ที่ผ่านมาประเด็นเรื่องการให้ความสำคัญกับทุกคนหรือ Inclusivity ถูกหยิบยกมาพูดในหลากหลายมิติและบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งการสนับสนุนความหลากหลาย การยอมรับความแตกต่าง การรวมไว้ซึ่งความหลากหลาย หรือการนับรวมทุกกลุ่มคน

ในบริบทของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Inclusivity ถูกนำมาใช้ในรูปแบบการออกแบบและพัฒนา ‘พื้นที่ที่เข้าถึงความต้องการของทุกคน’ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของเหล่าผู้พัฒนาอสังหาฯ ในการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่และความหลากหลายของผู้คน

หนึ่งใน Case Study ที่นำเรื่อง Inclusivity มาต่อยอดเป็นแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับทุกคนได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าสนใจจนต้องหยิบมาเล่าให้ฟัง นั่นคือ แนวคิด ‘INCLUSIVE LIVING’ จาก เอพี ไทยแลนด์

‘เอพี ไทยแลนด์’ กับแนวทาง ‘การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อทุกคน’

หนึ่งในจุดเด่นของ เอพี ไทยแลนด์ ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย คือ ‘การใส่ใจ’ ในเรื่องการออกแบบที่อยู่อาศัยมาโดยตลอด ภายใต้สภาพแวดล้อม เทรนด์ และความต้องการที่เปลี่ยน เอพี ไทยแลนด์ยังคงเดินหน้าสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย

โครงการคอนโดมิเนียมจากเอพี ไทยแลนด์ คือเครื่องยืนยันคำกล่าวข้างต้นได้ดีที่สุด  ด้วยความหลากหลายในไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้อยู่อาศัย ทำให้คอนโดมิเนียมมีความซับซ้อนในการออกแบบที่มากกว่าการพัฒนาอสังหาฯ ทั่วไปที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

ผู้พัฒนาอสังหาฯ จำเป็นต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขและความต้องการที่ซ่อนอยู่ของลูกค้า เพื่อเป็นพื้นฐานในการต่อยอดมาสู่การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้คนทุกเพศทุกวัย สามารถ ‘เลือก’ ใช้ชีวิตที่ดีและมีคุณภาพ บนพื้นที่อิสระ สภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและปลอดภัย ตลอดจนประสบการณ์ที่ถูกจัดสรรให้กับทุกกิจกรรมของชีวิต รวมไปถึงตอบสนองการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัดของร่างกาย โดยที่ยังรักษาคุณค่าในตัวเองของทุกคนเอาไว้

ซึ่ง เอพี ไทยแลนด์ ได้คะแนนเต็มในส่วนนี้

ภายใต้พันธกิจ EMPOWER LIVING กับคำมั่นสัญญาสำคัญ ‘ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้’ เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้าทำงานอย่างทุ่มเทในการนำแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รูปแบบใหม่ในการดำเนินชีวิต (New layout of Life) ผ่านแนวคิด ‘INCLUSIVE LIVING’ การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อทุกคนในโครงการคอนโดมิเนียม ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามในการดีไซน์ แต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่เป็นมิตรกับทุกคน รองรับทุกความต้องการและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ก้าวแรกเข้าสู่โครงการ ที่ทุกคนจะสามารถ ‘เลือกสร้างความสุขในแบบที่ตนเองต้องการ’

ตลอดระยะเวลา 10 ปีแห่งความร่วมมือทางธุรกิจในการพัฒนาคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ระหว่าง เอพี ไทยแลนด์ – มิตซูบิชิ เอสเตท พันธมิตรจากญี่ปุ่น ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และแนวคิดในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นถึง ‘การออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานของคนทุกกลุ่ม’ โดยเฉพาะการดีไซน์พื้นที่สาธารณะ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึง ได้ง่าย ไม่ว่าจะอาคาร โรงแรม โครงการที่พักอาศัย สถานที่สำคัญต่าง ๆ ฯลฯ ที่เข้มข้นและจริงจัง

โดย เอพี ไทยแลนด์ ได้นำหลากหลายแนวคิดจาก มิตซูบิชิ เอสเตท มาพัฒนาเป็นแนวทางที่สามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์ ‘การออกแบบ…เพื่อทุกคน’ มีชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้ ในการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมเอพี เพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในทุกมิติ และตอบสนองความต้องการให้กับผู้อยู่อาศัยโดยแท้จริง

ล่าสุด Marketeer Online มีโอกาสเดินทางร่วมทริปกับ ‘เอพี ไทยแลนด์’ ไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นถึงอินไซต์แนวคิด ‘INCLUSIVE LIVING’ การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อทุกคนในโครงการคอนโดมิเนียม ผ่านการลงพื้นที่จริงในการเยี่ยมชมโครงการฯ ของ มิตซูบิชิ เอสเตท

TOKYO TORCH Tokiwabashi Tower

โครงการแรกที่พาไปดูคือ TOKYO TORCH ซึ่งเป็น Mega Project ของมิตซูบิชิ เอสเตท ประกอบไปด้วย Torch Tower ตึก 62 ชั้น กับความสูง 390 เมตร ที่จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นในอีก 3 ปีข้างหน้า (กำหนดการสร้างแล้วเสร็จในปี 2018) และอาคาร Tokiwabashi Tower ตึก 38 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 146,000 ตร.ม.

การเป็น Mega Project ที่ตั้งในย่านธุรกิจ Tokiwabashi District ว่าน่าสนใจแล้ว แนวคิดการออกแบบ Public Space ของโครงการนี้น่าสนใจกว่า

TOKYO TORCH Tokiwabashi Tower ให้ความสำคัญกับแนวคิด INCLUSIVE LIVING เพื่อการใช้งานร่วมกันของทุกคน จากแนวคิดที่ชัดเจนถูกถ่ายทอดออกมาเป็นการออกแบบอาคารที่มีฟังก์ชันการใช้งานเพื่อทุกคนจริง ๆ เริ่มตั้งแต่ขนาดทางเดิน สัดส่วนพื้นที่ วัสดุ ราวจับ ไปจนถึงการดีไซน์ความลาดชัน สัญลักษณ์ เพื่อให้การเดินทางทุกรูปแบบสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างง่าย และใช้งานได้สะดวก

  • Ground Floor การออกแบบทางเข้าหลัก พร้อมวัสดุปูพื้นเบรลล์บล็อก (Braille Block) และวัสดุปูพื้นแผ่นปูกันลื่น
  • Basement Floor ดีไซน์ทางลาดพร้อมติดตั้งราวจับพื้นที่เชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
  • Landscape พื้นที่สีเขียวดีไซน์พิเศษ พร้อมดีไซน์ทางลาดและราวจับ ด้วยสัดส่วนที่กว้างขวางเพียงพอเพื่อความสะดวกในการใช้งานรถเข็นทุกประเภท เป็นต้น
  • Multi-Purpose Restroom ห้องน้ำสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ราวจับ อุปกรณ์ฉุกเฉิน
  • Lift ลิฟต์โดยสารขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับรถเข็น และปุ่มกดระดับพิเศษที่สามารถกดเรียก และเลือกชั้นได้อย่างสะดวกสำหรับทุกคน

THE PARKHOUSE NISHI SHINJUKU TOWER 60

โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ใจกลางมหานครโตเกียวของมิตซูบิชิ เอสเตท ตัวโครงการตั้งอยู่ห่างจากสถานี Shinjuku ประมาณ 1.2 กิโลเมตร เป็นอาคารสูง 60 ชั้น ประกอบด้วยห้องชุดจำนวน 953 ยูนิต นับเป็นหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น (จากการสำรวจในปี 2014) ซึ่งราคารีเซลปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 400,000 บาทต่อ ตร.ม.

ความโดดเด่นที่น่าสนใจของโครงการนี้ คือ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง (Facilities) เพื่อให้ทุกคนได้มีสภาพแวดล้อม การใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้โดยไม่เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิต แม้จะอยู่ใจกลางเมืองแต่ยังมีพื้นที่สีเขียวที่สร้างตามหลัก BIODIVERSITY ก่อให้เกิดการเกื้อหนุนกันระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากการออกแบบทางเดินในพื้นที่ส่วนกลาง ลิฟต์ ราวจับ และวัสดุปูพื้นชนิดพิเศษในพื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ ของโครงการที่เอื้อต่อการใช้งานร่วมกันของผู้อาศัยหลากหลายช่วงวัยได้อย่างสะดวกและปลอดภัยร่วมกันแล้ว

หนึ่งในฟังก์ชันที่น่าสนใจคือ การนำแนวคิด ENGAWA – MULTI GENERATION FACILITY (ENGAWA คือระเบียงหรือ Sunroom ของบ้านญี่ปุ่น เป็นพื้นที่ที่คนในบ้านใช้เวลาร่วมกัน ตามภาพประกอบด้านล่าง) การออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง ที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันภายในโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่นี้ พื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน ให้ทุกวันของการพักอาศัยเป็น COMMUNITY ของการอยู่อาศัยที่มีความสุข ที่นี่จึงพัฒนาให้สามารถรองรับบุคคลได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงคุณพ่อคุณแม่ ตอบรับกับพฤติกรรมการใช้งานที่เหมาะสมกับการใช้งานร่วมกันของทุกคน

ยกตัวอย่าง การออกแบบพื้นที่ Common Area ที่เชื่อมโยงพื้นที่ทุก ๆ ส่วนให้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน จากการวางสเปซฟังก์ชันต่าง ๆ อาทิ Wooden Kid’s Plaza, Reading Corner, Library โดยที่ทุก ๆ ส่วนแทรกผสานพื้นที่สำหรับการใช้งานร่วมกันและพื้นที่สำหรับมุมส่วนตัวไว้ให้สลับไปมา ทำให้ผู้อาศัยสามารถสัมผัสถึงการอยู่ร่วมกันในขณะที่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ และเปิดแสงธรรมชาติเข้ามาสร้างความโปร่งโล่งภายในตัวอาคาร เป็นต้น

 

มาถึงตรงนี้หลายคนคงเข้าใจแนวคิด ‘INCLUSIVE LIVING’ การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อทุกคน และหายสงสัยว่า ทำไมแบรนด์คอนโดมิเนียมจากเอพี ไทยแลนด์จึงประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดีทุกครั้งที่เปิดตัว

จากพันธกิจ EMPOWER LIVING ถ่ายทอดผ่านแนวคิด ‘INCLUSIVE LIVING’ การสร้างที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่เพื่อใครโดยเฉพาะ แต่เพื่อคนทุกช่วงวัย ทุกไลฟ์สไตล์ นี่คือความใส่ใจตามคำมั่นสัญญาของเอพี ไทยแลนด์ ที่จะทำให้คนไทยมี ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้



ติดตาม Marketeer ได้หลากหลายรูปแบบ

.
Marketeer ฉบับดิจิทัล : อ่านบน Ookbee / อ่านบน meb
.
Marketeer ฉบับ PDF : https://marketeermagazine.com/
.
Marketeer ฉบับกระดาษ : สั่งซื้อทางไปรษณีย์ Inbox มาที่ เพจ Marketeer Online