หากเอ่ยถึงร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเมนูเนื้อวัวที่ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด คงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากชื่อของ Yoshinoya ร้านอาหารแบรนด์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี

Yoshinoya Holdings Co Ltd หรือ Yoshinoya เป็นผู้ประกอบการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในญี่ปุ่น บริษัทดำเนินธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์ Yoshinoya และ Hanamaru เป็นหลัก มีความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหลากหลายชนิด ครอบคลุมเมนูสเต๊ก ซุป เค้ก มีทั้งหน้าร้าน และไดรฟ์ทรู

ชื่อของ Yoshinoya เป็นที่รู้จักทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ จากการขยายสาขาไปทั่วโลกกว่า 2,100 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และกัมพูชา

 

ความหมายของชื่อ Yoshinoya

อันดับแรกชื่อของร้านอาหาร ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านเกิดของ Eikichi Matsuda ที่โยชิโนะ

จึงเกิดเป็นชื่อของร้านในตอนแรกว่า “Yoshinoya no gyudon” หมายถึงร้านข้าวหน้าเนื้อของโยชิโนยะ ก่อนจะตัดคำขยายออก  เหลือไว้เพียงชื่อ Yoshinoya

โยชิโนยะ มาจากอักษรคันจิ ที่หมายถึง “ท้องทุ่ง” แม้จะฟังดูไม่เข้ากับอาหารนัก แต่ความหมายจริง ๆ ลึกซึ้งกว่านั้นมาก เพราะท้องทุ่งคือเเหล่งของระบบห่วงโซ่อาหาร

หลังจากที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะมีสาขาทั้งในอเมริกา รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการบริการภายใต้สโลแกน “อร่อย ราคาถูก รวดเร็ว” ทำให้โยชิโนยะเป็นชื่อที่เข้ามายืนอยู่ในใจใครหลายคนได้ไม่ยาก

1899 จุดเริ่มต้นแสนธรรมดา

เรื่องราวของโยชิโนยะมีจุดเริ่มต้นแสนธรรมดา ในตลาดปลานิฮงบาชิ ย่านชูโอกุ กรุงโตเกียว ลูกค้าส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง มีชีวิตรีบเร่ง Eikichi Matsuda จึงเริ่มต้นเปิดร้านอาหารรูปแบบใหม่ ในชื่อ Yoshinoya เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้

ด้วยการเสิร์ฟอาหารจานด่วน ที่เป็นข้าวสวยร้อน ๆ ราคาไม่แพง และบริการที่รวดเร็ว มีเมนูเด่นคือ “กิวด้งเนื้อ” (Gyuudon) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ข้าวหน้าเนื้อ” และโยชิโนยะก็ได้กลายมาเป็นร้านอาหารประจำของกลุ่มคนในตลาดและชาวประมงในพื้นที่ทันที

 

1926 การย้ายร้านครั้งสำคัญ

หลังจากที่ร้านแห่งแรกในตลาดปลานิฮงบาชิ ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโต โยชิโนยะก็ย้ายไปเปิดร้านแห่งใหม่ในตลาดปลาซึกิจิ ซึ่งกลายมาเป็นร้านอาหารหลักของแบรนด์จวบจนปัจจุบัน สถานการณ์ร้านดีขึ้นต่อเนื่อง จนต่อยอดสู่การเปิดสาขาแบบตลอด 24 ชั่วโมง แห่งแรกในปี 1952

1965 ปีแห่งการเริ่มต้นขยายสาขา

เริ่มขยายสาขาร้านแฟรนไชส์ไปทั่วโตเกียว  ก่อนจะขยายออกไปยังเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ กระทั่งในปี 1975 เปิดสาขานอกญี่ปุ่นแห่งแรก ในโคโรลาโด ถือเป็นใบเบิกทางต่อการขยายสาขาทั้งในฟากฝั่งอเมริกา ยุโรป ตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

2003 วิกฤตโรควัวบ้า ยอดขายตก จนต้องปิดสาขา

หนทางที่ดูจะราบรื่นในตอนต้นกลับต้องสะดุดลง เมื่อถึงปี 2003 เกิดวิกฤตโรควัวบ้าในอเมริกา ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นระงับการนำเข้าเนื้อวัวจากประเทศดังกล่าว ส่งผลให้ Yoshinoya เกิดปัญหาในทันที เนื่องจากร้านอาหารมากกว่า 1,000 แห่งมีเมนูที่ต้องใช้เนื้อวัวอเมริกันจำนวนมาก

แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะออกมายืนยันว่า โรควัวบ้าหรือโรคไข้สมองอักเสบจากสปองจิฟอร์มของวัวนั้นไม่อาจส่งผลต่อผู้ดื่มนมหรือบริโภคเนื้อวัว แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นได้

และแน่นอนว่าโยชิโนยะที่มีเมนูเนื้อเป็นอาหารจานหลักได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ  ส่งผลกระทบอย่างมากต่อยอดขายเป็นเวลากว่าสองปีครึ่ง จนต้องปิดบางสาขาไป

ทางร้านแก้ขัดด้วยการเพิ่มเนื้อยากินิคุแทนที่เนื้ออเมริกัน ซึ่งมีรสชาติและรสสัมผัสแตกต่างกันอยู่พอสมควร

2006 ท้องฟ้าของโยชิโนยะเริ่มกลับมาสดใส

หลังจากที่เมนูข้าวหน้าเนื้อถูกถอดออกไปจากลิสต์รายการเป็นเวลาเกือบสามปี ทันทีที่ประกาศคัมแบ็ก ลูกค้าเกือบร้อยชีวิตก็เรียงรายเข้าแถวเต็มทุกสาขา

แบรนด์คู่แข่งในญี่ปุ่น

ในปัจจุบันมีเครือใหญ่ 3 แห่งในญี่ปุ่นที่ให้บริการเมนูข้าวหน้าเนื้อ ได้แก่ Sukiya (มีสาขาเกือบ 2,000 แห่งในญี่ปุ่น) Yoshinoya (มากกว่า 1,200 แห่ง) และมัตสึยะ (มากกว่า 1,000 แห่ง)

ร้านข้าวหน้าเนื้อรายได้ไม่ธรรมดา

ปัจจุบันร้านโยชิโนยะมีสาขาเกือบพันแห่งในต่างประเทศ โดยแต่ละร้านมีเมนูพิเศษเฉพาะ แต่โดยรวมแล้วเมนูอาหารจานเด่นที่ขายดีในทุกประเทศคล้ายๆกันหมด คือ อะไรก็ได้ที่วางบนข้าวสวยร้อนๆหนึ่งชาม

ชามที่ถูกที่สุด ที่เสิร์ฟในโยชิโนยะมีราคาประมาณ 290 เยน ส่วนชามรวมกับซุปมิโซะและไข่ ราคารวมจะอยู่ที่ประมาณ 420 เยนเท่านั้น ซึ่งโดยรวมแล้วก็ยังไม่ใช่ราคาที่แพงเท่าใดนัก

Yoshinoya Holdings Co., Ltd. บริหารจัดการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ดำเนินการผ่านส่วนธุรกิจ ได้แก่ Yoshinoya, Hanamaru, Arcmeal, Kyotaru, Overseas และอื่น ๆ  รวมถึงการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศ ธุรกิจหลักของบริษัทคือ Yoshinoya

 

ยอดขายสุทธิ Yoshinoya Holdings Co., Ltd

2019   1,417.01 ล้านดอลลาร์

2020   1,513.77 ล้านดอลลาร์ 

2021   1,192.74 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 52 ล้านดอลลาร์  เนื่องมาจากช่วงการแพร่ระบาด จำนวนลูกค้าตกฮวบ ส่งผลให้ยอดขายลดลงเนื่องจากการปิดร้านอาหาร หรือเปิดทำการได้ในเวลาอันสั้นช่วงสั่งล็อคดาวน์ ทำให้ต้องปิดบางสาขาไปไม่น้อย เพื่อลดต้นทุน แต่ในปี 2022 ก็ฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นตัวเลขที่ดีมาก

โยชิโนยะมีร้านอาหารรวมทั้งหมด 2,845 แห่ง, 1,871 แห่งในญี่ปุ่นและ 974 แห่งในต่างประเทศ ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นดำเนินการโดยตรง ในขณะที่ร้านอาหาร Yoshinoya ในต่างประเทศส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยแฟรนไชส์

สำหรับโยชิโนยะในไทย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (Central Restaurants Group หรือ CRG) ดำเนินธุรกิจร้านอาหารเครือข่ายและอาหารบริการด่วน เป็นผู้รับสิทธิ์จากเจ้าของแฟรนไชส์

แต่แม้โยชิโนยะจะได้เปรียบด้านประสบการณ์การดำเนินงานร้านอาหารที่ยาวนาน แต่เมนูจานหลักของร้านที่ขึ้นตรงกับเนื้อวัว และมีสัดส่วนยอดขายมากที่สุด ต้นทุนอาหารต่อจานจะผันผวนตามราคาเนื้อวัว 

ครั้นเมื่อเกิดวิกฤตต่างๆ อย่างเช่นเงินเฟ้ออเมริกา เมนูข้าวหน้าเนื้อก็ต้องแบกรับต้นทุนอ่วม หรือเมื่อเกิดโรคระบาดในสัตว์ ร้านก็ต้องรับความเสี่ยงไปเต็มๆ จึงต้องจับตามองกันต่อไปว่า แบรนด์โยชิโนยะ จะสามารถผลักดันเมนูอื่นๆให้เป็นที่ยอมรับเท่าข้าวหน้าเนื้อ เพื่อลดการพึ่งพาเพียงเมนูอันดับหนึ่งของร้านได้หรือไม่

 

อ้างอิง : The Wall Street Journal, NikkeiAsia, Los Angeles Times, nippon, Yoshinoya, Yoshinoya Holdings, YABAI, Exploring old Tokyo, CRG, shared research



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน