อย่างที่ทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องควรมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมต่อความเคลื่อนไหวให้แวดวงการท่องเที่ยว ซึ่งข้อมูลเชิงคุณภาพนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นนำไปปรับกลยุทธ์และการดำเนินกิจการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเทรนด์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก คือหนึ่งในองค์กรที่ทำการสำรวจและแบ่งปันข้อมูลด้านพฤติกรรมและเทรนด์การท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ
ล่าสุดกับผลสำรวจแผนการท่องเที่ยวระดับโลก ประจำปี 2566 (Visa Global Travel Intentions Study 2023)* ผลสำรวจที่ทำการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและแผนการเดินทางของผู้บริโภคที่ใหญ่และจัดทำมายาวนานที่สุดโดยวีซ่า ที่มาพร้อมข้อมูลหลายแง่มุมที่น่าสนใจ โดยผลการสำรวจพบว่า “นักท่องเที่ยวซ้ำ” จะเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวขาเข้าของประเทศไทยโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในโซนเอเชียแปซิฟิก ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยมีการวางแผนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเฉลี่ยที่ 2.4 ทริปในช่วง 12 เดือนจากนี้ และหากมองในด้านการใช้จ่ายยังเห็นได้ว่านักเดินทางเลือกชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านบัตรแทนเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายเพราะสะดวกและปลอดภัย

นักท่องเที่ยวซ้ำ โอกาสของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
การสำรวจพบว่า 28% ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยในช่วงปี 2566 บอกว่าพวกเขาตั้งใจจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้งภายใน 12 เดือนข้างหน้า โดยแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย 42%, สิงคโปร์ 41%, ฟิลิปปินส์ 28%, สาธารณรัฐประชาชนจีน 25% และเวียดนาม 22% โดยพวกเขาตั้งใจมาท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย ช้อปปิ้ง เปิดประสบการณ์ใหม่ ผจญภัย และได้พบปะครอบครัวและเพื่อนฝูง โดยมีกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา เป็นสามจุดหมายปลายทางยอดนิยม
น่าสนใจตรงที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล 51%, กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง 27%, กลุ่มครอบครัวที่เดินทางกับเด็กเล็ก 18%, คนโสดวัยหนุ่มสาว 16%, เจน Z 15%, ครอบครัวที่เดินทางกับเด็กโต 14% และกลุ่มวัยเกษียณ 11%
ระหว่างการท่องเที่ยว 48% ของนักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง และครอบครัวที่เดินทางกับเด็ก เลือกใช้จ่ายผ่านบัตรแทนเงินสดในการชำระค่าใช้จ่ายระหว่างทริป อาทิ ช้อปปิ้ง (39%) รับประทานอาหาร (33%) และกิจกรรมต่าง ๆ (33%)
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรแทนเงินสดมากที่สุดในช่วงวางแผนก่อนการเดินทาง เพื่อชำระค่าใช้จ่ายในรายการหลัก ๆ อย่างค่าที่พัก และค่าเดินทาง เป็นต้น
เรื่องวางแผนท่องเที่ยว ต้องยกให้พี่ไทย
อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจมาก ๆ จากผลสำรวจชุดนี้คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มปักหมุดเที่ยวแล้วเฉลี่ยที่ 2.4 ทริปภายใน 12 เดือนต่อจากนี้ โดย 46% ตั้งใจจะไปซ้ำสถานที่ที่เคยไปมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา และอีก 54% กำลังวางแผนเดินทางไปเยือนจุดหมายปลายทางที่ไม่เคยไปมาก่อน
โดยห้าจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์
อีกประเด็นที่เห็นชัดเจนมากขึ้นคือ นักเดินทางชาวไทยส่วนใหญ่นิยมใช้บัตรแทนเงินสดชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายหลัก ๆ อย่าง การจองที่พักล่วงหน้า และตั๋วเครื่องบิน
และเมื่ออยู่ต่างประเทศนักท่องเที่ยวเลือกที่จะใช้บัตรแทนเงินสดในการช้อปปิ้ง 44%, รับประทานอาหาร 41% และทำกิจกรรมต่าง ๆ 40%
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้ 78% ของนักเดินทางชาวไทยใส่ใจในเรื่องความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไปมากขึ้น และแม้รู้ว่าค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวช่วงที่ผ่านมาจะเพิ่มสูงขึ้น มากถึง 95% พวกเขาก็ยังคงวางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่อไป
ข้อมูลเหล่านี้นับว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่ตัวนักท่องเที่ยวเองสามารถนำไปปรับใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวได้ ซึ่งท้ายที่สุด ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอันจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าต่อไปได้
*ผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกประจำปี 2566 ของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study 2023) จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเคลื่อนไหวและความต้องการของผู้เดินทางออกนอกประเทศระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน 2566 โดยสำรวจเกี่ยวกับแนวโน้มด้านการท่องเที่ยว และพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักเดินทางชาวไทยจำนวน 1,049 รายที่มีการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงความตั้งใจและการวางแผนการเดินทางสำหรับปีหน้า
–
