สุหฤท สยามวาลา : The Front Man

สุหฤท สยามวาลา วัยรุ่นที่แก่ที่สุดในโลก, สุหฤท สยามคันหูแล้วค่อยแน่นอก, สุหฤท สยามตายแระไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ และอีกหลายๆ สุหฤท สยาม…ฯลฯ นั่นคือการลงชื่อต่อท้ายสเตตัสกวนบ้าง จริงจังบ้าง ที่รวมเอาแนวคิดการมองโลกที่แตกต่าง มุมมองต่อสังคม เทคนิคในการทำงาน แง่คิดในการบริหาร และไลฟ์สไตล์ของตนขึ้นอัพเดทบนโลกออนไลน์

แฟนคลับในเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ของสุหฤทในปัจจุบัน (11/11/13)

ปัจจุบันมีฟอลโลเวอร์ในทวิตเตอร์กว่า 110,000 คน และในเฟซบุ๊คอีกประมาณ 120,000 ไลค์ พี่โต้ของน้องๆ มักโต้ตอบ พูดคุยกับแฟนเพจด้วยตนเองสม่ำเสมอ ถึงขนาดยอมรับว่าตนเองนั้นเป็นคนติดโซเชียลเน็ตเวิร์คไม่น้อยเช่นกัน ด้วยความฉีกแนวเป็นตัวของตนเองไม่ตามใคร และสิ่งที่เขาทำออกมาก็สร้างสรรค์ ดังนั้นไม่แปลกเลยที่วัยรุ่นหลายๆ คนจะหลงรัก และคลิกติดตามชีวิตมันๆ ของของเขา
วันนี้ Marketeer บุกถึงออฟฟิศผู้บริหารที่วัยรุ่นแก่ที่สุดโลก นั่งคุยถึงมุมมองในชีวิตแบบสนุกๆ ผสมซีเรียสกับ สุหฤท สยามวาลา

หลากบทบาทหลายสไตล์ แล้วแบบนี้บทบาทไหนที่ชอบที่สุด

“เป็นคำถามที่หลายๆ คนถามผมบ่อย ที่จริงแล้ว ‘ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องอะไรเพียงอย่างเดียว’ คนเราสามารถรักอะไรได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน รักงานที่ทำ รักกิจกรรมที่ทำ เราสามารถรักอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เพราะทั้งหมดที่เกิดจากความรัก ทำเพราะอยากให้มันสำเร็จ มันจึงไม่มีบทบาทไหนที่ผมรักที่สุด”

แล้วแบบนี้ยังมีอะไรที่อยากทำอีกไหม

“ผมชอบขยายขอบเขตของตนเองออกไปเรื่อยๆ ถ้าถามว่าอยากทำอะไรอีกไหม? ผมอยากเป็นนักแข่งรถ” สุหฤทตอบทันทีหลังจากสิ้นคำถาม
หลายคนคงมีคำถามว่าเหนื่อยไหมกับบทบาทที่สุหฤทเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะดูเยอะและยุ่งเหยิง
“เหนื่อยสิ แต่เราก็ไม่เห็นต้องจมปลักกับความทุกข์ มีผ่อนคลายบ้างสังสรรค์ให้หายเหนื่อยและก็กระโจนลงกลับมาฟัดกับงานต่อ”
—————————————————————————————————————–

อยู่ บน เขา

              สุหฤทเปรียบการเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารไว้เหมือนกับการอยู่บนยอดเขา ซึ่งที่จริงแล้วเขาอาจหมายถึงว่า ‘เรา อยู่เหนือ พวกเขา(พนักงาน)’ อยู่บนตำแหน่งที่ต้องแบกรับความกดดันจากทั้งภายในและภายนอกของบริษัทและมีหน้าที่เป็นผู้นำของบริษัท ผู้ชายคนนี้มีวิธีอยู่บนยอดของคนอย่างไร

การวางตัวในการบทบาทการเป็นผู้บริหาร “บทบาทแต่ละบทบาทจะบอกเราเองว่าอะไรคือความเหมาะสม เราไม่จำเป็นต้องนอกกรอบแบบไร้สาระ เราควรเป็น‘ธรรมชาติ’ ธรรมชาติในความเป็นมนุษย์ ทุกวันนี้ผมสามารถกอดคอ คุยเล่นกับพนักงานของผมได้ แต่ถ้าเรื่องงานผมจะเป็นคนมีเป้าและพนักงานของผมต้องทำให้ได้ด้วย ถ้าไม่ได้ก็มาคุยกันอย่างมีเหตุผลว่าทำไมถึงทำไม่ได้ จริงๆ แล้วคนที่เป็นผู้นำต้องอย่าพยายามสร้างตัวเองให้สูงส่งจับต้องไม่ได้ มันไม่มีประโยชน์ เหมือนกันกับทุกบทบาทไม่ว่าบทบาทการเป็นดีเจ คนปั่นจักรยาน หรืออะไรก็ตามแต่ ทุกบทบาทจะมีความเหมาะสมของมันอยู่ เราไม่ควรไปแหกกฎ”
              เป้าหมายในการทำงานของเขามักถูกตั้งไว้สูงเสมอเพื่อเป็นแรงผลักให้องค์กรนั้นเดินไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมาย จนบางครั้งลูกน้องอันเป็นที่รักของสุหฤทมองย้อนขึ้นมาที่ยอดเขาเห็นผู้ที่ยืนอยู่บนเขาเป็นเจ้านายที่ดุเสียเหลือเกิน แต่เขาให้เหตุผลไว้ ว่า“องค์กรต้องมีจุดหมายดังนั้นเป้าหมายต้องห้ามขยับแต่ทำไม่ได้ต้องมีเหตุผล เหตุผลผ่านก็ผ่าน แต่ไม่ชอบทำงานกับคนที่เอาแต่เถียงแบบไม่มีเหตุผลเพราะทำให้ทั้งตัวเราและตัวคุณเองไม่พัฒนาและไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่”
ผมยิ้มสวย แต่เป้าต้องสวยเช่นกัน สุหฤทไม่ดุจริงๆ นะ!”

ปัญหามีไว้แก้ พวกแกจะดองไว้ทำไม

              สุหฤทเล่าถึงการบริหารปัญหาที่เขาพบ “ปัญหาใหม่จะเกิดขึ้นทุกๆ วัน เราไม่สามารถไล่จดออกมาเป็นรายการๆ ได้หรอก เพราะทุกวันปัญหาจะแตกต่างออกไป ถ้าหากเราสามารถจดปัญหาได้เป็นข้อๆ และไล่แก้ปัญหาเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวันๆ แปลว่าองค์กรเราแย่แล้วเพราะแก้ปัญหาไม่หายสักที ดังนั้นถ้ามีปัญหาต้องแก้ให้จบทำไม่ได้ต้องหาคนที่ถนัดมีความรู้มาแก้ อย่าปล่อยให้กลับมากวนใจเราอีกบ่อยๆ ไม่นั้นผมจะหงุดหงิดแล้วนะ” เน้นเสียงจริงจัง
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เคยประสบ คือเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 โรงงานแฟ้มตราช้างที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี โรงงานถูกน้ำท่วมแบบ 100% เครื่องจักรเสียหายหนักจนไม่สามารถผลิตสินค้าออกสู่ตลาดนานกว่า 6 เดือน และที่สำคัญผลิตภัณฑ์แฟ้มตราช้างเป็นแบรนด์สินค้าหลักที่เป็นสินค้าที่ทำรายได้มากที่สุดขององค์กร ณ เวลานั้น
“ในตอนนั้นเหมือนเราเริ่มต้นใหม่เลยเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับเราทุกคน ต้องค่อยๆ คิดค่อยๆ แบ่งปัญหาเป็นส่วนๆ เมื่อเราแบ่งได้เราก็จำเป็นต้องเอาคนที่ถนัดกับการแก้ไขตรงนั้นมาทำ ใครเก่งตรงไหนก็ลุยไป ทุกๆ คนถูกปล่อยให้ทำหน้าของตนเองเพื่อช่วยกันพลิกฟื้นโรงงานของเราให้กลับมาเป็นองค์กรคึกคักอีกครั้ง”
“มันน่าภูมิใจนะ เวลาที่เราทำอะไรกันอย่างสุดความสามารถแล้วมันสำเร็จ พวกเราสามารถฟื้นชีวิตโรงงานของเราขึ้นมาได้อีกครั้ง”

เวิร์คไลฟ์ ออนไลน์

การเอาโลกออนไลน์มาใช้ในธุรกิจอย่างไร เป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับเจ้าพ่อโซเชียลมีเดียอย่างเขา สุหฤทค่อนข้างพร้อมและตื่นตัวกับเทรนด์ของโลกปัจจุบัน “ทุกคนพูดเรื่องดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งกันหมด แต่ยังไม่มีสูตรสำเร็จและวิธีการนั้นไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เราต้องทำให้เขาดูแล้วต้องอยากแชร์ ต้องเข้าใจพวกเขา ต้องรู้ว่าผู้บริโภคกำลังสนใจอะไร และมีอีกหลายปลายองค์ประกอบถึงจะออกมาเป็นงานดีๆ สักชิ้น
สื่อใหม่ๆ กวันนี้เต็มไปหมด ขนาดผมก็ดูแต่ YouTube ลืมจอทีวีไปเลย บางทีผมอาจจะเลิกทำโฆษณาทางทีวีในเร็วๆ นี้ เพราะคิดว่าการทำโฆษณาคือการเอาสินค้าเราไปไว้บนหน้าจอของผู้บริโภคให้ได้ ผู้บริโภคมีหน้าจอมากกว่าแต่ก่อนที่มีแต่จอทีวี เท่ากับว่าเรามี New Media เยอะแยะให้เราเลือกใช้ น่าสนุกจะตาย”
ในด้านไลฟ์สไตล์เพจ DJ Suharit Siamwalla หรือ @Suharit บน Twitter ถ้าคนที่ติดตามก็จะทราบกันดีถึงความมีอารมณ์ขันของผู้ชายคนนี้ จิกกัดสังคมให้แสบๆ คันๆ พออ่านสนุก ถือเป็นความสุขของผู้อัพเดทและผู้ที่ติดตาม แต่พี่น้องบางคนใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างไม่น่ารัก บางคนเหมือนมี Facebook Twitter ไว้เพื่อทะเลาะกับคนอื่น ทั้งเรื่องการเมืองหรือว่าเรื่องอื่นๆ ก็ตาม มาพูดคำหยาบด่ากันบนเพจ บนสเตตัส เป็นอะไรที่ไม่ใช่สร้างสรรค์เลย “บางครั้งเหลืออดจริงๆ ก็พูดไปตรงๆว่า เลิกพูดคำหยาบใส่กันได้ไหมวะ พูดแล้วจะมีใครดีขึ้นมาหรอ” สุหฤททิ้งท้าย

ชีวิต” ตาม “ใจ”

สังคมเป็นเครื่องบ่มให้เราทุกๆ คนรู้ซึ้งถึงรถชาติชีวิต เมื่อมนุษย์เราโตขึ้นก็มักที่จะอยากทำในสิ่งที่ตนเองชอบ สิ่งที่ตนรักหรือสนใจ แต่ในความเป็นจริงด้านชีวิตการการทำงาน ผลตอบแทนมักอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสิ่งที่รัก มีหลายคนเลือกฝั่งผลตอบแทนและขายความฝันของตนเพื่อแลกกับการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแลกกับการมีหน้าตาในสังคมหรืออะไรก็ตาม การเลือกทำงานในฝั่งผลตอบแทนอาจทำให้เราขาดความสุข ความคลั่งไคล้ในงานที่ทำไปบ้าง แต่เขาเหล่านั้นเลือกเองที่จะแลก ไม่มีใครสามารถมาตัดสินผิดถูก มีแต่ใจเท่านั้นที่สามารถตัดสินได้
สุหฤทเล่าให้ฟังต่อถึงความโชคดีของตนที่ได้ทำงานในสิ่งที่รักการสานงานธุรกิจในครอบครัวต่อจากคุณพ่อ ได้พี่ชายที่ค่อยเป็นคนบาลานซ์ความมุทะลุของตนด้วยความรอบคอบของเขา และที่สำคัญคือการได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองชอบ ทำให้เขามีพลังและอินสไปเรชั่นในการทำงานอย่างเหลือเฟือ
“ที่จริงแล้ว Inspiration ที่ดีที่สุดอยู่ในหัวใจเราเอง ถ้าเราทำอะไรที่ทำให้รู้สึกดีหัวใจมันจะพองโตแล้วเราจะมีความสุข ส่วนในช่วงเวลาทุกข์ก็เจ็บได้ ไม่เป็นไร ไม่มีใครว่า แต่เราต้องลุกขึ้นมาเดินใหม่เท่านั้นเอง เจ็บบ้างทุกข์บ้างและสุขใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก เท่านี้เราก็ไม่จำเป็นต้องไปหา Inspiration จากที่ไหนไกลๆ แล้ว”

สุหฤทคือผู้นำที่ดีของลูกน้องในบริษัท เป็นดีเจที่นำให้คนทั้งฟลอร์เต้นรำ (เกือบ) ได้เป็นผู้นำของคนกรุงเทพฯ และเป็นผู้นำความเฟี้ยวเงาะของประชาชนชาวสยาม เขาคือฟร้อนแมนตัวกลม!

Marketeer เดือนมกราคม 2557

เรื่อง : นำโชค บุญเกิด

ภาพ : เมธี ชูเชิด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer