คุยกับ ‘โฮม หัชพงษ์’ จากงานอดิเรกขายรูปออนไลน์ สู่รายได้หลักแสนบาท

หากพูดถึงงานอดิเรก คำนี้ lead ด้วยความรักความชอบ มากกว่าเงินและหน้าที่การงาน แต่ใครจะคิดว่าการทำงานอดิเรกแบบ ‘มีความพยายามและความตั้งใจ’ ก็สามารถทำให้พนักงานเงินเดือนคนหนึ่ง จับเงินหลักแสนได้เหมือนกันและนี่ก็คือเรื่องราวของ หัชพงษ์ พาเลิศชัยวงศ์ หรือคุณโฮม ซึ่งหลังจากที่เขาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองผ่านทาง Facebook ส่วนตัวจนกลายเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนหนึ่ง ทำให้เราต้องทักทายเพื่อไปพูดคุยในสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากรู้ว่า เขาสามารถเปลี่ยนงานอดิเรกที่ตัวเองชอบ ให้กลายมาเป็นเงินหลักแสนได้ยังไง?

เดิมทีคุณโฮมมีหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์ ที่ก็เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนทั่ว ๆ ไป ทำเช้า เลิกเย็น แต่ด้วยความเป็นคนที่ชอบและสนุกกับการถ่ายรูปตั้งแต่อยู่ม.ปลาย พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เริ่มเก็บเงินซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น รับงานถ่ายรูปรับปริญญาทั่วไปเหมือนกับช่างภาพคนอื่น ๆ เป็นอาชีพเสริม

ส่วนเส้นทางของการขายภาพออนไลน์ของเขาจะเป็นยังไง ? ต้องใช้ความพยามมากขนาดไหนถึงจะสามารถสร้างรายได้จากช่องทางนี้ได้ ? ติดตามได้จากการพูดคุยระหว่าง Marketeer และคุณ หัชพงษ์ พาเลิศชัยวงศ์ หรือคุณโฮม ที่ด้านล่างนี้กันเลย

Marketeer : ก่อนอื่นขอถามถึงจุดเริ่มต้นก่อนเลย ว่าทำไมคุณโฮมถึงก้าวเข้ามาสู่วงการขายภาพออนไลน์ได้

Home : ผมชอบการถ่ายรูปมาตั้งแต่ม.ปลายเลยครับ สนุกกับการถ่ายรูป แล้วพอเข้ามหาลัยได้เก็บเงินซื้ออุปกรณ์ใหม่ ก็ไปเที่ยวไปถ่ายรูป แล้วก็รับงานถ่ายรูปรับปริญญาทั่วไปเหมือนช่างภาพคนอื่น ๆ เพื่อเป็นอาชีพเสริม

ผมเห็นโอกาสว่าอยากทำอะไรหลังเลิกงานในเวลาว่าง ๆ เลยนึกถึงการขายภาพออนไลน์ บวกกับได้ไปเจอหนังสือของอาจารย์สุระ นวลประดิษฐ์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บุกเบิกงานขายภาพออนไลน์ในไทย หลังจากนั้นก็ลองทำและพัฒนามาเรื่อย ๆ พูดคุยปรึกษากับรุ่นพี่ในวงการที่ทำกันมาก่อน ทำให้เห็นแนวทางว่าอาชีพนี้ยังไปต่อได้อีก

รวม ๆ เวลาที่ทำมาก็เกือบ 3 ปีแล้วครับ ซึ่งเวลา 3 ปี ช่างภาพคนอื่น ๆ ที่ผมเห็นก็สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นหลักล้านเหมือนกันครับ

Marketeer : แบบนี้ตอนเข้าไปใหม่ ๆ เราเริ่มกำหนดราคายังไงบ้าง เห็นเคยโพสต์ไว้ว่าเริ่มขายเพียงรูปละ 10 บาท

Home : เว็บส่วนใหญ่จะกำหนดราคาไว้แล้วตามแพ็คเกจของทางเว็บ เราได้เพียงส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นที่เขากำหนดให้ครับ ซึ่งราคาจะแตกต่างตามจำนวนการใช้งานของลูกค้า หรือตามแพ็คเกจที่ลูกค้าซื้อ เรามีหน้าที่ทำรูปให้ได้คุณภาพและรอรับเงิน

แต่จะมีแค่บางเว็บเท่านั้นที่เราสามารถกำหนดราคาได้เอง แล้วก็ได้ส่วนแบ่งตามที่เว็บนั้นกำหนดไว้

ส่วนที่เคยบอกว่าผมเริ่มต้นขายรูปที่ 10 บาท ใช่ครับ อ่านไม่ผิดเลย ทำให้ช่วงปีแรก ๆ ท้อพอควรครับ แต่พอมีเพื่อน มีพี่ ๆ ที่เขาทำ ช่วยกันเป็นแรงผลักดัน มันก็ช่วยให้เราตั้งใจทำมากขึ้น พอเราเห็นเงินอะครับ เขาทำมาได้ เราต้องทำได้บ้างสิ จาก 10 บาท ปีแรก ๆ ก็เข้าสู่หลักหมื่น และก็กลายเป็นหลักแสนจนถึงทุกวันนี้ครับ

Marketeer : ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่เข้ามาซื้อเป็นใคร

Home : ส่วนใหญ่ขายต่างชาติครับ ขายได้ทุกชาติเลยครับ เขาจะเอาภาพเราไปตัดต่อ ไปทำโฆษณาไม่ว่าจะออนไลน์ หรือหนังสือ ใบปลิว แต่ไม่ใช่ว่าคนไทยจะไม่ซื้อนะครับ เพราะตอนนี้ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ บริษัทในไทยหลาย ๆ บริษัทที่ต้องทำโฆษณาเขามี Account ของเว็บขายภาพอยู่แล้วด้วยครับ

Marketeer : ต้องถ่ายภาพเก่งในระดับไหน ถึงจะสามารถเอาไปขายในออนไลน์ได้

Home : ต้องมีมาตรฐานที่ดีระดับหนึ่งเลย เพราะเรากำลังสู้กับตลาดโลก ซึ่งทุกเว็บจะมี Inspector คือคนคอยคัดคุณภาพเราก่อนจะวางขายครับ ต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้ก่อนถึงจะสามารถวางขายได้ครับ

Marketeer : แบบนี้ถ้าลูกค้ารู้จักเราแล้ว จะไม่มีคนแอบไปติดต่อขายภาพกันนอกเว็บบ้างหรอ

Home : คนขายภาพ ไม่มีทางรู้ว่าใครซื้อภาพไปครับ และเราไม่มีรายชื่อคนที่จะซื้อภาพเราอยู่แล้วด้วย แถมไม่รู้ด้วยว่าเขาอยากจะซื้อภาพไหนของเรา ดังนั้นคนขายภาพไม่สามารถติดต่อขายเองได้แน่นอนครับ

ยกเว้นแต่คนซื้อจะติดต่อมาเองตามรายละเอียดหรืออีเมลที่เราลงไว้กับเว็บไซส์นั้น ๆ ครับ เพราะเขาอาจจะใช้ภาพจำนวนมากแล้วอยากได้ราคาที่ถูกลงกว่าทางเว็บไซต์ แต่เคสนั้นหายากครับ ต่างชาติเขาเสียเงินหลักพันบาท เพื่อแลกกับงานหลักแสนบาท เขาเลยอาจจะไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยในจุดนี้ ถือว่าเป็นข้อดีที่เราจะได้รับครับ

Marketeer : ขายผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศอย่างนี้ ภาษาอังกฤษสำคัญไหม

Home : ภาษาอังกฤษสำคัญไหม บอกเลยว่าสำคัญกับทุกงานนะครับ แล้วการขายภาพกับเว็บระดับโลกต้องใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แต่มันไม่ยากเกินที่จะศึกษาครับ ไม่ทราบคำไหน Google คืออาจารย์ที่เก่งที่สุดครับ แรก ๆ ผมก็ใช้ Translate ซึ่งตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย เหมือนค่อย ๆ พัฒนาด้านภาษานิด ๆ หน่อย ๆ ครับ

Marketeer : ภาพแบบไหนที่ขายดีและเป็นที่นิยม

Home : ตลาดนิยมแนวไหนต้องบอกเลยว่าเปลี่ยนไปทุกปีครับ ภาพถ่ายมันก็เหมือนกับแฟชั่นที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ที่เราต้องคอยติดตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำงานออกมาได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

หรืองานอีกแบบ คือภาพแนววัตถุดิบ ซึ่งลูกค้าซื้อไปตัดต่อใส่งานโฆษณา แบบนี้มันไม่ต้องตามตลาดมากเท่าไรครับ เพราะเขาจะเอาไปตัดต่อเพิ่มเติมเอง

ส่วนงานของผม มีทั้งแนววัตถุดิบ งานท่องเที่ยว งานไอเดีย ผสม ๆ กันไปครับ

Marketeer : หา Inspiration ในการถ่ายรูปแต่ละครั้งยังไง

Home : ผมหาไอเดียโดยการดูรูปให้เยอะ ๆ ครับ จากเว็บขายภาพที่เราขายอยู่ หรือไม่ก็สื่อออนไลน์ต่าง ๆ มีคนที่เขาถ่ายภาพเก่ง ๆ เยอะ เราก็ดูเพื่อพัฒนาฝีมือเราแล้วก็ออกไปถ่ายรูปไปลองฝึกฝน หรือบางครั้งมีไอเดียที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ก็จัดไฟถ่ายที่บ้านเลยครับไม่ต้องเสียค่าเดินทาง

Marketeer : ถือว่าการขายภาพออนไลน์ มันสามารถกลายมาเป็นรายได้หลักของเราเลยไหม

Home : การขายภาพออนไลน์เป็นรายได้หลักได้ไหม ตอบเลยว่าได้ครับ และหลาย ๆ คนทำเป็นอาชีพหลักก็มีอยู่เยอะครับ แต่อย่างที่บอกจุดเริ่มต้นสำคัญเสมอ ถ้าเราให้แรง ให้เวลา ตั้งใจและอดทนทำ ไม่ว่างานไหน ๆ คุณก็สำเร็จได้ครับ โพสต์ของผมเป็นเพียงเพื่อกระตุ้นเพื่อน ๆ ที่อยากมีรายได้เสริม หรือคนที่เคยทำแล้วท้อกลับไปเหมือนผมช่วงแรก ๆ ให้กลับมาทำ แต่ก็ไม่คิดว่าจะกระจายรวดเร็วขนาดนี้เหมือนกันครับ 5555

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer