‘สยามดิสคัฟเวอรี่’ หนึ่งเดียวจากประเทศไทย คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ จาก 2 เวทีอันทรงเกียรติ ของการแข่งขันระดับโลกในปี 2560

  • คว้ารางวัลชนะเลิศ จากเวที ‘สมาคมศูนย์การค้าโลก’ ในฐานะโครงการที่ออกแบบดีที่สุด (Design and Development Excellence Renovations/Expansions) และรางวัลการสร้างจุดยืนทางการตลาดและการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Marketing Positioning & Brand Awareness) ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ในเอเชียแปซิฟิก
  • คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที ‘World Retail Awards part of the World Retail Congress Global Series สาขา Store Design of the Year 2017’ ในฐานะเป็นโครงการที่ออกแบบดีที่สุดในโลก

“การคว้า 3 รางวัลสำคัญจาก 2 สถาบันที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในวงการค้าปลีกและวงการศูนย์การค้าระดับโลก และการที่ ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวจากประเทศไทยที่สามารถคว้ารางวัลสำคัญถึง 3 รางวัลนี้มาครองได้สำเร็จจากการแข่งขันระดับโลก ในปี 2560 ถือเป็นเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการยอมรับจากทั่วโลกว่าผู้ประกอบการไทยไม่เป็นรองใคร และเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำนวัตกรรมค้าปลีกและผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย เราภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยและหวังว่ารางวัลนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยทุกคนมีพลังใจที่จะนำเสนอประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่คนไทยและผู้มาเยือนจากทั่วโลก เพื่อเชิดชูชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร ในฐานะสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างไม่มีที่ใดเทียบได้”

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ‘ไอคอนสยาม’ ประกาศวันนี้ว่า ‘สยามดิสคัฟเวอรี่  – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียมคว้า 3 รางวัลชนะเลิศที่สำคัญในปี 2560 จาก 2 เวทีอันทรงเกียรติของวงการค้าปลีกและศูนย์การค้าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดระดับโลก ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียมในฐานะการสร้างบรรทัดฐานใหม่และสร้างความสำเร็จให้วงการค้าปลีกในระดับโลกอย่างแท้จริง

 

‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ด้วยการกวาด 3 รางวัลชนะเลิศภายในปีเดียวกันจากการแข่งขันที่มีหลายร้อยโครงการทั่วโลกจากบริษัทชั้นนำร่วมเข้าประกวด ซึ่งถือเป็นเวทีอันทรงเกียรติที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการค้าปลีกระดับโลก คือ รางวัลชนะเลิศจาก สมาคมศูนย์การค้าโลก (International Council of Shopping Centers) Gold Award สาขา Design and Development Excellence Renovations/Expansions ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับโครงการที่ได้รับคัดเลือกว่าออกแบบดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และรางวัลชนะเลิศ Gold Award สาขา Marketing Positioning & Brand Awareness ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับโครงการที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีการวาง      กลยุทธ์ทางการตลาดรวมถึงสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ให้กับโครงการได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ ก็เพิ่งจะได้รับรางวัลจากอีกหนึ่งเวทีสำคัญของวงการค้าปลีกโลก คือ รางวัล World Retail Awards part of the World Retail Congress Global Series สาขา Store Design of the Year 2017  ซึ่งเป็นรางวัลชนะเลิศสำหรับโครงการที่ได้รับการคัดเลือกว่าออกแบบดีที่สุดในโลก

 

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์มีจุดยืนที่มั่นคงแข็งแกร่ง ด้วยกลยุทธ์หลักคือเป็น ‘ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย’ มุ่งเน้นปฏิวัติวงการด้วยการนำเสนอคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย หรือเป็นครั้งแรกในโลก ในการพัฒนาโครงการต่างๆ  เรามุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและความสำเร็จสูงสุดผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการร้านค้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้โครงการของเราเป็นการสร้างต้นแบบอนาคตของการค้าปลีกอย่างแท้จริง รางวัลที่สยามพิวรรธน์ได้รับในครั้งนี้ เราขอมอบให้เป็นความสำเร็จร่วมกันของพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการทุกรายในสยามดิสคัฟเวอรี่ที่มอบความเชื่อมั่นและศรัทธาในการฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของการค้าปลีก แล้วร่วมแรงร่วมใจกับสยามพิวรรธน์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ นับเป็นปรากฏการณ์ของความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนก้าวไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้อย่างงดงาม”

 

‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ เป็นการพลิกเกมส์ครั้งสำคัญในวงการค้าปลีกประเทศไทยและระดับโลกของสยามพิวรรธน์ โดยได้สร้างปรากฏการณ์ปิดปรับปรุงศูนย์การค้าเดิมที่เปิดบริการและประสบความสำเร็จมาแล้วถึง 18 ปี แล้วเปิดบริการภายใต้คอนเซปต์ใหม่ในปี พ.ศ. 2559 ด้วยการทุ่มเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท นำเสนอการค้าปลีกรูปแบบไฮบริดรีเทลครั้งแรกที่ผสมผสานทั้งด้านสินค้าบริการและนวัตกรรมรวมถึงกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ยุค Millennials ที่ปรารถนาการค้นพบจุดยืนที่แตกต่างของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการร่วมมีประสบการณ์ที่แปลกใหม่กับผู้อื่น ให้เป็น ‘ไลฟ์สไตล์สเปเชี่ยลตี้สโตร์’ แห่งแรก ซึ่งทุกมิติของการนำเสนอถูกสร้างให้ ‘แตกต่างแต่เข้าถึงใจ’ ลูกค้าให้มากที่สุด เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ สนุกสนานมีสีสัน รู้สึกเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งได้ โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ได้รับการออกแบบให้ทุกพื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงสินค้า บริการ และประสบการณ์ต่างๆ ที่ล้ำเทรนด์ได้ตลอดเวลาอย่างไม่หยุดนิ่ง

 

การนำเสนอ ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ สอดคล้องกับจุดยืนของสยามพิวรรธน์ที่ เป็น ‘ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย’ และได้ดำเนินการตาม 4 กลยุทธ์ที่เป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของสยามพิวรรธน์คือ

 

  • สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และก้าวล้ำอยู่เสมอ ด้วยการสร้างต้นแบบการค้าปลีกแห่งอนาคต  สยามพิวรรธน์นำเสนอคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในการพัฒนาโครงการและเป็นคอนเซ็ปต์ไลฟ์สไตล์
    ล้ำยุคที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย หรือเป็นครั้งแรกในโลก กล้าที่จะทำนอกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของการค้าปลีกและศูนย์การค้า ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยทำมาก่อนและเป็นสิ่งที่ก้าวล้ำนำเทรนด์
    อีกทั้งสร้าง “คุณค่า” ให้กับแบรนด์ของผู้ประกอบการทุกคนที่อยู่ในสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม คือ การสร้างต้นแบบไฮบริดรีเทลสโตร์แห่งแรกของประเทศไทย ที่บริหารอารมณ์มากกว่าบริหารสินค้า พลิกวิธีการค้าปลีกในรูปแบบเดิมๆ ในอดีตให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยเป็นการจัดวางสินค้าตามประเภทและตามแบรนด์ ให้กลายเป็นการนำเสนอ ด้วยการผสมผสานหลายกลุ่มสินค้าตามเรื่องราวและความสนใจของผู้คน ตลอดจนสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ทุกคนสามารถจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งสามารถสร้างสินค้าให้เป็นไปตามรสนิยมเฉพาะตัวได้ (Personalized)

 

  • ผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อต่อยอดความสำเร็จร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง  สยามพิวรรธน์นำเสนอการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งมาจากการศึกษาเรียนรู้และวิจัยอย่างรอบคอบ สยามดิสคัฟเวอรี่ประสบความสำเร็จได้ เพราะเกิดจากการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างใกล้ชิดระหว่างสยามพิวรรธน์ พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการร้านค้ากว่า 5,000          แบรนด์  เราแนะนำพันธมิตรคู่ค้าทั้งหมดให้ร่วมกับเราสร้างสรรค์ในสิ่งที่แปลกใหม่ ความล้ำสมัย  และกล้าฉีกกฎร่วมกัน เพื่อนำเสนอ Open space ที่ไม่ได้ display สินค้าตามแบรนด์ แต่ถูกนำเสนอตามความสนใจของลูกค้า และมีการเปลี่ยนแปลงสินค้าใหม่ 30% ทุกๆ 6-8 สัปดาห์ ทำให้ลูกค้ามีความเข้าใจ ทำให้ลูกค้ามีความตื่นเต้นสนุกสนานทุกครั้งที่มาเยือนและสามารถมาทดลอง ได้รู้จักเรื่องราวของสินค้าที่มากกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการค้าปลีกและสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในโลกที่สำเร็จได้เพราะแบรนด์สินค้าทั้งหมดและผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นศรัทธาในคอนเซ็ปต์ที่เราสร้างขึ้นมาครั้งแรกจนประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง

 

  • ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างเข้าใจ และเข้าถึง สยามพิวรรธน์ก้าวข้ามการบริหารสินค้า ไปสู่การบริหารจัดการอารมณ์ และความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งสื่อสารกับลูกค้าเหมือนเพื่อนที่รู้ใจ เราจึงต้องปฏิวัติการทำการตลาดใหม่หมด กลุ่มลูกค้าหลักของเรา คือ กลุ่ม millennials ซึ่งเราได้วิเคราะห์พฤติกรรม ความต้องการที่แท้จริงและต้องนำเสนอสินค้าที่ตรงกับชีวิตประจำวัน โดยจะนำทุกสิ่งที่ลูกค้าอยากทำ อยากเป็น และอยากได้  มาปรับเปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

 

สยามดิสคัฟเวอรี่ไม่ได้สร้างแค่ฐานลูกค้า แต่มุ่งสร้างคอมมูนิตี้  เป็นศูนย์กลางการพบปะ แลกเปลี่ยน สร้างความสัมพันธ์ ตลอดจนแบ่งปันและต่อยอดประสบการณ์ตามความสนใจอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด กลุ่ม millennials ให้ความใส่ใจกับการทำประโยชน์กลับคืนสู่สังคม ดังนั้น สยามดิสคัฟเวอรี่จึงสนับสนุนให้ลูกค้าสร้างคุณค่าจากการช้อปปิ้งให้แก่ผู้อื่น สังคม และโลก   หรือการทำกิจกรรม Eco โดยมีแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม  การสร้างคอนเซปท์และบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องเช่นนี้จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพิชิตใจลูกค้าด้วยการเข้าถึง เข้าใจ และมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่างแท้จริง

 

  • การนำเอานวัตกรรมอันล้ำสมัยมาผสานในการค้าปลีก สยามพิวรรธน์มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและการนำเสนอ ประสบการณ์แตกต่างที่ตรงใจ สยามดิสคัฟเวอรี่เป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่พัฒนา Mobile Application สำหรับลูกค้าด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวล้ำ
    อย่างโซลูชั่น Connected Mobile Experiences (CMX) พร้อมด้วย Hyperlocation มาสร้างสรรค์ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเสมือน “The Best Shopping Companion” ซึ่งลูกค้าจะได้รับ customized message รวมถึงข้อมูลแนะนำสินค้าและโปรโมชั่นเฉพาะตน โดย Mobile Application ยังสามารถแนะนำการเลือกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสมกับความชอบของลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย”

 

ด้วยปัจจัยสำคัญข้างต้นนี้ทำให้ ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จะเห็นได้จากตัวเลขจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนและทำกิจกรรมต่างๆ ใน ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมก่อนปรับโฉม ถึง 50%  นอกจากนั้นผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนและทำกิจกรรมต่างๆ ใน ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ ก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป โดยจากการสำรวจพบว่า ผู้คนมาใช้เวลาใน ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ มากขึ้น และมีอัตราความถี่ในการมา ‘สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม’ ถี่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งกิจกรรมที่ผู้คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ อาทิ กิจกรรม work shop ประดิษฐ์สิ่งของกับคอร์สต่างๆ มากมาย, บริการ personalized เพื่อให้ได้สินค้าชิ้นโปรดที่พิเศษเฉพาะบุคคล ตลอดจนโซน Ecotopia – a new shade of green สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Asia’s Leading Eco-Lifestyle Destination” นำเสนอสินค้าเพื่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า 100 แบรนด์ และสินค้ากว่า 3,000 รายการ ที่ครบวงจรใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นต้น

 

รางวัลที่สยามดิสคัฟเวอรี่ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ของความสำเร็จ จากกลยุทธ์ที่สยามพิวรรธน์ได้วางแนวทางไว้ตั้งแต่ พ.ศ 2557 และได้ดำเนินการอย่างมุ่งมั่นจนบรรลุผล เป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในทุกครั้งที่มาเยือน ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง  จึงได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลทั้ง 2 องค์กร ว่าเป็นโครงการที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการค้าปลีกโลก ที่กล้าคิด กล้าทำ และทำได้สำเร็จอย่างงดงาม  จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศเหนือบรรดาโครงการที่ส่งเข้าประกวดทั่วโลก และจะเป็นต้นแบบอนาคตของการค้าปลีกอย่างแท้จริง