ในยุคที่การติดต่อสื่อสาร การเดินทางข้ามประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คำว่าสามเหลี่ยมเศรษฐกิจคงจะอธิบายพื้นที่เศรษฐกิจทางเหนือของไทยไม่พอแล้ว เพราะตอนนี้ก็เรียกได้ว่าจีนตอนใต้เข้ามาประกอบเป็นสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ที่ประกอบไปด้วย ไทย พม่า ลาว และจีน หากพิจารณาจากเมืองใหญ่ใน 4 ประเทศนี้ก็นับว่า เชียงใหม่ ก็มีศักยภาพพอที่จะเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจเนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เมืองใหญ่ๆ ควรมี ได้แก่

  1. การคมนาคมที่สามารถเชื่อมไปยังประเทศอื่นได้ทั้งสนามบิน สถานีรถไฟ ทางหลวง
  2. มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สามารรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก อาทิ วัด โบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ สวนดอกไม้
  3. มีการเปิดศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ซึ่งมีเนื้อที่ถึง 335 ไร่ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุม(MICE City)
  4. มีการรักษาพยาบาลที่ครบครันไม่ด้อยไปกว่าในกรุงเทพ
  5. มีสถานที่อำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา

ส่วนด้านที่ต้องรีบพัฒนาเพื่อรองรับการขยายของเมือง ได้แก่

  1. การจัดการโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้อง
  2. การขยายสนามบินและขยายเวลาในการบิน
  3. จัดระเบียบขนส่งมวลชนในตัวเมืองให้ได้มาตรฐาน

เชียงใหม่

เมืองใหญ่รองจากกรุงเทพฯ

สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ไม่ต้องดิ้นรนหาทางเพื่อเชื่อมกับเมืองอื่นๆ แต่เมืองอื่นๆ ต้องรีบหาทางเชื่อมกับเชียงใหม่โดยเร็ว เพราะตอนนี้เชียงใหม่เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพแล้ว และมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเชียงใหม่ทั้งปี ดังนั้นหน้าที่ของเชียงใหม่คือเตรียมพร้อมรับมือกับการเติบโตให้ทัน

ส่วนปัญหาหลักใหญ่ๆก็คือจำนวนประชากรที่มีมากเกินไป ทำให้การสอดส่องดูแลไปไม่ทั่วถึงและเกิดปัญหาตามมา ได้แก่ การเอาเปรียบผู้บริโภค การลักเล็กขโมยน้อย และการละเมิดกฎระเบียบที่อนุรักษ์ไว้ของเชียงใหม่ ซึ่งสิ่งที่เชียงใหม่ต้องการอนุรักษ์ไว้นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เชียงใหม่พัฒนาแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ

โดยผู้ว่ากล่าวต่อว่า นอกจากผมแล้วชาวเชียงใหม่ทุกคนก็ต้องการให้เชียงใหม่ยังคงเป็นเชียงใหม่ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี การแต่งกาย ภาษา วิถีชีวิต ซึ่งสิ่งที่เชียงใหม่ต้องการจะเป็นก็คือ เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creative City) ดังนั้นแล้วเราก็ต้องนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับของดีของเราให้กลายเป็นสิ่งของที่คนทุกคนสามารถบริโภคได้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน