Petsumer ใช้กลยุทธ์อย่างไร ? ให้โดนใจตลาดคนรักสัตว์เลี้ยง

เเม้จะเจอกับวิกฤตโควิด-19 จนหลายธุรกิจโซซัดโซเซ เเต่ไม่ใช่กับธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่โตสวนกระเเส ทั้งในตลาดโลกเเละตลาดไทย

ปี 2021 ที่ผ่านมา Euromonitor เผยว่า ธุรกิจสินค้าเเละบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 43,372 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดในไทยอยู่ที่ 3,954 ล้านบาท

มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2026 ตลาดสัตว์เลี้ยงของโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 217,651 ดอลลาร์ คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% เช่นเดียวกับมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในไทย ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% เป็นมูลค่า 66,748 ล้านบาทในปี 2026

จากการศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 1,046 คน เก็บข้อมูลโดยการให้สัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็นเพศหญิง 66.8% ชาย 22.3% และเพศทางเลือก 10.9% อยู่ในช่วง Generation Z (อายุน้อยกว่า 24 ปี) 12% Generation Y (24-41 ปี) 77.3% Generation X (42 ปีขึ้นไป) 10.7%

จากผลสำรวจ พบว่า 49% เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นลูก (Pet Parent) เห็นได้จากการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงสุนัข-เเมว เพิ่มมากขึ้นทุกปี เเต่อัตราการเกิดของเด็กไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ อีก 34% เลี้ยงสัตว์เพื่อสถานะทางสังคม (Pet Prestige) เพื่อบ่งบอกรสนิยมเเละความมั่งคั่ง โดยจะพยายามโพสต์ภาพสัตว์เลี้ยงลงตามสื่อโซเชียลของตน อีกทั้งเป็นการเลียนแบบคนดังที่มักถ่ายภาพคู่กับสัตว์เลี้ยง

ขณะที่ 18% เลี้ยงเพื่อช่วยเหลือ บำบัดรักษา (Pet Healing) เพื่อรักษาโรค เเละเป็นการเลี้ยงสัตว์ของกลุ่มคนโสดสูงถึง 80.7% ส่วน 19.3% เป็นกลุ่มที่เเต่งงานเเล้ว

เมื่อพูดถึงคำว่า “สัตว์เลี้ยง” หลายคนมักนึกถึงหมาเเมวหน้าตาน่ารัก เเต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันคนมีความนิยมเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลายมากขึ้น จนเกิดเป็นเทรนด์เลี้ยงสัตว์ Exotic เช่น งู นก เต่า หนู เป็นต้น

จากการสำรวจการเลี้ยงสัตว์ พบว่า ผู้ทำแบบสอบถามนิยมเลี้ยงสุนัขมากที่สุด ประมาณ 40.4% ขณะที่ความนิยมเลี้ยงเเมวตามมาติด ๆ ที่ 37.1% เเละที่น่าสนใจคือ ความนิยมเลี้ยงสัตว์แปลกอยู่ที่ 22.6%

โดยมีคำอธิบายว่า สัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้มีความเเตกต่าง และอินเทรนด์ บ่งบอกตัวตนผู้เลี้ยง อีกทั้งยังใช้พื้นที่น้อย อายุยืน ซึ่งสัตว์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้เเก่ ปลาสวยงาม นก กระต่าย เต่า และหนู ตามลำดับ

พฤติกรรมการซื้ออาหารผู้เลี้ยงมักจะซื้อแบรนด์ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ถึง 62.6% เพราะกลัวกระทบกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง สำหรับเเบรนด์ที่นิยมสำหรับสัตว์ทั่วไป ได้แก่ Royal Canin SmartHeart และ Me-o

และแบ่งความต้องการสินค้าบริการออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ Pet Wellness Center บริการทั่วไป ตัดขน อาบน้ำ สปาสัตว์เลี้ยง Pet Training ฝึกนิสัย กีฬาให้สัตว์เลี้ยง และ After Death Service ทำของที่ระลึกเมื่อสัตว์เลี้ยงเสียชีวิต

ด้านการรักษาพยาบาลคนเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่นำสัตว์เลี้ยงไปรักษาที่คลินิกเอกชน 43.3% ที่โรงพยาบาลสัตว์เอกชน 41.2% และโรงพยาบาลสัตว์รัฐบาล 9.8%

เหล่าทาสส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายอาหารสัตว์ต่อเดือนอยู่ที่ 1,001-2,000 บาท รองลงมาคือ ต่ำกว่า 1,000 ต่อเดือน และ 2,001-3,000 บาทต่อเดือน

การสื่อสารการตลาดจากแบรนด์ถึงคนเลี้ยงสัตว์ Petsumer

ในการเลือกใช้สัตว์เลี้ยงในการโฆษณา (Pet on Advertising) มีผลการวิจัยว่า ภาพโฆษณาที่มีสัตว์เลี้ยงเเละสินค้าอยู่ด้วยกัน มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุด 43.82% เพราะสัตว์จะช่วยดึงดูด ดูขายเเบบเนียนๆ

จากอินไซต์ทั้งหมดสามารถสรุปแนวทางกลยุทธ์การตลาด ที่จะช่วยให้เเบรนด์สามารถมัดใจเหล่าทาสสายเปย์ได้ ออกมาเป็นกลยุทธ์ PETSUMER

 

กลยุทธ์ด้านสินค้า เเละบริการ

Personalization-ต้องตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน

Easy Access-ต้องสะดวก เข้าถึงง่าย

Trustworthiness-ต้องมีคุณภาพ น่าไว้ใจ

Social Influence-อิทธิพลจากคนในสังคมสำคัญต่อการตัดสินใจ

กลยุทธ์ด้านการสื่อสาร

Uniqueness-สร้างความเเตกต่าง

Mental Support-สื่อสารโดยใช้สัตว์เลี้ยงให้คนรู้สึกดีต่อแบรนด์

Engagement-สร้างความผูกพันกับลูกค้าจนเกิด Loyalty

Rights-ให้ความสำคัญกับสิทธิของสัตว์เลี้ยง

 

โดยมีช่องทางในการสร้างโอกาสจากตลาดสัตว์เลี้ยงที่น่าสนใจ ได้แก่ การขายของที่ระลึกหรือของแทนใจ การขายอาหารเสริม แฟชั่นสัตว์เลี้ยง รวมถึงธุรกิจด้านการบริการ คลินิกสำหรับสัตว์เอ็กโซติก บริการเทเลเมดิซีน บริการฝึกสัตว์เลี้ยง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน