วาโก้ ธุรกิจที่เกิดจากชายทหารผ่านศึกที่ต้องการลบ Pain Point ผู้หญิงจอแบน

สินค้าตัวแรกของวาโก้คือเสื้อชั้นในเสริมฟองน้ำให้ผู้หญิงอกดูมขึ้น

และเป็นสินค้าที่เกิดจากชายทหารผ่านศึกชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Koichi Tsukamoto เมื่อ 70 กว่าปีที่ผ่านมา

อาจดูเหมือนแปลกที่ต้นกำเนิดของของชุดชั้นในวาโก้ คือทหารผ่านศึก

และทหารผ่านศึกคนนี้มาสร้างธุรกิจชุดชั้นในได้อย่างไร

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 70 กว่าปีที่ผ่านมา หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบ Koichi ร่วมกับเพื่อนที่เป็นทหารด้วยกัน เปิดร้านขายเครื่องประดับเป็นธุรกิจแรก

หลังจาก Koichi ทำธุรกิจเครื่องประดับได้ในระยะเวลาหนึ่ง เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์แฟชั่นสาวญี่ปุ่น ที่ถอดชุดกิโมโนหันมาสวมใส่ชุดแฟชั่นทางตะวันตกมากขึ้น

แต่เพราะที่ผ่านมาผู้หญิงญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโน และมีผ้ารัดหน้าอกอยู่เสมอ หน้าอกที่มีอยู่จึงค่อนข้างเล็ก และใส่ชุดแฟชั่นทางตะวันตกที่ดีไซน์เพื่อผู้หญิงตะวันตกที่มีหน้าอกไม่สวย

ในจังหวะเดียวกัน Koichi เห็นนิตยสารที่ทหารอเมริกันทิ้งไว้ และในนิตยสารมีโฆษณาเสื้อชั้นในอยู่หลายหน้า

เขาจึงมองว่าเสื้อชั้นในคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับสาว ๆ ญี่ปุ่นเช่นกัน

แต่ชุดชั้นในที่ Koichi คิดจะเป็นต้องเป็นเสื้อชั้นในที่ตอบโจทย์ Pain Point ด้านสรีระของสาวญี่ปุ่นที่หน้าอกเล็กให้สามารถสวมใส่ชุดทางตะวันตกได้สวยด้วย

แต่เพราะ Koichi เป็นผู้ชายจึงไม่สามารถออกแบบเสื้อชั้นในจากสรีระตัวเองได้ เขาจึงขอให้ภรรยาเป็นแบบวัดตัวและดีไซน์เสื้อชั้นในออกมา

เสื้อชั้นในที่ Koichi ออกแบบเป็นเสื้อที่ดีไซน์เพิ่มช่องใส่บราแพด หรือแผ่นเสริมทรง เข้าไปเป็นรายแรกของญี่ปุ่น เพื่อเสริมให้ผู้หญิงญี่ปุ่นที่ไม่มีหน้าอกเมื่อสวมใส่เสื้อชั้นในของเขาจะใส่ชุดตะวันตกได้สวยขึ้น

และตั้งชื่อแบรนด์ว่า วาโก้ ออกวางตลาดครั้งแรกในปี 1946

หลังที่เสื้อชั้นในรุ่นแรกของวาโก้ออกทำตลาด ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสาวญี่ปุ่น ในฐานะเสื้อชั้นในที่ใส่แล้วมีหน้าอกขึ้นมา

Koichi ต่อยอดความสำเร็จพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ด้านสรีระของผู้หญิงญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

เพราะการตอบโจทย์สรีระผู้หญิงญี่ปุ่นที่แบรนด์ชุดชั้นในจากต่างประเทศไม่สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า จึงเป็นสาเหตุที่วาโก้ประสบความเร็จในประเทศญี่ปุ่น

ก่อนที่จะพัฒนาสินค้าผ่านนวัตกรรม ต่อยอดไปยังกลุ่มสินค้าอื่น ๆ นอกเหนือจากชุดชั้นใน เช่น เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ชุดนอน และขยายผลไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก ผ่านการออกแบบให้เข้ากับสรีระและความต้องการของผู้หญิงที่ไม่เหมือนกัน

สำหรับในประเทศไทย วาโก้เข้ามาทำธุรกิจในปี 1970 ในรูปแบบบริษัทร่วมทุนระหว่างเครือสหพัฒน์ และวาโก้ ประเทศญี่ปุ่น

และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่วาโก้พาตัวเองออกนอกประเทศ

เหตุผลที่วาโก้เลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกมาจาก บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา แห่งเครือสหพัฒน์ เข้าเยี่ยมชมโรงงานวาโก้ที่ประเทศญี่ปุ่น และทาบทาม Koichi พาแบรนด์วาโก้เขามาทำธุรกิจในไทย

ในเวลานั้น Koichi มีความคิดที่จะขยายธุรกิจวาโก้ไปต่างประเทศเช่นเดียวกัน

ในปัจจุบันธุรกิจวาโก้ในประเทศไทย จดทะเบียนทำธุรกิจในชื่อ บมจ. ไทยวาโก้ ทำธุรกิจชุดชั้นใน ชุดชั้นนอก และชุดเด็ก ในชื่อแบรนด์ต่าง ๆ นอกเหนือจากวาโก้ รวมถึงบริการต่าง ๆ เช่น ตัดเย็บเสื้อผ้าทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยสวมใส่หลังการรักษา เช่น รักษาแผลไฟไหม้ หลังทำศัลยกรรม เป็นต้น

ในปีที่ผ่านมาไทยวาโก้มีรายได้จากการขายและบริการจากทุกธุรกิจในเครือ รวม 3,243.78 ล้านบาท

แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 2,304.90 ล้านบาท

และรายได้จากต่างประเทศ 938.88 ล้านบาท

โดยรายได้จาก

ชุดชั้นในสตรี 3,021.85 ล้านบาท

ชุดชั้นนอกสตรี 75.41

ชุดเด็ก 124.10 ล้านบาท

และอื่น ๆ 22.42 ล้านบาท

ส่วน 9 เดือนแรกของปี 2022 วาโก้ ประเทศไทยมีรายได้รวมจากการขายสินค้าและบริการ 2,916.07 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี สำหรับชุดชั้นในสตรีที่เป็นรายได้หลักของไทยวาโก้ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกับสูงจากการแข่งขันของแบรนด์ที่ผลิตในประเทศไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ

การแข่งขันของตลาดชุดชั้นในสตรีแข่งขันเรื่องของคุณภาพของสินค้าและบริการ, รูปแบบดีไซน์, ราคา, ช่องทางจัดจำหน่าย และแคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ดึงดูดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

วาโก้ มีคู่แข่งขันคือ ซาบีน่า

การทำตลาดของไทยวาโก้เน้นการศึกษาวิจัยสรีระของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ผ่านความสวยงาม ความสบาย และการมีสุขภาพที่ดี

และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่จะกลายเป็นลูกค้าระยะยาวในอนาคตได้ ผ่านการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูเด็กลง มีความสดใส จัดกิจกรรมการตลาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์กลุ่มวัยรุ่น พร้อมกับพัฒนารูปแบบสินค้าให้มีความหลากหลาย มีสีสันและลวดลายที่มากขึ้น

ชุดชั้นในไม่ได้มีไว้เพื่อปกปิดและยกกระชับเท่านั้น แต่เป็นการเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใส่อีกด้วย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน