ขณะที่ประชากร เวียดนาม กำลังจะทะลุ 100 ล้านคนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แถมยังเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยหนุ่มสาวกว่า 50 ล้านคนที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน ค่าแรงขั้นต่ำยังไม่พุ่งชนเพดาน

บวกกับนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจจากภาครัฐ ทั้งการขยับขยายพื้นที่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมโรงงาน และนโยบายทางด้านภาษี ดึงดูดใจให้กลุ่มทุนรวมถึงแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศพาเหรดเข้ามา ‘ปักหมุด’ ลงทุนเปิดสายการผลิตสินค้าที่ประเทศแห่งนี้

6 ประเทศหัวหอกที่เข้ามาลงทุนเวียดนามสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน

ส่วนมูลค่าการลงทุนจากประเทศไทยปี 65 อยู่ที่ราว 13,000 ล้านดอลลาร์ และถึงแม้จะไม่ติด top ในด้านเม็ดเงินลงทุน

แต่ก็มีหลายแบรนด์ที่ติด top tier ในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างเช่น ค้าปลีก พลังงาน บรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่มชูกำลัง และด้านปศุสัตว์

… และใช่ว่าแบรนด์ไหนมีเงินถุงเงินถังเทหน้าตักเข้าไปลงทุนแล้วจะสำเร็จ ตลาดในเวียดนามเองถือเป็นอีกหนึ่งประเทศท้าทาย ทั้งในแง่พฤติกรรมของผู้บริโภค ค่านิยม

รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ของแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศ และแบรนด์โลคัลที่ครองตลาดอยู่เดิม

สำหรับ ศรีนานาพร หรือ SNNP ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มชั้นนำของไทย เจ้าของผลิตภัณฑ์ ขนมขาไก่โลตัส เบนโตะ เจเล่ เป็นหนึ่งในเพลย์เยอร์ที่เข้าไปทำตลาดในเวียดนามมานานกว่า 17 ปี

มองเห็นโอกาสในการขยายตลาดในเวียดนามแบบฟูลอีโคซิสเต็ม และจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญคือการตั้งโรงงานผลิตในเวียดนาม

โดยโรงงานใหม่ของ SNNP ใช้พื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร  ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่เศรษฐกิจ เวียดนามสิงคโปร์อินดัสเทรียลพาร์ค หรือ VSIP ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ 30 กิโลเมตร พื้นที่รวม 20,000 ตารางเมตร

เฟสแรกเริ่มผลิตขนมขึ้นรูปและขนมปังแท่งแบรนด์ “โลตัส” หลังจากนั้นจะเพิ่มไลน์การผลิต “เบนโตะ” และต่อด้วยไลน์ผลิต “เจเล่” ตามลำดับ คาดว่าจะสามารถผลิตได้อย่างครบวงจรภายในปี 2566

การเปิดโรงงานใหม่แห่งนี้จะช่วยดันยอดขายของ SNNP ทะลุ 2,000 ล้านบาท เติบโต 7 เท่าภายใน 5 ปี รวมถึงยังมองเป็นโรงงานสำคัญในการทดแทนกำลังการผลิตและส่งออกยังประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงในไทย

ฐากร ชัยสถาพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ระบุว่า

ปัจจุบัน SNNP ทำตลาดในประเทศเวียดนามแบบฟูลอีโคซิสเต็ม คือมีการตั้งโรงงาน ทีมขาย ทีมการตลาด แวร์เฮาส์ และมีตัวแทนจัดจำหน่ายแบบครบวงจร

ปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดรายได้จากการขายจากประเทศเวียดนาม 300 ล้านบาท ส่วนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 อยู่ที่ 218 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สัดส่วนรายได้หลักมาจากกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยว 93% และเครื่องดื่ม 7%  ตั้งเป้ายอดขายในเวียดนามทะลุ 2,000 ล้านบาท เติบโต 7 เท่าภายใน 5 ปี

การเปิดโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษของ SNNP ได้รับการสนับสนุนเรื่องภาษี 0% ในปีช่วง 2 ปีแรก และลดหย่อน 50% ต่อไปอีก 4 ปี

ส่วนด้านความท้าทายสำคัญอย่างเรื่องแรงงาน เวียดนามยังนับว่าเป็นประเทศที่ได้เปรียบเรื่องค่าแรงขั้นต่ำยังไม่สูงชนเพดาน

แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเวียดนามเองจะต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานและค่าแรงเหมือนประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วประเทศอื่น ๆ

ดังนั้นการลงทุนในโรงงานใหม่นี้จึงเน้นไปที่เครื่องจักรและไลน์การผลิตอัตโนมัติ โดยในโรงงานจะมีพนักงานอยู่ราว ๆ 400 คนเท่านั้น

เชื่อมั่นว่าการลงทุนในการขยายฐานการผลิตในประเทศเวียดนามจะช่วยสร้างผลตอบแทนและรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นให้กับบริษัทฯ ในระยะยาวอย่างยั่งยืน

สินค้าที่ขายดีที่สุดในเวียดนามของ SNNP คือ “เบนโตะ” เป็นเบอร์ 1 ในตลาด ผู้บริโภคเวียดนามมองว่านี่คือของกินเล่นที่เป็น Extreme Snack ด้วยรสชาติเผ็ดท้าทาย รองลงมาคือ โลตัส และเจเล่

“กลยุทธ์สำคัญในการรุกตลาดเวียดนาม” คือการทำตลาดแบบ Localization Strategy

เริ่มจากการเปิดตลาดด้วยดิสทริบิวเตอร์ที่เข้าใจตลาดเวียดนามเป็นอย่างดีอย่าง Chance and Challenge Co., Ltd. หรือ CAC ซึ่งเป็นพันธมิตรในการนำเข้าขนมขบเคี้ยวจากไทยเข้ามาจำหน่ายมากว่า 15 ปี มีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้าครอบคลุมร้านค้า 140,000 ร้านค้าแบบดั้งเดิม และโมเดิร์นเทรดอีกกว่า 8,275 ร้านค้า รวมถึงช่องทางออนไลน์

“ต้องเข้าใจผู้บริโภคเวียดนามอย่างแท้จริง” เป็นอีกหนึ่งพอยต์สำคัญที่ SNNP โฟกัสมากเป็นพิเศษ สิ่งที่สะดุดตาที่สุด คือแพ็กเกจจิ้งของทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ที่ SNNP วางจำหน่ายในเวียดนาม ขาไก่โลตัส เบนโตะ เจเล่ จะยังคงใช้โลโก้และชื่อสินค้าที่เป็นภาษาไทย ติดแบรนด์ไทยชัด ๆ เพราะในมุมของลูกค้าหรือผู้บริโภคเวียดนามยังคงเชื่อมั่นและมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก

“เรื่องของรสชาติ” ปัจจุบันสินค้าของ SNNP ที่วางขายอยู่ในตลาดยังเป็นการนำเข้าจากประเทศไทยเป็นหลัก โดยหลังจากโรงงานแล้วเสร็จจะปรับสัดส่วนเป็นผลิตในประเทศ 80% และนำเข้า 20%

เเละจะมีการออกรสชาติพิเศษเพื่อให้ถูกปากคนเวียดนามมากขึ้น อย่างเช่น รสเนื้อ ที่ในตลาดบ้านเราไม่นิยมเท่าไร แต่เป็นรสยอดนิยมทั้งในเวียดนามและกัมพูชา รวมถึงจะมีรสชาติที่เป็นโลคัลอย่างซอสพริกเวียดนามตามมา

“เราตั้งเป้าว่าภายในปี 2566 โรงงานที่เวียดนามจะเป็นฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญภายใต้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ของบริษัทอย่างครบวงจร โดยผลิตและจำหน่ายสินค้าและทำตลาดในประเทศเวียดนาม และหลังจากดำเนินธุรกิจได้ตามแผนครบทุกเฟสการผลิตที่วางไว้จะดำเนินการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในระยะต่อไป” ฐากรกล่าวทิ้งท้าย

 

ข้อมูล:

https://investor.snnp.co.th/en/updates/press-releases
https://www.vietnam-briefing.com/news/vietnams-fdi-drop-slightly-in-2021-but-reopening-measures-boosting-economy.html/
https://thaipublica.org/2021/02/thai-companies-dominate-sectors-in-vietnam/
https://www.thansettakij.com/economy/490392
https://www.vietnamvi.com/2021/02/25/thai/



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน