แม้การควบรวมระหว่างทรูกับดีแทคจะเกิดขึ้น เกิดเป็นบริษัทใหม่ ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่คาดการณ์แล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปีนี้
แต่ยังคงทำตลาดภายใต้แบรนด์เดิมอีก 3 ปี นับจากวันควบรวม ตามข้อกำหนดของ กสทช.
การควบรวมระหว่างทรูกับดีแทค หลายคนคาดการณ์ว่าจะทำให้ทรูมีลูกค้าทั้งทรูมูฟเอช และดีแทค รวมกันแซงหน้าเอไอเอส ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดโอเปอเรเตอร์มือถือไทย

กว่าจะมาเป็นทรูมูฟเอชในวันนี้ การเดินทางของโอเปอเรเตอร์ค่ายนี้ถือว่ามีความน่าสนใจในฐานะแบรนด์ที่เคยเปิดตลาดผ่านการร่วมทุนกับออเรนจ์ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส ในชื่อ TA Orange เปิดตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2545

การเปิดตลาดของ TA Orange ในเวลานั้นใช้กลยุทธ์การตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผ่านภาพลักษณ์การสื่อสารที่มีเอกลักษณ์ ให้ผู้ใช้รู้สึกถึงแบรนด์ที่เท่ ดูดี และทันสมัย พร้อมกับสร้างกลุ่มลูกค้าเบื้องต้นผ่านพลังของกลุ่ม CP ในช่วงชอฟต์ลอนซ์ด้วยการให้สิทธิ์พนักงานบริษัทกลุ่ม CP เข้ามาสมัครใช้งานเป็นกลุ่มแรก ๆ พร้อมแคมเปญโปรโมชัน เช่น เลือกเบอร์ได้, แพ็กเกจโทรรายเดือนราคาประหยัดแถมมือถือ โดยกลุ่มพนักงานในเครือ CP ได้สิทธิ์ชวนบุคคลอื่น ๆ เข้ามาใช้บริการได้คนละ 5 สิทธิ์
ซึ่งทำให้ TA Orange สามารถสร้างการเติบโตให้กับยุคบุกเบิกได้อย่างน่าสนใจ

จนมาในปี 2547 เทเลคอม เอเชีย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ทรู คอร์ปอเรชั่น  และในปีเดียวกัน ออเรนจ์ กรุ๊ป เปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจขายกิจการที่ลงทุนทั้งหมดในเอเชีย เพื่อโฟกัสตลาดยุโรปเพียงตลาดเดียว

กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น จึงซื้อหุ้น TA Orange จาก ออเรนจ์ กรุ๊ป

และเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็นทรูมูฟ ในปี 2549 ด้วยเหตุผลคือ การใช้แบรนด์ทีเอ ออเรนจ์ ทรูจะต้องเสียค่าไลเซนส์แบรนด์ ออเรนจ์ ปีละ 200 ล้านบาท และสิ้นปี 2549 เป็นต้นไป จะต้องเสียค่าต่อไลเซนส์ปีละ 400 ล้านบาท

โดยสิ้นปี 2548 TA Orange มีลูกค้าประมาณ 4.5 ล้านรายทั่วประเทศ

การเปลี่ยนชื่อเป็นทรูมูฟ ใช้เงินรีแบรนด์ 100 ล้านบาท แต่ในระยะยาวยังง่ายต่อการทำตลาดร่วมกับสินค้าและบริการอื่น ๆ ในเครือทรู ในรูปแบบ Convergence

และเปลี่ยนเป็นชื่อทรูมูฟ เอช ในเวลาต่อมา

มาในปี 2554 ทรูมูฟ เอช บรรลุผลซื้อกิจการเครือข่ายมือถือฮัทช์ ในวงเงินลงทุน 4.5 ล้านบาท และรับหนี้ของฮัทช์ 6.3 พันล้านบาท จากฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส จำกัด ซึ่งเป็นเครือข่ายมือถือระบบ CDMA ซึ่งเป็นคนละเครือข่ายจากระบบ GSM ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย
การซื้อกิจการฮัทช์ ของทรูมูฟ เอช ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อกินรวบลูกค้าของฮัทช์ ที่มีอยู่ประมาณ 9 แสนราย โดยฮัทช์ให้บริการเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคกลาง รวม 25 จังหวัด

เพราะสิ่งที่ทรูมูฟต้องการคือ เครือข่ายมือถือและอายุสัญญาสัมปทานเครือข่ายของฮัทช์ที่เหลืออยู่ถึง 14 ปี
ซึ่งต่างจากทรูมูฟ ที่สัญญาสัมปทานเครือข่ายเหลือเพียง 2-3 ปีเท่านั้น

และการซื้อฮัทช์ยังเป็นการต่อยอดให้ทรูมูฟสามารถเปิดให้บริการเครือข่ายเทคโนโลยี 3G ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ซึ่งการแข่งขันของโอเปอเตอร์มือถือในช่วงเวลานั้น นอกเหนือจากแข่งขันในเรื่องสัญญาณเครือข่ายที่ครอบคลุมยังแข่งขันกันเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาให้บริการกับลูกค้า เช่นเทคโนโลยี 3G

จนปัจจุบันกลุ่มทรูได้ควบรวมกับดีแทค เป็น บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำธุรกิจภายใต้แบรนด์ทรูมูฟ เอช และดีแทค อย่างน้อยเป็นเวลา 3 ปี

ส่วนในอนาคตจะเปลี่ยนแบรนด์ไปเป็นอย่างไร คงต้องดูกันต่อไปยาว ๆ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน