ตั้งแต่ 5 มกราคมเป็นต้นไป ชาวจีนที่เดินทางด้วยเครื่องบินออกมาจากประเทศจีนมายังสหรัฐฯ ต้องตรวจโควิด 2 วันก่อนขึ้นเครื่องและเมื่อมาถึงสนามบินในสหรัฐฯ ก็ต้องตรวจอีก เพื่อสกัดกั้นหรือชะลอการแพร่ระบาดของโควิดจากจีน

หลังจีนประกาศเปิดพรมแดนให้ชาวต่างชาติที่ไม่เป็นโควิดเข้าประเทศได้ตั้งแต่ 8 มกราคม และจะตามด้วยการเปิดไฟเขียวให้ชาวจีนไปต่างประเทศได้

มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ ครอบคลุมผู้โดยสารทุกสัญชาติที่เดินทางออกมาจากจีน และดินแดนในปกครองของจีน อย่างฮ่องกงกับมาเก๊าด้วย

ทางการสหรัฐฯ ยังประกาศว่า อาจเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองอีกหากเห็นว่าจำเป็นและกล่าวโจมตีจีนว่าล้มเหลวในการแสดงความโปร่งใสและออกมาตรการที่เหมาะสมด้านข้อมูล หลังยกเลิกสรุปข้อมูลการระบาดรายวัน ทั้งที่การเปิดเผยข้อมูลจำเป็นต่อการสกัดการระบาด

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาตอบโต้ว่า สหรัฐฯ ใส่สีตีข่าวให้เป็นเรื่องใหญ่โตและมุ่งร้ายเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของจีน แถมยังขัดขวางการเดินทางของผู้คน อันเป็นการฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มองได้ 2 ด้าน โดยด้านหนึ่งนี่คือจีนต้องการเร่งปลุกเศรษฐกิจหลังใช้มาตรการสกัดโควิดสุดเข้มงวดในชื่อโควิดเป็นศูนย์ มาเกือบ 3 ปี นำมาสู่การปิดประเทศและจำกัดการเดินทางผู้คน จนเศรษฐกิจทรุดหนักสุดในรอบเกือบ 50 ปี

ส่วนอีกด้าน คือการเตรียมพร้อมคัดกรองทัพชาวจีนจำนวนมหาศาลของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย และอิตาลีก่อนหน้านี้ เพื่อกันไม่ให้โควิดจากจีนระบาดเข้ามาในประเทศ เพราะจีนยังไม่สามารถหยุดโควิดได้สนิท ท่ามกลางการรายงานสถานการณ์โควิดที่ไม่ดีนัก

เช่น การติดเชื้อรายใหม่ ๆ ตามเมืองใหญ่ ๆ และความเสี่ยงการติดโควิดของผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่ได้วัคซีนเข็มกระตุ้น รวมไปถึงความอัดอั้นของชาวจีนที่อยากออกนอกประเทศ ยืนยันได้จากยอดการค้นหาข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศตามเว็บไซต์ที่พุ่งพรวดหลังประกาศเตรียมเปิดประเทศ

และ BOC Aviation บริษัทให้บริการเช่าเครื่องจีน ทุ่มซื้อเครื่องบินรุ่น 737 Max จาก Boeing มากถึง 40 ลำเพื่อมารองรับการสัญจรทางอากาศที่จะเพิ่มกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลังเปิดประเทศ

ดังนั้นหลายประเทศจึงให้น้ำหนักกับการสกัดโควิดมากกว่าหวังให้ทัพชาวจีนมาเทเงินจับจ่ายในประเทศ เพราะแม้อย่างหลังจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและปลุกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ถ้าโควิดเกิดระบาดหนักจากชาวจีนขึ้นมา ก็อาจได้ไม่คุ้มเสีย/bbc


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer