต่ละครอบครัว”

ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เมื่อบวกกับคุณภาพ การรับประกันมอเตอร์ 10 ปี ที่เป็นตัวการันตีเรื่องความคงทน ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคคนใหม่มั่นใจและเลือกเครื่องซักผ้าแอลจี ขณะที่ลูกค้าเก่าก็ “กลับมาซื้อซ้ำ” เพื่ออัปเกรดเป็นรุ่นที่ดีขึ้นนั่นเอง

“นอกจากนี้ แอลจียังให้ความสำคัญด้านการดีไซน์และการเพิ่มเฉดสีให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์และเอกลักษณ์ของเจ้าของ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการบริการตลอด Customer Journey เริ่มตั้งแต่ก่อนการขาย ระหว่างการขาย และหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าและกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อ”

ดันดิจิทัลขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่

เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นวิถีปกติใหม่ของคนไทย ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แคมเปญการตลาดในปีนี้ของแอลจีจึงเน้นไปที่ “ดิจิทัลแพลตฟอร์ม” เป็นหลัก

“เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อขายของผู้บริโภค รวมถึงเพื่อขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคนรุ่น Gen Y และ Gen Z ให้มากขึ้น ในปีนี้เราจึงเน้นไปที่ช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ผ่านแคมเปญแบบครบวงจร คือเริ่มตั้งแต่การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ไปจนถึงการปิดการขายด้วย e-Commerce Campaign หรือ Drive ให้ไปหน้าร้านเพื่อทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ เรามีการใช้ DATA driven เพื่อให้แคมเปญมีประสิทธิภาพ ทั้งยังทำแคมเปญที่ Localized และ Personalized เพื่อตอบโจทย์และเข้าถึงแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด”

นอกจากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องแล้ว จะได้เห็นเครื่องซักผ้าแอลจีสื่อสารเรื่อง นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย ความสะอาด และประหยัดพลังงานมากขึ้น

“ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา แอลจี คือผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าและมียอดขายเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และเป้าหมายของเราในปีนี้คือ การรักษาตำแหน่ง “Absolute No. 1” ในทุก ๆ เซกเมนต์ของเครื่องซักผ้าให้ได้” อาภัสรากล่าวทิ้งท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน