LiveIn  ผู้นำในกลุ่มธุรกิจให้เช่าที่พักอาศัยระยะยาวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ มุ่งเจาะตลาดในประเทศไทย ด้วยการขยายบริการให้เช่าที่พักอาศัยในหัวเมืองต่าง ๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร พัทยา และนนทบุรี ครอบคลุมที่พักอาศัยกว่า 100 แห่งภายในระยะเวลา 14 เดือน ย้ำความตั้งใจของ LiveIn ในการพัฒนาพอร์ตฟอลิโอที่พักให้ครบครัน  ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Report ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2023 พบว่าแนวโน้มความต้องการเช่าที่พักอาศัยในประเทศไทยขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 118 นับตั้งแต่ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา โดยในพื้นที่ตามเขตรถไฟฟ้าหรือย่านธุรกิจนั้นมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 5-8 ในทุกไตรมาส แนวโน้มความต้องการเช่าที่พักอาศัยที่ขยายตัวสูงขึ้นทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการจับจ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางทิศทางการปรับตัวสูงขึ้นของราคาที่พักอาศัย อัตราการให้สินเชื่อที่จำกัด ค่าเช่าที่สูงขึ้น อีกทั้งนโยบายดอกเบี้ยกู้ยืมที่ร้อยละ 3  และ ร้อยละ 0.25 ตามลำดับ

คุณกัว เวิน ไค (Keek Wen Khai) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LiveIn ยกเรื่องปัญหาความหนาแน่นของประชากรที่อาศัยในกรุงเทพฯ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงความต้องการที่พักอาศัยในราคาจับต้องได้ ตามที่เว็บไซต์ Statistica รายงานว่า ในปี 2023 จำนวนประชากรที่อาศัยในกรุงเทพฯ มีมากถึง 11 ล้านคน ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของเมืองที่ร้อยละ 1.56 จากปี 2022 นอกจากนี้กรุงเทพฯ ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ และที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติชั้นนำกว่า 10 แห่ง มีประชากรอาศัยกระจุกตัวในเขตเมืองกว่า 10.6 ล้านคน “ค่าเช่าที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ อ้างอิงตัวเลขในเดือนธันวาคม ปี 2022 สูงกว่าที่พักในเขตนอกเมืองถึง 2 เท่า นั่นหมายความถึงภาระที่คนรุ่นใหม่ต้องแบกรับ ด้วยการใช้ร้อยละ 50-80 ของรายได้ไปกับค่าเช่าที่พักเพียงอย่างเดียว  ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ง่าย ๆ ดังนั้นการหาที่พักที่มาพร้อมกับค่าเช่าที่เหมาะสมนับเป็นงานยากสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน”  LiveIn จึงก้าวเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความสามารถในการจ่ายค่าเช่าที่พัก ด้วยการนำเสนอบริการเช่าที่พักอาศัยในระยะยาว ในกรอบราคา 4,500 บาท ถึง 6,000 บาท /เดือน ซึ่งเทียบเท่ากับเพียง 30% ของรายรับของกลุ่มนักศึกษาจบใหม่

ประเทศไทยและประเทศมาเลเซียประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ที่พักอาศัยหลายแห่งถูกปล่อยว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นจำนวนกว่า 12,000 อาคาร หรือ 1.45 ล้าน ยูนิต คุณไคเสริมว่า “การปล่อยให้ที่พักเหล่านี้รกร้างนับไม่เป็นผลดีต่อเจ้าของ หรือ ว่าทีผู้ให้เช่า ในทางกลับกันเราเชื่อว่าการเข้าพัฒนาตลาดธุรกิจการให้เช่าที่พักระยะยาวของ LiveIn นั้นตอบโจทย์และเข้าแก้ปัญหาที่พักอาศัยที่ทั้งผู้เช่า และผู้ให้เช่าเผชิญ”

LiveIn คือ พร๊อพเทค (Proptech) ที่นำเสนอการบริหารจัดการที่พักอาศัยผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับเจ้าของที่พัก ซึ่งครอบคลุมถึงคำแนะนำในการปรับปรุงตกแต่งที่พักอาศัย กลไกการตั้งราคากลาง การจัดการที่พักอาศัยแบบองค์รวม รวมถึงบริการการเก็บค่าเช่า “คนมักเข้าใจผิดว่าการบริหารจัดการที่พักนั้นมักต้องลงทุนราคาแพงและเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ทำให้เจ้าของที่พักทั้งหลายละเลยความสำคัญของการดูแลจัดการ ส่งผลให้ที่พักไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ในระยะยาวทำให้ที่พักเหล่านั้นมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย และไม่มีผู้เช่า” คุณไคย้ำ “ด้วยบริการการจัดการของ LiveIn สามารถกำหนดตารางการจัดการดูแลได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและทำให้มีอัตราผู้เข้าพักสูงขึ้นจากร้อยละ10-30 เป็นร้อยละ 80-90 ในระยะเวลา 2-4 เดือน ด้วยอัตราการหยุดใช้บริการ (Churn Rate) ที่ต่ำเพียงร้อยละ 1”

 

จากสถิติรายงานโดย DDProperty ในปี 2024 ตลาดธุรกิจเช่าที่พักอาศัยในประเทศไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง คุณไคมองเห็นโอกาสเชิงบวกในการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย “ธุรกิจให้เช่าที่พักอาศัยระยะยาวยังคงเป็นการลงทุนที่น่าจับตามองสำหรับเจ้าของที่พักอาศัยและผู้ให้เช่า นอกจากนี้ธุรกิจนี้มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าสามารถสร้างรายได้ และเม็ดเงินที่น่าดึงดูดใจได้ในอนาคต”

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย LiveIn ได้เข้าควบรวมกิจการของ KT Management ผู้นำกลุ่มธุรกิจหอพักสำหรับนักเรียน นักศึกษา ในเขตภาคเหนือของมาเลเซีย นอกจากนี้ยังได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจาก กลุ่มนักลงทุนหลักของบริษัท อย่าง Jungle Ventures, Wavemaker Partners และ ผู้ลงทุนรายใหม่อย่าง KK และ Incubate Fund


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer