ไบเล่ ทำความรู้จักแบรนด์น้ำผลไม้เจ้าของฉายา “ราชาน้ำผลไม้” ที่มีจุดเริ่มต้นจากการหาเงินจ่ายค่าเทอม

หากลองเอ่ยถามชื่อของแบรนด์น้ำผลไม้หรือน้ำอัดลมที่ดังในยุค 50-60 กับคน Gen Baby Boomer หนึ่งในชื่อที่เราจะได้ยินอย่างแน่นอน คือ Bireley’s (ไบเล่) แบรนด์น้ำผลไม้จากอเมริกา  เจ้าของฉายา “ราชาน้ำผลไม้”

Bireley’s เป็นแบรนด์น้ำรสผลไม้ ผลิตโดย Frank W. Bireley Company (ต่อมาคือ Bireley’s Inc.) ซึ่งก่อตั้งในแคลิฟอร์เนีย ในปี 1923 โดย Frank W. Bireley  แบรนด์มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นที่รู้จักทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา

 

จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของแบรนด์ใหญ่

Frank W. Bireley คือนักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ขณะนั้นเขาหาทุนการศึกษาเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนของตน  จึงริเริ่มขายน้ำส้มคั้นสดให้กับเพื่อนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันนั้นทำให้เกิดเป็นธุรกิจน้ำผลไม้ และก่อตั้งเป็นบริษัท Frank W. Bireley ในที่สุด

ในปี 1923 เขาได้ไอเดียในการคั้นส้ม จนสุดท้ายออกมาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มที่ไม่อัดลมขายภายใต้ชื่อ Bireley’s ซึ่งต่อมาในปี 1943 กลายเป็นส่วนหนึ่งของ General Foods Corporation

ในช่วงทศวรรษ 1950 บริษัท General Foods Corporation ได้เข้าซื้อกิจการ และให้ Bireley ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป และเริ่มตีตลาดออกสู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้ชื่อ Bireley’s California Orange

ฉายา “ราชาน้ำผลไม้”

Bireley เป็นเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น แตกต่างจากน้ำอัดลมในขณะนั้นที่ขาดเรื่องคุณประโยชน์ของเครื่องดื่ม แต่สำหรับไบเล่แตกต่างด้วยการใช้น้ำส้มสดในปริมาณความเข้มข้นต่างจากแบรนด์ทั่วไป

บริษัท Bireley Co. ได้พัฒนาและจดสิทธิบัตรระบบคั้นน้ำผลไม้อัตโนมัติ สำหรับดำเนินงาน ในการคั้นน้ำผลไม้ การพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อใช้ในโรงงานใน North Hollywood  โดยมีผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่รู้จักกันในชื่อ Bireley’s Orangeade ผลิตขึ้นครั้งแรกที่โรงงานแห่งนี้

ก่อนที่ปี 1937 บริษัทจะเปิดโรงงานบรรจุขวดในโอกแลนด์ และก่อตั้งแฟรนไชส์กับผู้บรรจุขวดในท้องถิ่นทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคั้นและพาสเจอร์ไรซ์ที่โรงงานหลักแล้วจะถูกจัดส่งไปเติมความหวานที่โรงงานบรรจุขวดเหล่านี้

ในปี 1942 บริษัทผลิตเครื่องดื่มได้ประมาณ 58 ล้านขวดต่อเดือน และ Bireley กลายเป็นที่รู้จักในนาม “Juice King”

แต่หลังจากที่ Frank W. Bireley ได้เสียชีวิตไป ในช่วงสองสามทศวรรษต่อมาไบเล่ก็ค่อย ๆ หายไปจากตลาดสหรัฐฯ แต่ยังคงชื่อเสียงในระดับนานาชาติไว้ได้อยู่ ผ่านการเข้าไปอยู่ในไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Asahi Soft Drinks แบรนด์เบียร์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มผลิตสินค้าแบรนด์นี้ปล่อยออกมาในปี 1951 (Asahi ได้รับสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าในปี 1980)

ฮิตจนถูกนำไปตั้งเป็นชื่อ

ในช่วงทศวรรษ 1950  ไบเล่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย  ความนิยมในแบรนด์พุ่งสูงมาก จนชื่อของไบเล่ได้กลายเป็นชื่อยอดฮิต ที่เราได้ยินกันอย่าง “แดง ไบเล่” ซึ่งเป็นบุคคลจริงในยุคนั้น และได้ถูกนำไปสร้างต่อเป็นภาพยนตร์อันโด่งดัง กับเรื่อง “Dang Bireley and Young Gangsters” 2499 อันธพาลครองเมือง

เมื่อ ไบเล่ เข้ามาอยู่ในมืออิชิตัน

ในปี 1959 General Foods ได้ขายกิจการของ Bireley ให้กับ Krim-Ko ซึ่งเป็นผู้ผลิตส่วนผสมจากนมในชิคาโก ซึ่งในขณะนั้นเป็นเจ้าของโดย TLC Beatrice

ในปี 2000 TLC Beatrice ขายหุ้นของบริษัท Bireley’s California Orange (Thailand) ให้กับ Pokka Singapore แต่ก็ถูกยกเลิกการซื้อกิจการไป

 

แต่ในปี 2010 กลุ่มบริษัทไทยภายใต้ชื่อ ซันนี่เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ ได้ซื้อเครื่องหมายการค้าแบรนด์ไบเล่ใน 20 ประเทศที่จดทะเบียนยกเว้นประเทศญี่ปุ่น โดยมี อิชิตัน ซื้อไปต่อในราคา 1.78 พันล้านบาท (55 ล้านดอลลาร์)

ในปี 2014 อิชิตัน คาดว่าจะฟื้นคืนชีพแบรนด์ขยายสู่ตลาดต่างประเทศอีกครั้ง แต่ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในการทำการตลาดในขั้นต้น แต่ในขั้นต่อ ๆ ไปกลับยังดูล้มลุกคลุกคลานอยู่มาก จนกระทั่งในปี 2019 ต้องประกาศยุติการผลิตไป (ประกาศกลับมาใหม่ในปี 2022) ทำให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดเดียวที่ยังคงพบแบรนด์ไบเล่ได้แบบต่อเนื่องไม่สะดุด

แต่ในอนาคต “ไบเล่” ชื่อที่เคยโด่งดังในหมู่ผู้บริโภค จะยังไปต่อได้หรือไม่ จะมีเจ้าไหนปลุกชีพขึ้นมาให้โด่งดังเทียบเท่าวันวานได้ คงต้องรอดูกันต่อไปยาว ๆ

 

ข้อมูลจาก: Asahi, CSUNUNIVERSITYAsahiGroup

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน