ตลาดกาแฟสำเร็จรูป

  1. ตลาดกาแฟมีมูลค่า 31,000 ล้านบาท ในปี 2557 และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปีโดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 3.5%
  2. ตลาดกาแฟ 3 in 1 เป็นตลาดที่มีการเติบโตมากที่สุดในปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจากเติบโต 8% และเป็นตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดด้วยมูลค่าตลาด 15,000 บาท มีเนสกาแฟ เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 63% อันดับ 2 ซูเปอร์กาแฟ ส่วนแบ่งตลาด 12% และ เบอร์ดี้และมอคโคน่า กินส่วนแบ่งตลาด เท่ากัน 10% ครองอันดับ 3 ร่วมซึ่งตลาดกาแฟ 3in1 เป็นตลาดที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่นปีที่ผ่านมามีดาว คอฟฟี่ และล่าสุดอาราบัส ของดัชมิลล์ เป็นต้น
  3. กาแฟพร้อมดื่มมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ในตลาดกาแฟรวม ด้วยมูลค่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกาแฟกระป๋อง 95% และแบบขวดPET 5% มีการเติบโต 6% เบอร์ดี้เป็นเจ้าตลาดจากส่วนแบ่งตลาด 70% ทิ้งห่างเบอร์ 2 อย่างเนสกาแฟแบบไม่เห็นฝุ่นและในปีนี้เบอร์ดี้ต้องการส่วนแบ่งตลาด 72% ในตลาดกาแฟพร้อมดื่มด้วยการปรับภาพลักษณ์ให้มีชีวิตชีวา กระฉับกระเฉง พร้อมกาแฟรสชาติใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่บริโภคกาแฟพร้อมดื่มเฉลี่ยปีละ 3 กระป๋อง
  4. กาแฟผงสำเร็จรูป และกาแฟฟังก์ชันนอล 3in1 เช่นกาแฟควบคุมน้ำหนัก กาแฟผสมคลอลาเจน เป็น 2 ตลาดที่เล็กสุด รวมกันเพียง 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป มีมูลค่า 4,000 ล้านบาท ขับเคลื่นด้วยเนสกาแฟผู้นำตลาดมายาวนานกว่า 30ปี ด้วยกิจกรรมการตลาดและนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Red Cup เป็นต้น และกาแฟฟังก์ชันนอลมี 2,000 ล้านบาทมีเนเจอร์กิ๊ฟเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50%
  5. คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยปีละ 0.5 กิโลกรัม ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม โดยฟินแลนด์เป็นประเทศทึ่มีอัตราการบริโภคกาแฟสูงสุด 12กิโลกรัมต่อปี ซึ่งถือว่ายังเป็นตลาดที่มีโอกาสอีกมาก แต่อุปสรรค์ในตลาดนี้คือ คนไทยหันไปบริโภคกาแฟสดมากขึ้นเนื่องโดยเฉพาะคนทำงาน และคนเมืองจากมีรสชาติที่หอมหวานกว่า และเลือกได้หลากหลายทั้งร้อนและเย็น
  6. หลังจากเปิด AEC ตลาดกาแฟสำเร็จรูปจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการเข้าเล่นตลาดของกาแฟสำเร็จรูปของประเทศใน AEC ที่แต่และประเทศก็มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป

ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer