Ai-CHA ทำความรู้จักร้านชาและไอศกรีมจากอินโดฯ แฝดคนละฝากับ MIXUE
จากกระแสแบรนด์ไอศกรีมดัง MIXUE (มี่เสวี่ย) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้ตลาดชาและตลาดไอศกรีมแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น
โดยจากเทรนด์ตลาดชาระดับโลกในปี 2022 พบว่าการผลิตชาทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ ต่อปี ขณะที่การค้าชาทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 9,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีการประเมินว่าภายในปี 2023 ตลาดชาจะเพิ่มสูงขึ้น 6-7% และภายในปี 2025 วัฒนธรรมการดื่มชานอกบ้านจะสูงขึ้น 5% พร้อมคาดการณ์ด้วยว่าในปีเดียวกันจะมีปริมาณชามากถึง 7.4 พันล้านกิโลกรัม
และมูลค่าการตลาดไอศกรีมทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 3.8 ล้านล้านบาทในปี 2022 ซึ่งสถาบันอาหาร National Food Institute ได้คาดการณ์ว่าในปี 2027 ตลาดไอศกรีมทั่วโลกจะเติบโตไปถึง 5.5 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดไอศกรีมในไทยมีมูลค่าตลาดราว 1.2-1.7 หมื่นล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดชาและไอศกรีมเป็นอย่างมาก และยิ่งกระแสแบรนด์ MIXUE ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ตลาดเหล่านี้มีการแข่งขันกันอย่างคึกคักมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่านอกจาก MIXUE แล้วยังมีอีกแบรนด์หนึ่งที่ผู้คนมักกล่าวถึงอย่างมากในช่วงนี้ นั่นก็คือAi-CHA (ไอชา)
Ai-CHA แบรนด์แฟรนไชส์ร้านชาและไอศกรีมจากอินโดนีเซีย
Ai-CHAเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟรนไชส์ร้านไอศกรีมและชานมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันจากอินโดนีเซีย โดยมีเอกลักษณ์เป็นมาสคอตนกเพนกวินอยู่ท่ามกลางโทนสีแดงของทางร้าน โดยผลิตภัณฑ์หลักของAi-CHAจะเป็นไอศกรีมโคนและเครื่องดื่มอย่างชาที่เริ่มต้นเพียง 15 บาท
Ai-CHAก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยพี่น้องตระกูล Lie ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการเปิดสาขาหน้าร้านแห่งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม 2022 โดยแบรนด์มุ่งมั่นที่จะให้บริการเครื่องดื่มคุณภาพดีในราคาย่อมเยา
สำหรับชื่อแบรนด์Ai-CHAนั้นมาจากการรวมกันของตัวอักษรจีน 爱 (ài) และ 茶 (chá) ซึ่งรวมกันแล้วในทางเทคนิคมีความหมายถึงการแบ่งปันความรักด้วยการเสิร์ฟชาคุณภาพดี เพื่อดึงดูดทุกคนทั่วโลกให้มาลิ้มลองนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้เพื่อให้ได้รสชาติเครื่องดื่มที่ดีที่สุด Ai-CHAจึงใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่สุดจากทั่วโลก และยังผลิตผ่านกรรมวิธีทันสมัยด้วยเครื่องจักรคุณภาพ จึงสามารถเชื่อมั่นได้เลยว่าAi-CHA จะสร้างสรรค์เมนูต่าง ๆ ที่คงคุณภาพอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม ชานม หรือชาผลไม้ก็ตาม
Ai-CHAยังเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้ราคาเป็นจุดเด่นในการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าอีกด้วย โดยราคาเริ่มต้นที่ 15 ไปจนถึง 45 บาท พร้อมกับนำเสนอเมนูให้เลือกหลากหลายมากกว่า 30 เมนูขึ้นไป
นอกจากนี้ Ai-CHAยังมีความพิเศษอยู่ตรงที่การขายไอศกรีมภายในร้าน เนื่องจากไอศกรีมของทางร้านจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 รสชาติ นั่นก็คือ รสวานิลลา รสซีซอลท์ และรสมัทฉะ ซึ่งทางร้านได้เพิ่มกิมมิกให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยในวันคี่จะขายเฉพาะรสซีซอลท์และรสวานิลลา ในขณะที่วันคู่จะขายเฉพาะรสมัทฉะและรสวานิลลา เรียกได้ว่าใครอยากลองรับประทานรสชาติอื่นนอกจากรสวานิลลาก็ต้องเช็กวันกันให้ดีเลยทีเดียว
ด้วยเอกลักษณ์และรสชาติที่โดดเด่นนี้เองที่ทำให้Ai-CHAเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไม่เพียงแต่ในอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ชื่นชอบของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันAi-CHAมีสาขาทั่วเอเชียมากกว่า 170 แห่ง และพร้อมที่จะขยายกิจการให้เติบโตมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย
Ai-CHA มีความเกี่ยวข้องกับอีกเจ้าหรือไม่?
เนื่องจากภาพลักษณ์แบรนด์ที่มีความคล้ายคลึงกันของAi-CHA และ MIXUE ทำให้หลาย ๆ คนอาจเข้าใจผิดว่าทั้งสองแบรนด์มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองแบรนด์นี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย ทั้งในแง่ของเจ้าของและประเทศที่ให้กำเนิด แต่อาจจะเป็นเพราะความบังเอิญหรือว่าอะไรก็ตามที่ทำให้คอนเซ็ปต์ของทั้งสองแบรนด์นี้มีความใกล้เคียงกันนั่นเอง
แต่ถ้าอิงข้อมูลทั้งสองแบรนด์แค่ในประเทศไทยจะพบว่า MIXUE อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท มี่เสวี่ย (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2022 ทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท มีนางสาวฮุ่ย เจี่ยเป็นกรรมการบริษัท
ในขณะที่Ai-CHAอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ไอ-ชา ฟู้ด ทีจี จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2022 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีนายเหมิง หลี่ เป็นกรรมการบริษัท
ทั้งสองแบรนด์จึงเหมือนกันในแง่รายชื่อกรรมการบริษัทที่เป็นคนเชื้อสายจีนเป็นตัวแทนจัดตั้งบริษัท และมีผู้ก่อตั้งแบรนด์เป็นคนเชื้อสายจีนเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะความตั้งใจหรือความบังเอิญ แบรนด์ที่มาก่อนย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบในเรื่องการครองสัดส่วนการตลาดและสร้างการจดจำในหมู่ผู้บริโภคแน่นอน
คู่แข่งของAi-CHA ที่ไม่ได้มีแค่ MIXUE แต่ยังมี WeDrink อีกด้วย
ท่ามกลางกลยุทธ์ที่ใช้ราคาเป็นจุดเด่นในตลาดชาและตลาดไอศกรีมนี้ มีหลายแบรนด์ก่อตั้งขึ้นนอกจากAi-CHAนั่นก็คือ MIXUE แบรนด์ที่มีสาขามากกว่า 25,000 แห่งทั่วโลก และ WeDrink (วีดริ้ง) แบรนด์ที่มีมากกว่า 3,000 แห่งในเอเชีย
โดย WeDrink เป็นแบรนด์ภายใต้บริษัท Runxiang Catering Company สัญชาติจีน เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 2012 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เน้นขายเครื่องดื่มและไอศกรีมในราคาเริ่มต้นที่ 15 บาทด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ MIXUE ได้ใช้กลยุทธ์ยอมขายสินค้าราคาถูกกว่าคู่แข่ง เพื่อใช้เป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามารู้จักแบรนด์ จนทำให้ MIXUE เติบโตขยายสาขาจนจำนวนสาขาเป็นรองเพียงบรรดาเชนร้านอาหารรายใหญ่จากสหรัฐฯ อย่าง McDonald’s, Subway, Starbucks และ KFC เท่านั้น
เรียกได้ว่าท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของทั้งสามแบรนด์นี้ สร้างความสนใจให้บริษัทต่าง ๆ หันมาทำธุรกิจประเภทนี้เช่นเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจหากมีแบรนด์อื่น ๆ ที่ขายสินค้าประเภทนี้เกิดขึ้นมาอีก
ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่าในอนาคต ตลาดไอศกรีมและตลาดชาจะกลายมาเป็นตลาดสงครามราคาหรือที่เรียกว่า Red Ocean หรือไม่
ที่มา:
https://ai-chafood.com/about-us
–
Website : Marketeeronline.co /




