ภายหลังจากที่ Liz Truss ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษหลังเข้าดำรงตำแหน่งได้เพียง 45 วัน สาเหตุถูกเพ่งเล็งไปที่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในการดำเนินนโยบายทางการคลัง โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องเก็บภาษีเพิ่มและ “ที่มาของงบประมาณฉบับย่อ”

Liz Truss กล่าวว่า รัฐบาลของภายใต้การนำของเธอได้แก้ปัญหาราคาพลังงานและลดเงินนำส่งประกันสังคม และมีแผนการที่จะสร้าง “อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงด้วยการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ” แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน “เธอไม่สามารถทำตามที่เคยให้สัญญาเอาไว้ได้”

อดีตนายกฯ หญิงของอังกฤษต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากที่นาย Jeremy Hunt รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ประกาศต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเขาจะยกเลิกแผนการตัดลดภาษีแทบทั้งหมดของรัฐบาลนาง Liz Truss ที่บรรจุอยู่ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกว่า “งบประมาณแผ่นดินฉบับย่อ” (mini-budget) มูลค่า 45,000 ล้านปอนด์ เนื่องจากในแผนดังกล่าวไม่มีรายละเอียดว่า จะนำเงินจากไหนมาใช้สำหรับแผนนี้

หลังจากที่ประกาศดังกล่าวเผยแพร่ออกไปส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ผันผวนร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านดีดตัวขึ้น ราคาพันธบัตรรัฐบาลร่วงกราว จนธนาคารกลางต้องเข้ามาแทรกแซง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นายกวาซี กวาร์เทง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น ซึ่งเป็นคนสนิทของ Liz Truss  ถูกปลดจากตำแหน่ง หลังอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 38 วันเท่านั้น การตัดสินใจของนายฮันต์ทำให้บรรดานักลงทุนต่างโล่งใจ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการฉีกแผนดำเนินงานทางเศรษฐกิจของ Liz Truss จนไม่เหลือชิ้นดี และมีกระแสเรียกร้องให้เธอลาออกจากตำแหน่งหลังจากเข้าบริหารประเทศเพียง 45 วัน

กระบวนการก่อนจะได้นายกคนใหม่

หลังจาก Liz Truss ลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมทำให้พรรคจำเป็นจะต้องทำการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่เพื่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระบวนการในการเลือกผู้นำคนใหม่ของพรรคอนุรักษนิยมจะใช้เวลาไม่นาน

โดย ส.ส. ของพรรคฯ จะลงคะแนนเสียงผ่านบัตรลงคะแนนครั้งแรกวันที่ 24 ตุลาคม และหากมีผู้สมัคร 3 คน คนที่มีคะแนนเสียงน้อยที่สุดจะถูกตัดออกจากการแข่งขัน และจะมีการลงคะแนนเสียงครั้งที่ 2 เพื่อหาคนที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

สมาชิกของพรรคจะมีเวลาวันที่ 28 ตุลาคม ในการเลือกหัวหน้าพรรคจากแคนดิเดตที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 2 คน ผ่านการลงคะแนนแบบออนไลน์ โดยจะมีการประกาศผลในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งตัวเต็งที่สื่อของอังกฤษคาดว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้นำพรรคคนต่อไปในครั้งนี้ประกอบไปด้วย

Rishi Sunak

Rishi Sunak เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และเคยได้ที่ 2 ในการศึกเฟ้นหาหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมเมื่อช่วงก่อนหน้านี้แต่พ่ายให้กับ Liz Truss แม้ว่านาย Sunak จะได้รับแรงสนับสนุนจาก ส.ส. ภายในพรรคมากกว่า Lizz Truss แต่เขายังคงเป็นบุคคลที่มีความเห็นค่อนข้างแตกต่างกับ ส.ส. ส่วนใหญ่ในสภา อีกอย่างคือ ส.ส. หลายคนตำหนิว่านาย Rishi เป็นต้นเหตุที่ทำให้นาย Boris Johnson อดีตนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง

ส่วนผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโควิดที่ผ่านมานั้นเขาเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในรอบหลายทศวรรษ เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโดนแรงต่อต้านภายในพรรค แม้ว่า Rishi Sunak จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารที่ขยันและฉลาด แต่สิ่งที่ทำให้เขาอาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝันก็คือ การขาดความสามารถในการผสานรอยร้าวที่มีภายในพรรคและความแตกแยกของประชาชนภายในประเทศให้กลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

Boris Johnson

การกลับมาของ Boris Johnson ซึ่งเป็นญาติของอดีตนายกฯ ลิส ทรัสส์ จะเป็นหนึ่งในการกลับมาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของอังกฤษ นายจอห์นสันถูกขับออกจากตำแหน่งในเดือนกรกฎาคมเนื่องจากฝ่าฝืนกฎระเบียบในช่วงล็อกดาวน์ และไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงปิดเมืองที่ Downing Street รวมถึงมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ นอกจากนี้ เขาไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ ส.ส. ของพรรคฯ ดังนั้นหลายคนจึงมองไม่เห็นโอกาสที่เขาจะพาตัวเองกลับมาสู่ตำแหน่งได้

Penny Mordaunt

ในการแข่งขันเลือกหัวหน้าพรรคครั้งก่อน Penny Mordaunt ซึ่งเป็น Brexiteer (ผู้สนับสนุนให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป) ได้กลายเป็นที่ชื่นชอบในหมู่สมาชิกพรรคอนุรักษนิยม เธอเคยได้รับคำแนะนำให้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วเมื่อปี 2019

Penny Mordaunt ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาในสมัยรัฐบาล Lizz Truss ช่วงสั้น ๆ และจนถึงตอนนี้ Penny Mordaunt กลายเป็นผู้สมัครคนแรกและคนเดียวที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะลงสมัครเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

Suella Braverman

Suella Braverman เคยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยในสมัยรัฐบาลของนาง Liz Truss แต่เธอดำรงตำแหน่งอยู่ได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งสั้นกว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทย เธอเคยให้คำมั่นว่าจะปราบปรามผู้อพยพที่เดินทางมาโดยทางเรืออย่างผิดกฎหมายและเร่งส่งตัวกลับประเทศ แต่แนวทางของเธอขัดแย้งกับคำมั่นสัญญาของ Liz Truss ซึ่งต้องการที่จะสนับสนุนการย้ายถิ่นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Suella Braverman ประกาศลาออกทันทีเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา  เนื่องจากละเมิดกฎแนวทางปฏิบัติของทางราชการ หลังจากที่เธอส่งข้อมูลของทางการโดยใช้อีเมลส่วนตัว แต่สาเหตุหลักการจากไปของเธอคือการไม่เห็นด้วยกับ Liz Truss เกี่ยวกับทิศทางการทำงานของรัฐบาลมากกว่า

Suella Braverman เป็นคนที่ชัดเจนจุดยืนเรื่อง Brexit เธอให้คำมั่นว่าจะทำให้อังกฤษออกจากอนุสัญญายุโรปว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ยึดถือมาตรฐานแนวทางของพรรคฯ อย่างเคร่งครัด แต่ถ้าว่ากันตามจริงโอกาสในการชนะการเลือกตั้งของเธอนั้นมีน้อย

Ben Wallace

Ben Wallace เป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งช่วงนั้นสั่งให้มีการถอนทหารอังกฤษออกจากอัฟกานิสถานรวมไปถึงการตอบโต้ทางการทหารในสงคราม รัสเซีย-ยูเครน สนับสนุนยูเครนโดยการส่งอาวุธและเชิญกองกำลังทหารของยูเครนให้มาร่วมฝึกการรบร่วมกับกองกำลังอังกฤษก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง

นายวอลเลซเป็นที่ชื่นชอบในหมู่สมาชิกพรรคในช่วงแรกของการแข่งขันชิงเก้าอี้ผู้นำของพรรคครั้งก่อน แต่เขามีจุดยืนที่จะไม่สนับสนุน Liz Truss รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ Rishi Sunak จากสาเหตุที่ทำให้ Boris Johnson ต้องโดนปลด

พรรคอนุรักษนิยมหวังว่า Ben จะสามารถฟื้นฟูระเบียบวินัยบางอย่างให้กับพรรคและผสานรอยร้าวภายในพรรคได้ นอกจากนี้ เมื่อ 3 วันก่อนที่ Liz Truss จะประกาศลาออก เขาได้เขียนบทความในนิตยสาร Times ในชื่อหัวข้อ “ผมจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” นั่นอาจจะหมายถึงเขาอาจจะไม่ใช่ตัวเต็งที่จะได้เป็นนายกฯ ของอังกฤษคนต่อไปก็ได้ (เพราะเขาไม่ได้อยากเป็น)

 

อ้างอิง

Who will be Britain’s next prime minister? | The Economist


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer