เชื่อว่าหลายคนอาจคิดว่า KitKat (คิทแคท) ขนมหวานเวเฟอร์แบบแท่งเคลือบช็อกโกแลตยอดนิยมมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วนั้น KitKat แบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังที่สร้างสโลแกนติดหูอย่าง ‘คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท’ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษนั่นเอง

KitKat เป็นขนมที่ได้รับความชื่นชอบมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ จนถึงปัจจุบัน KitKat เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสุทธิมากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ และเป็นขนมยอดนิยมของผู้คนทั่วโลกที่ติดอันดับต้น ๆ ในทุก ๆ ปีของโลก ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์เก่าแก่ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

KitKat ช็อกโกแลตสุดฮิต เกิดขึ้นจากความคิดของพนักงานคนหนึ่ง

KitKat ถือกำเนิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 1935 โดย Rowntree’s (โรวน์ทรีส์) บริษัทลูกกวาดที่ตั้งอยู่ในเมืองยอร์ก ประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบัน Nestle (เนสท์เล่) เป็นเจ้าของ KitKat แบรนด์ช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดย KitKat เป็นช็อกโกแลตชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยเวเฟอร์สามชั้นเคลือบด้วยช็อกโกแลตชั้นในและนอก

เริ่มแรก KitKat เกิดขึ้นมาจากความคิดของพนักงานคนหนึ่งในโรงงานของ Rowntree’s ที่อยากได้ขนมที่สามารถใส่ในกระเป๋าพกไปทำงานได้ เพื่อเก็บไว้รับประทานยามว่าง บริษัทจึงรับข้อเสนอและนำมาผลิตเป็นขนมเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตแบบ 4 แท่งเรียงกันในห่อสีแดงสดใส โดยแต่ละแท่งนั้นสามารถหักแบ่งเก็บไว้รับประทานได้

ในตอนแรก KitKat นั้นมีชื่อว่า Rowntree Chocolate Crisp (โรวน์ทรี ช็อกโกแลต คริสป์) แต่หลังจากวางจำหน่ายทั่วลอนดอน และทางตอนใต้ของอังกฤษได้ 2 ปี ก็เปลี่ยนชื่อเป็น KitKat Chocolate Crisp (คิทแคท ช็อกโกแลต คริสป์) ซึ่งชื่อนี้ได้จาก KIT CAT Club ชมรมรวมกลุ่มคนรักพายของ Christopher Catling (คริสโตเฟอร์ แคตลิง)

Christopher Catling

KitKat แบรนด์ขนมที่ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างรวดเร็ว

ผ่านมา 5 ปีหลังจากเริ่มวางจำหน่าย KitKat Chocolate Crisp ก็ประสบความสำเร็จทั่วประเทศอังกฤษ ผู้คนชื่นชอบขนมเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตนี้เป็นอย่างมาก

ทาง Rowntree’s จึงได้มองหาโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มส่งออก KitKat Chocolate Crisp ไปยังแคนาดา แอฟริกาใต้ ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

แต่บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญอย่างนม เนื่องจากสถานการณ์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ Rowntree’s จำเป็นต้องหยุดการผลิตช็อกโกแลตสูตรเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้สูตรดาร์กช็อกโกแลตแทนชั่วคราว ส่งผลให้บริษัทเปลี่ยนสีห่อช็อกโกแลตจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน เพื่อแสดงถึงรสชาติที่เปลี่ยนไปจากเดิม

หลังจากสิ้นสุดสงครามปริมาณน้ำนมเริ่มกลับมาสู่สมดุลอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ Rowntree’s กลับมาใช้ช็อกโกแลตสูตรเดิมที่ผสมนมอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงได้เปลี่ยนห่อช็อกโกแลตกลับไปเป็นสีแดง ในครั้งนี้บริษัทจึงได้โอกาสเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น KitKat เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกและจดจำแบรนด์

ต่อมา ในปี 1950 KitKat ได้กลายเป็นขนมระดับนานาชาติ ทั่วโลกต่างชื่นชอบช็อกโกแลตยี่ห้อนี้ รวมทั้งได้โฆษณาในโทรทัศน์ในหลาย ๆ ประเทศอีกด้วย จนบริษัทได้คิดหาคำโฆษณาที่เป็นเอกลักษณ์ของ KitKat โดยเฉพาะ

คำโฆษณาที่ติดหูอย่าง “Have a break, have a KitKat”

ในปี 1958 KitKat ก็ได้มีคำโฆษณาติดหูอย่าง “Have a break, have a KitKat” (คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท) ซึ่งสร้างสรรค์โดย Donald Gillies (โดนัลด์ กิลเลส) จากบริษัท JWT of London คำโฆษณานี้กลายเป็นหนึ่งในคำโฆษณาที่ถูกใช้มานานที่สุดในโลก และได้รับการสร้างสรรค์ออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างสนุกสนาน ในวันนี้คำโฆษณานี้ได้เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของแบรนด์ที่ทรงพลัง

นอกจากมีคำโฆษณาที่ติดหูแล้ว KitKat ยังสร้างโฆษณาที่อิงตามสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ ถือได้ว่าสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดแข่งของ KitKat และเป็นจุดที่ทำให้แบรนด์ดูทันสมัยอยู่เสมอ

เพราะไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรก็ตาม KitKat ก็จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์เสมอ เช่น ในปี 2012 KitKat ลงโพสต์ให้กำลังใจ Felix Baumgartner (ฟีลิกซ์ บามการ์ตเนอร์) นักดิ่งพสุธาชาวออสเตรเลียถึงนอกโลก เนื่องจาก Felix วางแผนขึ้นไปดิ่งพสุธาที่ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ แต่สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้เขาต้องรออยู่บนอวกาศนานกว่าที่คาดไว้

KitKat เลยโพสต์ให้กำลังใจบน Facebook (เฟซบุ๊ก) และส่งช็อกโกแลต KitKat ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศ โดยใช้บอลลูนตรวจสภาพอากาศติดกล้อง GoPro อีกด้วย แน่นอนว่าหลังจากเผยแพร่ภาพนี้ก็ได้กลายเป็นกระแสฮือฮาในสังคมอย่างรวดเร็ว

Felix Baumgartner 1 และ Felix Baumgartner 2

KitKat เติบโตอย่างก้าวกระโดดไปอีกระดับ

ด้วยคำโฆษณา ทำให้ KitKat เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ขายดีไปทั่วยุโรป ทำให้ Rowntree’s สร้างโรงงานกระจายสินค้าแห่งใหม่ขึ้นที่ประเทศเยอรมนี ในปี 1970 เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปสู่ประเทศในแถบยุโรปทั้งหมด พร้อมทั้งทำสัญญากับ Hershey โดยให้สิทธิ์ในการผลิตและจำหน่าย KitKat ในสหรัฐอเมริกาเป็นของบริษัท Hershey แต่เพียงผู้เดียว

ด้วยเหตุนี้ KitKat จึงมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นที่รู้จักกันในตลาดโลกในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ตวามสำเร็จนี้ทำให้ Nestle สนใจในแบรนด์ KitKat และตัดสินใจซื้อกิจการของ Rowntree’s ในปี 1988 ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Nestle ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่าย KitKat ทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกา

KitKat ช็อกโกแลตขวัญใจคนญี่ปุ่น

ถึงแม้ KitKat จะถูกคิดค้นขึ้นในประเทศอังกฤษ แต่ KitKat ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น เพราะในประเทศญี่ปุ่น KitKat เป็นช็อกโกแลตที่ขายดีติดอันดับแรกๆ ในประเทศ และมีรสชาติให้เลือกมากกว่า 300 รส

หลังจากเปิดตัว KitKat ในประเทศญี่ปุ่นในปี 1973 โดยบริษัท Rowntree’s ได้ทำข้อตกลงกับ Fujiya (ฟูจิยะ) บริษัทขนมญี่ปุ่นและร้านอาหารชั้นนำ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา KitKat ก็กลายเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในประเทศ

เบื้องหลังความเป็นที่นิยมของ KitKat ในประเทศญี่ปุ่นคือเหตุบังเอิญที่ถือเป็นความโชคดีของแบรนด์ เพราะ KitKat ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า Kitto Katto (คิทโตะ แคทโตะ) ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า Kitto Katsu (คิทโตะ แคทซึ) ที่มีความหมายว่า  ชนะแน่นอน คนญี่ปุ่นจึงถือว่า KitKat เป็นเหมือนเครื่องรางเวลาไปสอบ เวลาแข่งขัน หรือเวลาเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ

ด้วยชื่อแบรนด์ที่พ้องกับคำในญี่ปุ่นที่มีความหมายดี ๆ ทำให้ KitKat สร้าง Emotional Branding ให้ผูกพันกับอารมณ์ของผู้บริโภคได้สำเร็จ จึงทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมในชาวญี่ปุ่นเป็นวงกว้าง

ในปี 2005 KitKat ได้ถือโอกาสนี้ทำแคมเปญ ‘Lucky Charm’ เพื่อโปรโมตสินค้า จนได้รับรางวัล Asian Marketing Effectiveness Awards

นอกจากนี้ ในปี 2010 KitKat ร่วมกับไปรษณีย์ญี่ปุ่นออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่สามารถเขียนข้อความและส่งถึงกันได้ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 20,000 แห่งในญี่ปุ่น ทำให้ KitKat รุ่นนี้ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว และยังได้รับรางวัล Media Grand Prix ที่เทศกาลโฆษณาเมืองคานส์อีกด้วย

สำหรับรสชาติของ KitKat ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกแบบรสชาติหลากหลายผ่านนวัตกรรมต่าง ๆ ทั้งรสชาติท้องถิ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Omiyage วัฒนธรรมการซื้อของฝากจากท้องถิ่นกลับไปฝากคนรู้จัก ทำให้ KitKat พัฒนารสชาติประจำภูมิภาคต่าง ๆ เอาไว้ขายเป็นของฝาก เช่น รสมันม่วงจากโอกินาวา รสโมมิจิ มันจูจากฮิโรชิมา รสวาซาบิจากชิซึโอกะ หรือรสชาเขียวมัทฉะจากเกียวโต เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมี KitKat รสชาติพิเศษที่ทำขึ้นมาเพื่อขายในระยะเวลาจำกัดเท่านั้น สิ่งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เช่น KitKat รสซูชิ ที่ทำขึ้นมาเพื่อวัน April Fool’s Day โดยเฉพาะ

รวมทั้งในประเทศญี่ปุ่นได้เปิดร้าน KitKat Chocolatory เพื่อให้ผู้คนได้สร้างสรรค์รสชาติ KitKat เป็นของตัวเอง โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำขนมชาวญี่ปุ่นอย่าง Yasumasa Takagi (ยาสุมาสะ ทาคากิ) เป็นผู้ดูแลหลัก

เริ่มแรก Yasumasa Takagi เป็นผู้สร้างสรรค์รสชาติ KitKat ต่าง ๆ จนบริษัท Nestle ถูกใจ จึงได้ร่วมกันพัฒนาจนกลายมาเป็นร้าน KitKat Chocolatory ในทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขาด้วยกันในญี่ปุ่น

KitKat Chocolatory

บทสรุป

ปัจจุบัน KitKat ผลิตโดยบริษัท Nestle (เนสท์เล่) ยกเว้นสหรัฐอเมริกาที่ผลิตโดยบริษัท Hershey’s (เฮอร์ชีย์) โดย KitKat เป็นแบรนด์ช็อกโกแลตที่ขายได้มากที่สุดในโลก จากข้อมูล Guinness World Records ในปี 2010 เห็นได้จากการสำรวจในอังกฤษที่พบว่า KitKat ขายได้ประมาณ 47 ชิ้นเพียงแค่ 1 นาที

KitKat เป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยความสนุก และมีความสร้างสรรค์ตลอดเวลาผ่านนวัตกรรมต่าง ๆ ทั้งในด้านรสชาติ รูปแบบช็อกโกแลต และการโฆษณาต่าง ๆ แต่ถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป KitKat ก็ยังคงเอกลักษณ์และความเป็นเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตเอาไว้เหมือนเดิม จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ KitKat ได้รับความนิยมตลอดเวลา

 

ที่มา:

breakwithkitkat.weebly.com

en.wikipedia.org

www.nytimes.com

www.hersheyland.com

What Does Kit Kat Stand For?

en.wikipedia.org



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน