ดีแทค อนาคตจะเป็นอย่างไร ซิคเว่ เบรคเก้ จะบอกให้ (วิเคราะห์)

เทเลนอร์ไม่ได้ออกจากประเทศไทยไปไหน

ซิคเว่ เบรคเก้, President and CEO เทเลนอร์ กรุ๊ป ได้กล่าวกับเราและกลุ่มผู้สื่อข่าว ในช่วงเช้าวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ใน Session เทเลนอร์ ฉลอง 25 ปีในเอเชีย ก่อนที่จะเดินทางไป กสทช. เพื่อทำหนังสือขอเข้าพบบอร์ด กสทช. ถึงประเด็นควบรวมกิจการกับทรู และบินกลับนอร์เวย์ในวันเดียวกัน

การพูดคุยกับซิคเว่ เป็นการพูดคุยเคียงคู่กับเยอเก้น โรสทริป, EVP and Head of Telenor Asia เทเลนอร์ กรุ๊ป เพื่อเล่าถึงทิศทางของดีแทคในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า

ก่อนที่จะเดินหน้าไปถึงอนาคตของดีแทค ซิคเว่ ย้อนอดีตเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเทเลคอม ในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2543 ที่เทเลนอร์เข้าถือหุ้นในดีแทคให้ฟังสั้น ๆ ว่า

“ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาของดีแทคภายใต้เทเลนอร์ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาดประเทศไทยหลากหลายด้าน และบางบิสซิเนสโมเดลได้นำไปใช้กับเทเลนอร์ในประเทศ”

การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ซิคเว่ ได้ยกตัวอย่าง เช่น การเปลี่ยนรูปค่าบริการจากคิดเหมาจ่ายเป็นนาที เป็นการคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที

ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ระบบเติมเงินดีพร้อม สู่ซับแบรนด์ แฮปปี้

ปรับเปลี่ยนการตลาดและการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงมือถือและการติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้น และเกิดการเติบโตของผู้ใช้งานมือถืออย่างต่อเนื่อง

จนในปัจจุบันคนไทยเชื่อมต่อมือถือ 98.5 ล้านอุปกรณ์ และเข้าถึงของโทรศัพท์มือถือที่ 86% ของประชากรทั้งหมด และเกิดการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานที่ช้าลง

การเติบโตในอดีตถึงปัจจุบัน ซิคเว่บอกว่าเป็นการเติบโตในยุค 1.0 หรือ Growth 1.0 ที่แข่งขันกันในเรื่องบริการที่เชื่อมโยงผู้คนถึงกันผ่านดาต้าและเสียงเป็นหลัก

มาในยุคปัจจุบันจนถึงอนาคต การมาของ 5G และอื่น ๆ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และเป็นยุคที่ซิคเว่ เรียกว่า ยุคของการเติบโต 2.0 หรือ Growth 2.0

“อุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (Perfect storm) ด้วยเทคโนโลยีใหม่–ปัญญาประดิษฐ์, IoT และ 5G มารวมกัน จะไม่ใช่การเชื่อมต่อแค่ผู้คนเข้าด้วยกันอีกต่อไป แต่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ กับอินเทอร์เน็ต จะมีการใช้ดาต้ามหาศาลและจะต้องใช้ AI เพื่อให้เข้าใจถึงดาต้าจำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้น จะต้องใช้ความเร็ว 5G เพื่อเชื่อมต่อสิ่งต่าง ๆ นับร้อยนับพัน”

“และดีแทคจะเดินสู่การเติบโต 2.0 จากการขับเคลื่อนของเทคโนโลยี 5G AI และ IOT ที่จะก่อให้เกิดโอกาสในอนาคต”

ซิคเว่ ยกตัวอย่างโอกาสที่จะมากับ 5G อย่างเช่นในยุโรปมีการนำ 5G มาใช้ควบคุมหุ่นยนต์ในโรงงาน และส่งข้อมูลมายังส่วนกลางประมวลผล เพื่อปรับค่าการผลิตได้อย่างทันท่วงที

มาเลเซียนำ 5G มาใช้ในท่าเรือติดตามตู้คอนเทนเนอร์

นอร์เวย์มาให้กับการทหารสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบไพรเวตเน็ตเวิร์ก รวมถึงนำมาใช้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการทหารต่าง ๆ เช่น เมื่อมีการใช้ปืนเกิดขึ้นจะสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่ามาจากส่วนไหน

การเปลี่ยนแปลงสู่การเติบโต 2.0 แม้จะคือโอกาสของ ดีแทค แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ความท้าทายที่ว่านี้ซิคเว่ให้ข้อมูลว่า การแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม นอกเหนือจากแข่งขันด้วยกันเองแล้ว ยังต้องแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง AWS, Google Cloud และ Microsoft ที่พร้อมจะเข้ามาเป็นคู่แข่ง

แต่ทางกลับกัน บริษัทเหล่านี้ก็เข้ามาพาร์ตที่สำคัญได้ เนื่องจากเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง AI และ IoT ผู้ให้บริการโทรคมนาคมไม่สามารถให้บริการด้วยตัวเอง

ซึ่งถ้าผู้ให้บริการโทรคมนาคมไม่มีความแข็งแกร่งก็จะเกิดขึ้นยาก

การเปลี่ยนแปลงสู่การเติบโต 2.0 จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ดีแทคต้องการจับมือกับทรู เพื่ออัปตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านบริษัทที่จะก่อตั้งขึ้นมาใหม่แทนที่ดีแทคและทรูในอนาคต

เพราะถ้าดีแทคและทรูร่วมกันจะกลายเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งที่จะแข่งขันในตลาด ผ่านเม็ดเงินในการลงทุนที่มากขึ้น จากเม็ดเงินที่ใช้ร่วมกัน และสามารถพัฒนาบริการใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และมีกำลังที่มากพอในการลงทุนรองรับกระแสเมตาเวิร์ส ที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการลงทุน

“ตลาดโทรคมนาคมในประเทศไทยมีคู่แข่งอยู่ 3 รายหลัก รายแรกเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และอีก 2 รายไม่แข็งแกร่งเท่าไรนัก การที่ผู้ไม่แข็งแกร่งทั้ง 2 รายมารวมกัน จะทำให้การแข่งขันทัดเทียมมากขึ้น  และทำให้รายใหญ่อย่างเอไอเอสอาจจะต้องปรับตัวไม่น้อย”

“ที่ผ่านมาดีแทคไม่สามารถลงทุนได้มากนัก ไม่สามารถซื้อคลื่นความถี่ในจำนวนมหาศาล ไม่เข้าสู่ธุรกิจ Fixed Broadband เหตุผลคือด้านการเงิน ว่าลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนคุ้มทุนไหม และเป็นสาเหตุที่ทำให้อยู่ในตำแหน่งที่อ่อนแอกว่าคู่แข่ง”

ซึ่งในปัจจุบันดีแทคและทรูยังอยู่ในกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อรอการอนุมัติจาก กสทช. และซิคเว่คาดหวังว่ากระบวนการควบรวมของดีแทคและทรูจะเป็นไปด้วยดี

และในกรณีที่ กสทช. ไม่อนุมัติการควบรวมในครั้งนี้ ดีแทคคงจะต้องทำธุรกิจเหมือนในปัจจุบันต่อไป ในฐานะผู้ตามที่ไม่แข็งแกร่งร่วมกับทรู

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน