ท่ามกลางกลุ่มเพลง Rap กับ Hip Hop ที่ครองโซนส่วนใหญ่ในเพลงประเทศแถบตะวันตก และการที่ K-pop ยังสามารถรั้งตำแหน่งเบอร์หนึ่งฝั่งเอเชียไว้อย่างเหนียวแน่น เสียงแผดกร้าวของกีตาร์กับการร้องแบบแหกปากไม่กลัวคอพังของเพลง Pop Punk ก็ดังขึ้นๆ เรื่อยๆ

แม้ยังไม่ถึงกับแหวกขึ้นสู่กระแสหลักได้แต่การที่มีศิลปินแนวนี้เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของหน้าใหม่ ๆ การเปลี่ยนแนว และการกลับมาออกผลงานของเบอร์ใหญ่ รวมไปถึงการที่ MV ทรงอย่างแบด จากวง Paper Planes ของไทย ทำยอดวิวได้กว่า 30 ล้านวิว

แถมเพลงนี้ยังฮิตมาก ๆ ในหมู่เด็กประถมและอนุบาลไทย จนคลิปการเล่นเพลงนี้อย่างสนุกสนานในงานคริสต์มาสที่ผ่านมาของเด็กนักเรียนรุ่นเล็ก กลายเป็นข่าวเรียกรอยยิ้มส่งท้ายปี ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนแล้วว่าเพลง Pop Punk ได้คืนชีพกลับมาดังอีกครั้ง

แล้วการคืนชีพของบรรดาเพลงทรงอย่างแบดจากยุค 2000 มีที่มาอย่างไร ทำผมตั้งแล้วหาคำตอบได้จากบรรทัดต่อจากนี้ 

สถานการณ์โควิดตลอด 3 ปีที่ผ่านมาทำให้คนทั่วโลกจำเป็นต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านและพื้นที่ปิด สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้คนรุ่นต่าง ๆ ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น

และมีโอกาสได้ย้อนกลับไปดู อ่านและฟัง สื่อบันเทิงต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในบ้าน หรือเสิร์ชกลับไปหาเพลงเก่า ๆ ที่เคยฟังเพื่อคลายเครียด

สำหรับกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่เกิดและโตมาช่วงคาบเกี่ยวระหว่างปลายยุค 90 กับต้นยุค 2000 (Gen Z) ก็ได้กลับไปฟังเพลง Pop punk มากมายที่ดังช่วงนั้น โดยมี Avril Lavigne, Blink-182, Green Day และ Sum-41 เป็นเบอร์ต้น ๆ

กระแสเพลง Pop Punk ยังกระจายต่อไปยังวงการหนัง เปิดโอกาสให้ Disney สร้าง Freaky Friday ที่แสดงโดย Linsey Lohan ออกมาในปี 2003 และเปิดทางให้ Emo Punk ได้แตกแขนงออกมาจาก Pop Punk อีกทอดหนึ่ง จนกลุ่มเพลงแนว Punk ทั้งหมดได้รับความนิยมอย่างมากจากนั้นจนถึงปี 2010

ตลอดเกือบ 10 ปีแรกของยุค 2000 วงการเพลงฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นต้นแบบให้เพลงทั่วโลก จึงเต็มไปด้วยเพลง Pop Punk และการทำผมแข็งตั้ง หรือปล่อยยาวแต่แหว่ง ๆ เหมือนถูกหั่น ทาขอบตาดำ สวมชุดปักหมุดกับกางเกงทรงหลวม และรองเท้าแบรนด์ Dickies จึงกลายเป็นแฟชั่นฮิตของเด็ก ๆ และวัยรุ่นนั้น

นักร้องและวงดนตรีกลุ่ม Gen Z ที่กำลังโตขึ้นมาเป็นช่วงวัยก่อนวัยรุ่น (Preteen) หรือวัยรุ่นพอดีในยุคโควิด ที่โลกเต็มไปด้วยปัญหา จึงเห็นเพลง Pop Punk ซึ่งเด่นเรื่องความเกรี้ยวกราด แต่ติดหูและไม่ต้องใช้ทักษะทางดนตรีขั้นสูง เป็นทางออกได้ระบาย ต่างพากันทำเพลงออกมา

Olivia Rodrigo, Willow Smith และ Machine Gun Kelly คือหัวหอกที่พาให้เพลง Pop Punk กลับมาดังติดชาร์ตฝั่งอเมริกา พร้อมนัยสำคัญหลาย ๆ ด้าน

เช่น การโชว์พลังหญิงของสองคนแรก โดยในสองคนแรกกรณีของ Willow Smith น่าสนใจมาก เพราะเป็นนักร้องหญิงผิวดำ ซึ่งมีไม่บ่อยในกลุ่มเพลง Punk ส่วน Machine Gun Kelly ก็เป็น Rapper มาก่อน

จุดเด่นอีกอย่างของ Pop Punk ยุคนี้ คือศิลปินหรือวงที่เป็นผู้หญิงและคนผิวดำ ซึ่งน้อยมากหากเทียบกับ Pop Punk ยุค 2000

เมื่อนำการคืนชีพแบบแหวกกฎเดิม ๆ ของ Pop Punk ยุคนี้ มารวมกับการกลับมาออกผลงานของเบอร์ดัง ๆ จากยุค 2000 อย่าง Avril Lavigne, Paramore และ Blink-182 จึงทำให้ Pop Punk กลับมาดังอีกครั้ง

พร้อมส่งให้แฟชั่น ชุดหนัง ผมตั้ง เจาะสักร่างกาย และเจาะหมุดตามแฟชั่นไอเทม กับรองเท้า Dickies กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งนั่นเอง

การคืนชีพของเพลง Pop Punk ยังแสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นยุคนี้อึดอัดมานานกับสถานการณ์โควิดและปัญหาต่าง ๆ จนต้องหาทางระบายออกด้วยความเกรี้ยวกราดอีกด้วย

จากนี้คงต้องติดตามกันไปว่า Pop Punk จะยืนระยะต่อไปอีกนานแค่ไหน และจะมีอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้เห็นจาก Pop Punk ยุคนี้อีกหรือไม่

การคืนชีพของเพลง Pop Punk ยังทำให้แบรนด์แฟชั่นแนว Punk กลับมาได้รับความนิยม และรองเท้า Dickies กลับมาขายดี แต่ขณะเดียวกันแบรนด์หรูก็ไม่ตกกระแส ยืนยันได้จากการที่ Balenciaga ออกรองเท้าทรงโตปักหมุด ออกมาเอาใจ Punk รุ่นใหม่กระเป๋าหนัก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันยังมีส่วนสำคัญให้กีตาร์รุ่นที่สะดุดตากลับมาขายดี และเป็นที่ต้องการในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เช่นกรณีของ กีตาร์ทรง Stratocaster รุ่น Hello Kitty ของแบรนด์ Squier ในปีนี้ อีกด้วย/gigwise

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer