ความเสียหายที่ Kakao ได้รับจากเหตุเพลิงไหม้ ยังคงปรากฏออกมาให้เห็น และกระทบไปถึงจำนวนผู้ใช้แล้ว

WiseApp บริษัทวิเคราะห์และติดตามข้อมูลในธุรกิจแอปเผยว่า จำนวนผู้ใช้ Kakao แชตแอปใหญ่สุดของเกาหลีใต้ ลดลงกว่า 2 ล้านคน

ซึ่งสาเหตุหลักมาจากเกิดระบบล่มเพราะเหตุไฟไหม้อาคารศูนย์ข้อมูลเมื่อวันเสาร์ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา และการกู้คืนระบบก็เป็นไปอย่างล่าช้า

จนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในประเทศอย่างมาก เพราะนอกจากใช้ส่งข้อความแล้วแพลตฟอร์มนี้ยังใช้โอนเงินและเรียกแท็กซี่ได้อีกด้วย

วันรุ่งขึ้นหลังเหตุเพลิงไหม้จำนวนผู้ใช้ Line คู่แข่งของ Kakao พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1.28 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ส่วน Telegram และ Facebook Messenger ก็มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าผู้ใช้ของ Kakao ราว 2 ล้านคนที่หายไปนี้ย้ายไปใช้ของ 3 แพลตฟอร์มคู่แข่งนั่นเอง

แม้ 2 ล้านคนที่หายไปเป็นส่วนน้อยจากผู้ใช้ Kakao กว่า 45 ล้านคน แต่ก็เป็นการย้ำถึงความเสียหายที่ Kakao ได้รับจากเหตุระบบล่ม

และผลกระทบของการกู้สถานการณ์ล่าช้าด้วย เพราะหลังเกิดเหตุนักลงทุนพากันเทขายหุ้นและ 1 ใน 2 ซีอีโอร่วมต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบและลดกระแสต่อต้าน

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังจุดประเด็นเรื่องการพึ่งพา Kakao มากเกินไปของชาวเกาหลีใต้ และรัฐบาลกำลังเริ่มกดดันให้แพลตฟอร์มแชตแอปที่ให้บริการอยู่ในประเทศต้องมีระบบการสำรองข้อมูล

และเตรียมมาตรการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อลดเหตุปั่นป่วนและความเสียหาย หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาอีก

สำหรับ Kakao ถือเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เฉพาะ KakaoTalk ฟีเจอร์หลักที่ใช้ในการส่งข้อความก็มีผู้ใช้เป็นประจำ 45 ล้านคน ซึ่งถือว่าสูงมากเพราะเกาหลีใต้มีประชากรอยู่ราว 52 ล้านคน

ส่วนศูนย์ข้อมูล Kakao ที่เกิดไฟไหม้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโซลและเป็นของ SK ค่ายโทรคมนาคมใหญ่ของเกาหลีใต้ โดยแม้ Kakao ตอบสนองต่อสถานการณ์ล่าช้าจนสร้างความไม่พอใจให้ชาวเกาหลีใต้

แต่ตามรายงานของ Yonhap สำนักข่าวใหญ่เกาหลีใต้ระบุว่า ส่วนหนึ่งมาจากกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัยของเกาหลีใต้ ที่ห้ามไม่ให้เข้าไปในตัวอาคารจนทีมของ Kakao ไม่สามารถไปเปิดระบบไฟสำรองและกู้คืนระบบได้

ส่วนมาตรการเยียวยา Kakao รับปากว่าจะชดเชยความเสียหายให้ทั้งผู้ใช้และบริษัทต่าง ๆ พร้อมกันนี้จะได้ทุ่มเงิน 324 ล้านดอลลาร์ (ราว 12,300 ล้านบาท) สร้างศูนย์ข้อมูลของบริษัทแห่งแรกของตัวเองขึ้นมาอีกปี 2023 และตามด้วยแห่งที่ 2 ในปี 2024 อีกด้วย/koreaherald



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน