ต่อจากนี้ให้เรียก “สเตเดียม วัน” อย่าเรียกหลังสนามศุภ

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วย่านหลังสนามสนามศุภชลาศัย ถือเป็นแหล่งที่คนชื่นชอบการออกกำลังกาย และต้องการซื้อสินค้ากีฬามักจะนึกถึง

หากต่อมาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องการแปลงโฉมและยกระดับพื้นที่แห่งนี้ จึงได้ยกเลิกสัญญาของผู้เช่ารายเดิม และเปิดให้มีการประมูลเพื่อการผู้รับสิทธิในบริหารจัดการพื้นที่ โดยบอกว่าพื้นที่จำนวน 10 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระราม 1 ตัดกับถนนบรรทัดทอง ใกล้กับสนามกีฬาแห่งชาติ จะต้องเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา

จาก 7 รายที่ยืนซองประมูลในที่สุด สิทธิชัย ศรีสงวนสกุล, ถนอมเกียรติ สัมมาวุฒิชัย, ณัฐภัค รีกิจติศิริกูล และ พงศ์วรรธน์ ติยะพรไชย ได้ถูกจุฬาเลือกให้เป็นผู้ชนะการประมูล และได้รับสิทธิ์ในการบริการพื้นที่

“เหตุผลที่ได้รับเลือกเป็นเพราะคอนเซ็ปต์ที่จะทำถือว่าตอบโจทย์จุฬาที่สุดแล้ว เพราะเราได้วางแผนที่จำเป็นสเตเดียมวันไฟล์สไตล์สปอร์ตคอมมิวนิเคชั่น ที่ตั้งเป้าจะเป็นสปอร์ตเดสทิเนชั่นศูนย์รวมด้านกีฬาแห่งแรกของไทย”

สเตเดียม วัน

พื้นเพเดิมทั้ง 4 คนเป็นศิษย์เก่าที่เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และทำธุรกิจส่วนตัวกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยทำธุรกิจที่เกียวข้องกับกีฬา เหตุที่สนใจทำโปรเจคนี้ร่วมกัน เพราะเคยเป็นคณะกรรมการจัดงานวิ่งศิษย์เก่าคณะวิศวะมาก่อน

การทำธุรกิจร่วมกันในครั้งนี้สิทธิชัยและถนอมเกียรติ จะเป็นเบื้องหลังและค่อยให้คำปรึกษา โดยณัฐภัคและพงศ์วรรธน์ออกหน้าในการดูแลภาพรวมกับกลยุทธ์การตลาด เพราะมองว่าทั้ง 2 เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าได้เทรนด์ตลาดและพฤติกรรมได้ดีกว่า

โดยจากนี้สิ่งที่ทั้ง 4 คนต้องการ คือ เปลี่ยนคำเรียกของคนทั่วไปจากมาหลังสนามศุ เป็นมาสเตเดียม วัน โดยต้องการดึงทั้งคนเก่ามามาซื้ออุปกรณ์กีฬาที่เคยขึ้นชื่อ และกลุ่มใหม่ๆให้เข้ามาออกกำลังกาย

ในเบื้องต้นสัญญาเช่าพื้นที่ 7 ปี เริ่มเซ็นตั้งแต่ต้นปี 2017 ส่วนจะต่อใหม่หรือไม่นั้นต้องรอทางจุฬาเป็นฝั่งตัดสินใจ แต่ก็มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะต่อไปถึง 15 ปี เนื่องจากแผนแม่บทของจุฬาได้ระบุว่า ภายในระยะเวลา 15 ปีพื้นที่นี้จะต้องทำเกียวกับกีฬา

สเตเดียม วัน

ก่อนที่จะมาเป็น สเตเดียม วัน เป็นห้องแถวร้างที่ไม่มีคนอยู่มาหลายปีทั้ง 4 คนจึงได้วางแผนปรับพื้นที่ใหม่ เหลือตึกแถวเดิม 20-30% ที่เหลือทุบทิ้งทั้งหมดเพื่อปรับภูมิทัศน์ใหม่ โดยมีตัวอย่างเป็นย่านที่อยู่ในญี่ปุ่น ใช้งบลงทุนไป 200 ล้านบาท

พื้นที่ทั้งหมด 17,520 ตารางเมตร ถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลักๆได้แก่ 40% เป็นร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายทั้งหมด เช่นเสื้อผ้า รองเท้า หรือการของรางวัล, 20% ร้านอาหารเป็นสตรีทฟู้ด โดยจะไม่มีร้านฟาสต์ฟู้ดหรือร้านที่เป็นเชน เพราะมองว่าสามารถหากินได้ทั่วไปตามห้างอื่นๆ

20% เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย เช่น Jetts Fitness ฟิตเนส 24 ชั่วโมงจากออสเตรเลีย ที่เลือกรายนี้ทั้งๆที่คุยไว้หลายๆราย เพราะมองว่า Jetts เป็นการออกกำลังกายที่ใช้เครื่องเล่นทั้งหมด ไม่มีคลาส จึงเสริมด้วยฟิตเนส สตูดิโอที่จะสร้างความหลายกหลายได้มากกว่า เช่น 911 By JT สตูดิโอเต้นของเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, RSM Muay Thai Academy คลาสต่อยมวย เป็นต้น โดยรวมทั้งหมดจะมีราว 30 สตูดิโอ

ที่เหลืออีก 15% โค-เวิร์คกิ้งสเปซ ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงรวมไปถึงโฮสเทลและอีก 5% เป็นร้านค้าทั่วไป โดยวางเป้าหมายเป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่สนใจการออกกำลังกายและสุขภาพ ในพื้นที่ราว 5 กิโลเมตรจากที่ตั้ง รวมไปถึงกลุ่มคนที่อาศัยในย่านเยาวราชที่ยังไม่มีฟิตเนสเข้าไปตั้งเลย

“ด้วยพื้นที่ทำให้หลังจากเลิกงาน 4-5 ทุ่มก็สามารถเดินทางมาออกกำลังกายได้ เพรามีฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งต่างจากในหากที่มีเวลาเปิดปิดชัดเจน จึงไม่สามารถตอบสนองกับกลุ่มที่เลิกงานดึกได้ ที่สำคัญราคายังถูกกว่าอีกด้วย”

สเตเดียม วัน
เรียงจากซ้ายไปขวา – ณัฐภัค รีกิจติศิริกูล, สิทธิชัย ศรีสงวนสกุล, ถนอมเกียรติ สัมมาวุฒิชัย และพงศ์วรรธน์ ติยะพรไชย

จริงๆแล้วสเตเดียมวันเริ่มเปิดตัวมาราว 5 เดือนแล้ว มีพื้นที่ที่พร้อมเปิดทั้งหมดและร้านค้าเช่า 85% ที่เหลืออีก 15% เชือว่าจะเต็มภายในปีนี้อย่างแน่นอน โดยกำลังเจรจาที่จะดึงสตูดิโอ โยคะและอีสปอร์ตมาเข้ามาเสริม

ปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้บริการราว 2,000 คนต่อวัน ใช้จ่ายเฉลี่ย 300 – 500 บาท/คน ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็นเฉลี่ย 5,000 คน/วัน ทั้งนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 พฤษภาคม 2018

อย่างไรก็แค่ร้านค้าต่างๆอาจจะไม่สามารถดึงดูดได้มากพอสเตเดียมวันจึงวางแผนที่จะจัดอีเวทย์ใหญ่เดือนละ 1 ครั้ง และย่อยๆอีกอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง โดยแต่ละเดือนก็จะเปลี่ยนไปตามเทรนด์ นอกจากนี้ยังวางแผนใช้ทั้งอินฟลูเอ็นเซอร์, ไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์, บุคคลในวงการที่ชื่นชอบการออกกำลังมามาโปรโมท ซึ่งจะเน้นออนไลน์เป็นหลัก โดยที่ผ่านมาใช้งบไปแล้ว 10 ล้านบาท

ตลาดเพื่อสุขภาพในเมืองไทยมีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท และเติบโตขึ้นทุกปี อีกทั้งคนไทยเป็นนักวิ่งประจำที่วิ่งอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งราว 500,000 แสน นี่แสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีโอกาศอีกมาก

แต่ทั้งนี้สเตเดียม วันยังมีความท้าทายอยู่ที่ว่า จะสามารถสร้างฐานที่เป็นลูกค้าใหม่ๆได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันคนที่มาส่วนใหฐ่เป็นฐานลูกค้าเดิมๆทั้งนั้น ซึ่งถือโจทย์ที่ต้องหาทางแก้ต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer