ไมโล แบรนด์เครื่องดื่มยอดนิยมที่ได้ชื่อมาจากนักกีฬาแห่งยุคกรีกโบราณ

แน่นอนทุกคนน่าจะเคยดื่มไมโล (Milo) และรู้จักเครื่องดื่มแบรนด์นี้กันเป็นอย่างดี เพราะไมโลเป็นแบรนด์ที่ผูกพันกับคนไทยมาตั้งแต่เด็กจากการจัดบูธแจกไมโลโรงเรียน สิ่งนี้ทำให้หลายคนชื่นชอบเครื่องดื่มจากแบรนด์นี้เป็นอย่างมาก

โดยแบรนด์ไมโลเป็นหนึ่งในแบรนด์ภายใต้การดูแลของเนสท์เล่ (Nestlé) ซึ่งไมโลเป็นผลิตภัณฑ์มอลต์ชนิดผงรสช็อกโกแลตที่เริ่มคิดค้นในปี 1934

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไมโลได้กลายเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา

จากตำนานนักกีฬาแห่งยุคกรีกโบราณสู่เครื่องดื่มยอดนิยม

ไมโลได้เกิดขึ้นในออสเตรเลีย เมื่อปี 1934 ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ Thomas Mayne (ทอมัส เมย์น) นักเคมีอุตสาหกรรมและนักประดิษฐ์ชาวออสเตรเลีย ซึ่งทำงานอยู่ที่ Nestlé ได้พัฒนาไมโลระหว่างที่เขากำลังทำงาน โดยเขาคิดค้นสูตรไมโลที่รวมสารสกัดจากมอลต์ นม โกโก้ น้ำตาล เกลือแร่ ธาตุเหล็กและวิตามิน A, D และ B1

 Thomas Mayne

เนื่องจากเขาอยากช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน เพราะในยุคนั้นเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้หลาย ๆ บ้านค่อนข้างขาดแคลนนั่นเอง

ชื่อของเครื่องดื่มนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อของนักกีฬาที่โดดเด่นในเรื่องของพละกำลังและความแข็งแกร่งในยุคกรีกโบราณ ผู้มีชื่อว่า Milo of Croton (ไมโลแห่งโครตอน)

 Milo of Croton

ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อกำเนิด “ทฤษฎีไมโล“ หรือทฤษฎีการเพิ่มความแข็งแรงจากการฝึกฝนร่างกาย ด้วยวิธีการยกกระทิงตัวเดิมในทุก ๆ วัน ผลจากการฝึกฝนและอดทน ทำให้ Milo of Croton สามารถยกกระทิงตัวใหญ่ที่โตเต็มวัยเดินไปมาจนทำให้เขาคว้าแชมป์ในการแข่งขันได้ในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ Nestlé นำชื่อของเขามาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ “ไมโล” เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ เติบโตไปพร้อมกับโภชนาการที่มีประโยชน์

ไมโลเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Sydney Royal Easter Show หลังจากเปิดตัวไปไม่นาน ไมโลก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว Nestlé จึงได้ทำการผลิตในโรงงานในเครือทั่วโลก โดยไมโลได้ผลิตในโรงงานมากกว่า 13,000 ตันต่อปี

หลังจากนั้นไมโลก็ได้พัฒนาเรื่อยมา จนมีสูตรมากมายอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน เช่น ในประเทศฟิลิปปินส์ได้มีการผลิตไมโลสูตรโปรโตมอลต์ ซึ่งประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากข้าวบาร์เลย์และมันสำปะหลัง หรือในประเทศออสเตรเลียได้มีการผลิตไมโลสูตร Milo B-Smart ซึ่งมีความเข้มข้นกว่า และเติมวิตามิน B รวมทั้งไอโอดีนเข้าไปเพิ่มเติม เป็นต้น

ความนิยมของไมโลในหลายประเทศทั่วโลก

หลังจากที่ไมโลได้เป็นที่นิยมในออสเตรเลียแล้ว ไมโลก็ได้ทำการโปรโมตผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก ทำให้ไมโลเป็นที่นิยมในหลายประเทศทั่วโลก อย่างในนิวซีแลนด์ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ศรีลังกา มัลดีฟส์ ไทย ญี่ปุ่น จาเมกา ชิลี หรือโคลอมเบีย เป็นต้น

เนื่องจากไมโลได้ทำการโปรโมตผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าอยู่เสมอ อย่างโครงการ MILO in2CRICKET และ MILO T20 Blast ในออสเตรเลียที่ไมโลได้เป็นผู้สนับสนุนและดำเนินการสอนเด็ก ๆ ให้รู้จักการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ

นอกจากนี้ ไมโลยังเป็นที่นิยมอย่างมากในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยไมโลมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 90% ในมาเลเซีย รวมทั้งชาวมาเลเซียถือเป็นผู้บริโภคไมโลรายใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะไมโลเคยถูกใช้เป็นอาหารเสริมในตอนเปิดตัวครั้งแรกในประเทศ จนได้รับชื่อเสียงว่าเป็นเครื่องดื่มที่ต้องมี

หรืออย่างในแคนาดา ไมโลได้จำหน่ายที่ร้านค้าปลีกอาหารรายใหญ่ทุกแห่ง ตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกา ไมโลได้วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศอย่างใน Walmart เช่นกัน

ความเป็นที่นิยมของ ไมโล ในมาเลเซีย

นอกจากนี้ ไมโลถือได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในมาเลเซีย นับตั้งแต่วันเปิดตัวในมาเลเซียในช่วงทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา โดยไมโลได้ครองใจชาวมาเลเซียมาหลายชั่วอายุคน ส่งผลให้ไมโลกลายเป็นแบรนด์ของใช้ในครัวเรือนที่เป็นที่ชื่นชอบ และเป็นหนึ่งในอาหารเช้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

สิ่งนี้ทำให้มาเลเซียกลายเป็นประเทศที่มีผู้บริโภคไมโลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 90% ของตลาดเครื่องดื่มเลยทีเดียว

ด้วยความชื่นชอบไมโล มาเลเซียเลยได้มีการคิดค้นไมโลรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น Ais kacang น้ำแข็งไสแบบดั้งเดิมแต่โรยหน้าด้วยไมโล หรือแม้แต่การใส่ไมโลลงไปในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของยี่ห้อแม็กกี้ เป็นต้น

บทสรุป

ปัจจุบันไมโลได้กลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยการศึกษาวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไมโลได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก

ปัจจุบันมีผู้บริโภคทั่วโลกดื่มไมโลวันละ 31 ล้านแก้ว ซึ่งเท่ากับ 307 แก้วต่อวินาที ถือได้ว่าไมโลประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเติบโตมากว่า 80 ปี จากการจำหน่ายในกว่า 40 ประเทศทั่วโลกนั่นเอง

ที่มา:

https://en.wikipedia.org/wiki/Milo_(drink)https://en.wikipedia.org/wiki/Milo_(drink)

https://www.nestle.com/aboutus/history/nestle-company-history/milo

https://www.milo.com.au/all-about-milo/history

https://www.d8aspring.com/eye-on-asia/malaysias-love-for-milo

https://www.thestar.com.my/food/food-news/2020/03/04/natural-goodness-in-every-cup-of-milo

https://www.goodnes.com/milo/about-us/

https://www.news.com.au/lifestyle/food/things-you-never-knew-about-milo/news-story/00f15276bdcb5ab5697b2e0edb8700ea

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน