ภาพรวมธุรกิจของแกร็บในการเป็น Digital Lending และเป้าหมายการขยาย Merchant Loan ในครึ่งปีหลัง รวมถึงการปล่อยสินเชื่อสำหรับผ่อนรถแบบรายวัน

Grab ผู้นำซูเปอร์แอปแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ดำเนินธุรกิจเดลิเวอรี่ รถรับส่ง และให้บริการทางการเงิน ใน 8 ประเทศอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม ไทย เมียนมา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย

นอกจากจะให้บริการด้านการสั่งอาหาร รถรับส่ง และชำระสินค้าออนไลน์ แกร็บยังมีบริการด้านการเงิน ทั้งการปล่อยสินเชื่อ ประกันภัยขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มโอกาสทางรายได้แก่พันธมิตร และส่งเสริมภาพรวมธุรกิจของแกร็บ

ในปีที่ผ่านมา แกร็บปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 3 พันล้านบาท เป็นสินเชื่อระยะสั้น สำหรับไรเดอร์ประมาณ 100,000 คน (ระยะเวลา 3 เดือน) และร้านอาหารกว่า 20,000 ร้าน (ระยะเวลา 6 เดือน)

ใช้ “วงจรแห่งความสุข” ผลักดัน Ecosystem

คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย อธิบายถึงแผนการดำเนินงานที่ แกร็บ ประเทศไทย ยึดเป็นแบบแผนในการทำงาน เรียกว่า “วงจรความสุข” เป็นแนวทางในการผลักดันบริษัท และทำให้แกร็บผุดไอเดียในการแตกไลน์ธุรกิจไปสู่ Financial Services เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพาร์ตเนอร์ทุกภาคส่วน หวังให้เกิด Happy Merchants, Happy Consumers  และ Happy Drivers  โดยที่สามส่วนนี้เกี่ยวโยงกันอยู่เป็น circle คือเมื่อร้านค้าสามารถอยู่ได้ ลูกค้าก็มีตัวเลือกในการสั่งอาหารจำนวนมาก  ส่งผลให้ไรเดอร์มีออเดอร์เพิ่มขึ้น รายได้ก็มากขึ้น

ซึ่งแกร็บได้ใช้ Cash Less มาเป็นตัวขับเคลื่อนวงจรดังกล่าว Cash Less ในไทยอยู่ในระดับ Single Digit ส่วน Cash Less ในแกร็บ อยู่ที่ 63% จากในปีก่อนอยู่ที่ 50% เมื่อ Cash Less มีระดับมากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของแกร็บดีขึ้นด้วย เนื่องจากคนขับไม่ต้องกังวลกับการสำรองจ่ายเงินแล้วโดนเทออเดอร์ หรือร้านค้าเองก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินก่อนการซื้อวัตถุดิบมาลงทุนได้ทันเวลา

จุดเริ่มต้นของการปล่อยสินเชื่อของแกร็บ

เริ่มมาจากช่วงการแพร่ระบาด ร้านอาหารได้รับผลกระทบจนต้องปิดตัว จากผลกระทบปัญหากระแสเงินสด ทำให้แกร็บต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพราะหากร้านค้าปิดตัวลง จำนวนตัวเลือกร้านลดลง ผู้บริโภคหันไปใช้บริการแบรนด์อื่น ไรเดอร์ไม่มีออเดอร์เข้า ได้รับผลกระทบกันเป็นทอด แกร็บจึงต้องสร้างธุรกิจสินเชื่อ เพื่อให้ร้านค้าพยุงตัวเองได้ในช่วงโควิด  ซึ่งเริ่มปล่อยสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท แก่ร้าน Street Food และ SME รายย่อย

ในขณะเดียวกันก็ปล่อยสินเชื่อให้กับไรเดอร์เพื่อสร้าง Motivation ในการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า สำหรับไรเดอร์แกร็บได้ปล่อยสินเชื่อทั้งแบบเงินสดและข้าวของเครื่องใช้ เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เพื่อช่วยให้พาร์ตเนอร์กลุ่มนี้ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็น

นอกจากนั้น ยังได้ปรับการจ่ายเงิน จากเดิมที่คนขับได้รับเงินแบบรอจบวัน เปลี่ยนเป็นสามารถรับเงินได้ทุก 3 ชม. และปัจจุบันเป็นรายได้แบบเรียลไทม์

ซึ่งการปล่อยสินเชื่อกลุ่มนี้จะพิจารณาจากเรตติ้งที่ได้รับจากลูกค้าเป็นหลัก หากให้บริการดี ได้รับเรตติ้งสูงอยู่ตลอด บริษัทจะพิจารณาและเป็นฝ่ายเสนอบริการสินเชื่อให้  ไม่สามารถสมัครได้เอง  หากการกู้ยืมครั้งแรกมีพฤติกรรมการใช้คืนที่ดีก็จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระดับถัดไป คือผ่อนชำระข้าวของเครื่องใช้ เหล่านี้ล้วนเป็นการสร้าง Loyalty ในไรเดอร์

แผนครึ่งปีหลัง กับธุรกิจ Financial ของแกร็บ

จากผลการประเมินหนี้เสียที่ต่ำกว่า 2% ด้วยมั่นใจว่าแกร็บคือช่องทางรายได้ที่พาร์ตเนอร์ไม่สามารถละทิ้งได้ ในครึ่งปีหลังจึงจะขยาย Merchant Loan เพิ่มขึ้น จากเดิมที่ปล่อยสินเชื่อให้ร้านอาหารริมทางหรือ SME รายย่อย จะขยับให้บริการสินเชื่อแก่ร้านค้าขนาดกลาง  ไปจนถึงระดับนิติบุคคล พร้อมกับขยายวงเงินที่กว้างขึ้นให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ

ทั้งนี้ อีกหนึ่งเป้าหมายที่แกร็บต้องการจะขับเคลื่อนคือประเด็นรถ EV โดยตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2026 ต้องมีการใช้รถยนต์ EV ในพาร์ตเนอร์ของแกร็บประมาณ 10% ซึ่งแกร็บจะสนับสนุนไรเดอร์ด้วยการปล่อยสินเชื่อแก่รถ EV เพื่อการประกอบอาชีพ และเพื่อตอบรับนโยบาย Net Zero ของรัฐ

อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่แกร็บยังคงมองไปถึงรถยนต์ระบบอื่น ๆ รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า  โดยในอนาคตจะประกาศปล่อยสินเชื่อสำหรับรถแบบผ่อนแบบรายวันเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพตามมาด้วย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน