Trend : ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เป็นสุภาษิตที่เตือนให้คนเราโดยเฉพาะผู้หญิงควรแต่งหน้าทาปากและดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
ทว่านับตั้งแต่ช่วงรอยต่อระหว่าง 90 กับยุค 2000 เป็นต้นมา ความงามและการดูแลตัวเองไม่ได้จำกัดอยู่กับผู้หญิงหรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกต่อไป

David Beckham เป็นสัญลักษณ์ของชาย 100% คนแรก ๆ ที่หันมาใส่ใจดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงการทาครีม
และทำให้โลกได้รู้จักกับ Metrosexual ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายลักษณะนี้ โดยมี Gillette เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ทำการตลาดกับผู้ชายกลุ่มนี้ ผ่านผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองของผู้ชาย (Men Grooming)

เรื่องนี้เข้าใจได้ เพราะเป็นการต่อยอดจากที่โกนหนวด ซึ่งผู้ชายใช้กันประจำอยู่แล้ว โดยผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมบำรุงผิวและครีมลบริ้วรอยใต้ตาที่ออกมาช่วงนั้น มักเป็นแบบขวดเดียวจบ ตามลักษณะของผู้ชายที่แม้หันมาดูแลตัวเอง
พร้อมเน้นไปที่ความสะดวกและไม่ยุ่งยาก ต่างจากผู้หญิงซึ่งใส่ใจดูแลตัวเองมากกว่า ถัดจากนั้นตลาด Men Grooming ก็ขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการหันมาใส่ใจรายละเอียดในการดูแลตัวเองของผู้ชายที่มากขึ้น ๆ

จนปี 2018 Chanel เปิดปีกธุรกิจเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายขึ้นมา และมีแนวโน้มว่าต่อไปตลาด Men Grooming ตั้งแต่ครีม ตามด้วยเครื่องสำอาง ไปจนถึงการทำเล็บ ขัดผิว หรือแม้กระทั่งฉีดโบท็อกซ์ เพื่อลบริ้วรอย จะโตได้อีก
Statista เว็บไซต์เก็บรวบรวมสถิติและคาดการณ์ตลาดในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ประเมินว่าเมื่อปี 2021 มูลค่าตลาด Men Grooming ทั่วโลกอยู่ที่ 74,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.7 ล้านล้านบาท)

พอปี 2022 เพิ่มเป็นเกือบ 80,000 ล้านดอลลาร์ (ราวเกือบ 2.9 ล้านล้านบาท) และเมื่อถึงปี 2028 จะเพิ่มขึ้นอีก เป็นสูงถึง 115,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.1 ล้านล้านบาท)
ขณะที่ Business of Fashion เว็บไซต์ข่าวสารในวงการแฟชั่นรายงานอิงจากข้อมูลของสื่อจีนว่า ปี 2020 มูลค่าตลาดครีมทาผิวของผู้ชายในจีนอยู่ที่ 1,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 61,400 ล้านบาท)
และเมื่อถึงปี 2026 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 104,000 ล้านบาท) ด้านสมาคมศัลยกรรมพลาสติกสหรัฐฯ เผยว่า 20 ปีที่ผ่าน ลูกค้าผู้ชายที่เข้ามาฉีดโบท็อกซ์ เพิ่มขึ้นถึง 99%
ขณะที่อดีตนักวิเคราะห์หุ้นชาวอเมริกันวัย 65 ปีรายหนึ่งเผยว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาเข้าไปแต่งเล็บมือ-เล็บเท้ากับภรรยาเป็นประจำและเห็นคนวัยเดียวกันเข้ามาเป็นลูกค้ามากขึ้น ๆ

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีที่มาน่าสนใจ โดยส่วนสำคัญมีผู้ชายเข้าถึงข้อมูล Men Grooming กันได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีตผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียล
ยืนยันได้จากยอดวิววิดีโอครีมทาผิวผู้ชายผ่าน #menskincare เมื่อปี 2023 มีมากถึง 462 ล้านวิว เพิ่มขึ้นเกือบ 400% จากปี 2022
เช่นเดียวกับยอดวิวผลิตภัณฑ์และการดูแลตัวเองของผู้ชายผ่าน #mengrooming ใน Instagram ในปี 2023 ซึ่งเพิ่มเป็น 1,900 ล้านวิว พร้อมยอดการค้นหาที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
ขณะที่ทัศนะต่อการดูแลตัวเองต่อเนื่องไปถึงแฟชั่นและการแต่งตัวของผู้ชายก็เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก โดยแม้ส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากมีเวลามากขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด

แต่อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การใส่เครื่องประดับ แต่งตัว หรือดูแลตัวเองแบบผู้หญิง เช่น ใส่กระโปรง ทำเล็บ-ทาเล็บ ถูกมองว่าเป็นเรื่องแฟชั่น กระทั่ง Brad Pitt ก็กล้าที่จะใส่กระโปรงออกงานใหญ่ ๆ

และนักอเมริกันฟุตบอลกับนักบาสเกตบอลบางคน เช่น หรือนักร้องในสหรัฐฯ ก็ทาเล็บ ส่วนนักร้องนักแสดงชายดัง ๆ ก็หันมาออกไลน์เครื่องสำอางกันมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวนี้โดยเฉพาะในวงการกีฬาและนักร้องน่าสนใจ เพราะชี้ให้เห็นว่า Men Grooming ยอมรับได้มากขึ้นในกลุ่มชายแท้ในวงการกีฬา
ส่วนแฟชั่นที่เคยทำได้เฉพาะผู้หญิง อย่างการทาเล็บ และเป็นเพียงแฟชั่นเฉพาะกลุ่มของ พังก์หรือโกธิค นั้นผู้ชายทั่วไปก็ยอมรับกันได้มากขึ้น
จากความเคลื่อนไหวทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่าผู้ชายยุคปัจจุบัน ไม่ได้อยากหล่อ แต่ได้คิดใหม่เรื่องการดูแลตัวเอง และอยากทำให้ตัวเองดูดี เป็นเวอร์ชั่นที่สุดของตัวเองอยู่ตลอดเวลา (Best Version) ไม่ว่าอายุมากเท่าไร เพราะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

จนเป็นปัจจัยสำคัญให้ตลาด Men Groooming คึกคัก และขยายตัวอย่างต่อเนื่องช่วงหลายปีมา และจะโตอีกหลายเท่าในอนาคตนั่นเอง/cnn, theguardian
–
