พชร วันรัตน์เศรษฐ ผู้อยู่เบื้องหลังการทรานส์ฟอร์ม กรุงศรี สู่ผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง

ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” หรือ “Make Life Simple” ของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ กรุงศรี เบื้องหน้าเราเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์ที่ง่ายเพื่อทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้นได้ในทุก ๆ วัน

ขณะที่เบื้องหลังคือ “การทรานส์ฟอร์มองค์กร” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสานต่อการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งของกรุงศรี ซึ่งเสาหลักที่สำคัญ คือ ทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่หลายคนเรียก “ไอที” ทีมซัปพอร์ตสำคัญที่ต้องทำงานให้สอดคล้องกับฝั่งธุรกิจ (Business) ด้วยการอัปเกรดระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้สามารถรองรับการออกแบบพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงใจและทันท่วงที ซึ่งดำเนินไปพร้อมกันกับการช่วยยกระดับการทำงานของคนในองค์กรให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยยิ่งขึ้น

Marketeer ถือโอกาสวันงาน Krungsri Tech Day 2023 พูดคุยกับ พชร วันรัตน์เศรษฐ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) แม่ทัพไอทีคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนองค์กรผ่านนวัตกรรมแบบบูรณาการทั้งด้านระบบและแนวคิดการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่น่าจับตาในหลากหลายโครงการ

เล่าประวัติของคุณพชรให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนว่าเป็นอย่างไร

คุณพชรสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Management Information System จาก University of Wisconsin-Whitewater ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเริ่มทำงานที่บริษัท Seagate ตามด้วย IBMSD และ IBM Thailand  ซึ่งถือเป็น Big Tech Company ชั้นนำระดับโลก โดยได้มีโอกาสทำงานที่ IBM ประเทศสิงคโปร์กว่าสองปีก่อนกลับมาประจำที่ประเทศไทยอีกครั้งในตำแหน่ง Country Manager ทางด้าน Infrastructure ก่อนที่จะมาร่วมงานกับธนาคารกรุงศรี

ด้วยประสบการณ์ด้านไอทีกว่า 20 ปี ทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งบ่มเพาะความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่กว้างและไกลในการบริหารระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแต่ระดับกลางจนถึงขนาดใหญ่ (Mid to Large Scale IT Infrastructure) รวมถึงทักษะการวางแผนเชิงกลยุทธ์แบบบูรณาการ และการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยจัดการทางการเงิน โดยเป็นทั้งผู้ขับเคลื่อนและที่ปรึกษาให้กับองค์กรชั้นนำในหลากหลายกลุ่มธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการธนาคารและธุรกิจการค้าปลีก  ปัจจุบันคุณพชรมีบทบาทสำคัญในการดูแลและรับผิดชอบการยกระดับสถาปัตยกรรมไอทีใหม่ของกรุงศรีให้แข็งแกร่งและยืดหยุ่น เพื่อรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต และช่วยผลักดันให้กรุงศรีสามารถเดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจตามเป้าหมายที่วางไว้

“ไอที เป็นเหมือนแกนหลักแกนหนึ่งที่มีส่วนส่งเสริมการเติบโตของธนาคาร โดยมีเนื้องานครอบคลุมตั้งแต่ แอปพลิเคชันไปถึง IT Infrastructure นั่นหมายความว่าไอทีมีส่วนข้องเกี่ยวกับทางฝั่งของธุรกิจทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบที่อยู่เบื้องหลังการให้บริการของธนาคารทั้งหมด ที่เรียกกันว่า Core Banking System ไปจนถึงระบบ Infrastructure เช่น Mainframe, Server, Hardware และ Network ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงของการทรานส์ฟอร์มด้านไอทีทั้งหมด โดยเป้าหมายสามส่วน คือ สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีให้ทันสมัย และทำระบบให้ง่ายสำหรับผู้ใช้งาน ที่สำคัญคือต้องเดินไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายหลักของธนาคารด้วย”

“การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้เราโฟกัสที่สามส่วนหลัก (3P) คือ Process, Product และ People ยกตัวอย่าง Process เรื่อง Legacy System หรือระบบที่ใช้มานาน มีขั้นตอนและกระบวนการที่ซับซ้อน เราจะทรานส์ฟอร์มอย่างไรให้กระบวนการทำงานสั้นลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่จุดควบคุมหรือ Control Point ยังคงอยู่ และสามารถ Compile กับธนาคารแห่งประเทศไทยได้”

“ด้าน Product เช่น เรื่องการลดจำนวน Legacy App หรือเพิ่มจำนวนแอปใหม่ ๆ ที่จะตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ซึ่งก็จะเกี่ยวเนื่องไปกับเรื่อง People หรือคน เช่น โปรเจกต์ต่าง ๆ จำนวนมากที่เข้ามา แล้วเราจะจัดสรรคนที่รับผิดชอบอย่างไร ให้โปรเจกต์ประสบความสำเร็จ จึงเป็นที่มาที่ไปว่าทำไมกรุงศรีถึงมีพาร์ตเนอร์ที่หลากหลาย ก็เพื่อนำเอาความเชี่ยวชาญที่เขามีมาซัปพอร์ตให้ตรงจุด ตลอดจนการแลกเปลี่ยน Culture ใหม่ ๆ ที่ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานให้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เพื่อให้เห็นภาพการทรานส์ฟอร์ม รวมถึงกลยุทธ์และเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น คุณพชรยกตัวอย่างโปรเจกต์ที่สำเร็จไปแล้ว อย่าง Data Center และโปรเจกต์สำคัญที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งชาวกรุงศรีรู้จักเป็นอย่างดีภายใต้ชื่อ Jupiter Project

Data Center & Jupiter Project

การย้าย Data Center หรือการย้ายศูนย์คอมพิวเตอร์หลักไปที่ศูนย์แห่งใหม่ ที่เพิ่งสำเร็จไปช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยใช้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มวางแผนไปจนถึงดำเนินการขนย้ายจริงเกือบสองปี ซึ่งเราเพิ่มพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเท่าตัว ให้สามารถรองรับการพัฒนาโซลูชันต่าง ๆ สำหรับการขยายตัวของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไปถึงอีก 20 ปีข้างหน้า ด้วยงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

ด้วยความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงและความยากในการเคลื่อนย้ายข้อมูลและเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะต้องไม่กระทบกับผู้ใช้งานทั้งคนในองค์กรเองรวมถึงลูกค้ากรุงศรีที่ใช้งานแอปพลิเคชันและโซลูชันต่าง ๆ ของกรุงศรี จึงทำให้ภารกิจนี้ท้าทายไม่น้อย ซึ่งคุณพชรบอกกับเราว่า “ความสำเร็จของการย้าย Data Center นี้ คือการที่ไม่มี Major Impact ใด ๆ เกิดขึ้น สะท้อนถึงการวางแผนที่ดี การทำงานร่วมกัน และบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมไอทีรู้สึกภูมิใจมากที่สุด และต้องขอขอบคุณทีมงาน รวมถึงพาร์ตเนอร์ทุกส่วนที่ร่วมกันผลักดันจนสำเร็จ”

ขณะที่ Jupiter Project คือ การพัฒนาระบบไอทีหลักของธนาคาร (Core Banking Transformation) มีเป้าหมายเพื่อสร้างความคล่องตัว และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุคดิจิทัลแบงก์กิ้ง ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแบบ 24/7 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น ลดการเกิด Downtime เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบ Seamless ตั้งแต่หน้าบ้านซึ่งก็คือการใช้งานแอปพลิเคชันไปจนถึง Mainframe หลังบ้านตลอดจนช่วยลดต้นทุนด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันในอนาคต

Movement ทั้งสองโปรเจกต์นี้ช่วยฉายภาพที่ชัดเจนถึงการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของกรุงศรีให้ทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวไปข้างหน้า ขณะเดียวกันก็ช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรแบบสมัยใหม่เพื่อให้พร้อมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมไปพร้อม ๆ กัน

“Jupiter Project เป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและการลงทุนสูง ที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Transformation Journey ของกรุงศรี เพราะในที่สุดแล้วเราไม่ได้มีเป้าหมายแค่ทรานส์ฟอร์มไอที แต่จะทรานส์ฟอร์มทั้งธนาคารในเชิงกระบวนการทำงานและการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งทิศทางของเราจะใช้ Core Banking Transformation เป็นตัวผลักดันในการทรานส์ฟอร์มองค์กร”

Workplace Modernization การทรานส์ฟอร์มที่ช่วยให้พนักงานกรุงศรีทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญที่ช่วยให้พนักงานทำงานง่ายขึ้นนั่นคือ “Workplace Modernization” ที่กรุงศรีร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง Microsoft และ Kyndryl ในการ Transform End User Experience

“เราไปดูงานที่ Microsoft ว่าพนักงานของเขามี Journey ในการทำงานอย่างไรบ้าง เพื่อนำมาปรับใช้กับพนักงานของเรา มีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Two-factor authentication (2FA), One-click Onboarding  เพื่อลดขั้นตอนและกระบวนการให้น้อยลงและไปเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการทำงานให้เร็วขึ้น ช่วยให้พนักงานทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น”

เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นว่า ในมิติของคนทำงานธนาคาร Core Banking Transformation จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ง่ายยิ่งขึ้น ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มเวลาให้ได้โฟกัสกับเรื่องที่สำคัญมากกว่า ซึ่งผลลัพธ์ท้ายที่สุด คือ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธนาคารด้วยนั่นเอง

ขณะที่ในมิติของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านการเงินได้เปลี่ยน Financial Transaction Journey ไปอย่างสิ้นเชิง และในอนาคตจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้ ซึ่ง “ทีมไอที” ของกรุงศรีมีหน้าที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านทุกกระบวนการเป็นไปแบบไร้รอยต่อมากที่สุด เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน คุณพชรยกตัวอย่าง Use Case ที่ประสบความสำเร็จอย่าง  Kept by krungsri แอปบริหารจัดการเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบที่เสนอฟีเจอร์การเลือกเก็บออมที่หลากหลายและต่อยอดเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งหากธนาคารยังใช้ Core Banking แบบเดิม การเพิ่มฟีเจอร์หรือฟังก์ชันใหม่ ๆ จะต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามในการพัฒนา ซึ่งอาจไม่ทันกับเทรนด์หรือความต้องการของตลาดในตอนนั้น แต่ Core Banking ที่เรากำลังพัฒนาขึ้นใหม่จะสามารถรองรับการพัฒนาโซลูชันการเงินใหม่ ๆ ได้ทันท่วงที หรือการทำโปรเจกต์ตอบสนองธุรกิจแต่ละตัว ทีมงานก็จะมีความคล่องตัวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น  เพราะตัว Core Banking สมัยใหม่จะมีความสามารถเหล่านี้อยู่แล้ว

“ท้ายที่สุดแล้วโปรดักต์ต่าง ๆ จะออกสู่ลูกค้าได้เร็วขึ้น ตอบสนองความต้องการได้เร็วขึ้น ธนาคารเองก็มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น”

เมื่อถามว่าทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของกรุงศรีภายใต้การนำของแม่ทัพไอทีคนนี้จะเป็นอย่างไร

คุณพชรบอกกับเราว่า “นี่เป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้น ที่ต้องมีการปรับทั้งเรื่องการบริหารจัดการทีม เงินลงทุน หรือการปรับเทคโนโลยี  ที่ต้องใช้เวลาสักพักในการทรานส์ฟอร์ม อาจจะประมาณ 2-3 ปี แต่พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็น Culture หรือเรื่อง 3P: People, Product, Process เริ่มสอดคล้องกัน ผมว่าการทรานส์ฟอร์มมันจะทำได้รวดเร็วขึ้น”

ด้วยแนวคิดการทำงานของ พชร วันรัตน์เศรษฐ เป็นแบบคนรุ่นใหม่ที่เปิดกว้าง และ Flat ขึ้น ช่วยให้ทีมเข้าถึงตัวผู้บริหารได้ง่ายขึ้น สามารถสื่อสารพูดคุยกันได้อยู่ตลอดและทำงานได้เร็วขึ้น ส่งผลให้คนไอทีของกรุงศรีทำงานเป็นทีมเวิร์กในแบบที่คล่องตัวและสามารถช่วยซัปพอร์ต User ทั้งหลายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ

เป็นที่น่าจับตากันต่อไปว่า การขับเคลื่อนองค์กรผ่านนวัตกรรมและการบริหารจัดการระบบไอทีภายใต้การนำของแม่ทัพที่ชื่อ พชร วันรัตน์เศรษฐ จะเป็นไปเช่นใด?… แต่ที่เห็นกันแล้วแน่ ๆ ณ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากรุงศรีได้เร่งสปีดสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งที่คนนึกถึงและให้ความไว้วางใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer