เมื่อเราอยากซื้อสินค้าต่างชาติสักชิ้น จะดีกว่าไหมถ้าคนจากประเทศนั้น ๆ มาทำคอนเทนต์อธิบายให้ดูเอง และยังเป็นคอนเทนต์เนื้อหาดี ที่น่าอ่าน น่าติดตาม จะเวิร์กสักเพียงใด

ปันโปร แพลตฟอร์มโปรโมชั่นและไลฟ์สไตล์ออนไลน์ เครือข่ายเพจที่มี Followers รวมกว่า 15 ล้านคน คือผู้ที่เล็งเห็น Pain point จากมุมมองของผู้บริโภคต่างชาติ

คุณกฤษฎา ตั้งกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมปันโปร เล่าว่า ในเพจปันโปรมักมีคนต่างชาติ inbox เข้ามาถามบ่อยครั้งว่า สินค้าแบรนด์ไทยชิ้นนี้ซื้อได้อย่างไร หรือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ไปได้อย่างไร เพจเห็นดีมานด์ที่มีต่อสินค้าแบรนด์ไทย และสถานที่ท่องเที่ยวในไทยจำนวนมาก

โดยเฉพาะในเวียดนามที่ชื่นชอบสินค้าไทยเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเสพคอนเทนต์ซีรีส์ ภาพยนตร์ของไทยด้วย

มีภาพที่คนเวียดนามเดินทางมาไทยแล้วซื้อพัดลม ของใช้ไฟฟ้า หอบหิ้วกลับประเทศ เพราะสินค้า made in Thailand ในสายตาชาวเวียดนาม คือ ฉลากคุณภาพ น่าเชื่อถือ เพราะไทยเป็นฐานการผลิตเอง ไม่ต่างจากที่คนไทยมองแบรนด์ญี่ปุ่น แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ยังมี pain point คือสินค้าไทยยังเข้าถึงได้ยากในสายตาคนประเทศนั้น

เป็นที่มาของการเกิดเพจ “Nghiện Thá” (เหงียนไทย) ที่แปลว่า หลงรักความเป็นไทย หรือเสพติดประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด และ บริษัท เรียลลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SEA Bridge) ผู้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

“ที่ผ่านมาปันโปรเคยลองทำคอนเทนต์แล้วปักหมุดเผยแพร่โฆษณาไปยังเวียดนามแล้วมียอดการเข้าถึง (Reach) แต่กลับไม่มี Engagement เนื่องจากคอนเทนต์ที่ลองทำนั้นติดเรื่องกำแพงภาษา เพราะในตอนแรกใช้เทคโนโลยีช่วยแปล ภาษาจึงยังแข็งกระด้าง ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร” คุณกฤษฎากล่าว

จากผลลัพธ์นั้น ปันโปรได้ต่อยอดพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ปรับมาร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ในเวียดนาม  ใช้พนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านภาษาไทย-เวียดนามโดยเฉพาะ ช่วยให้ภาษาที่ใช้ในคอนเทนต์มีชีวิตชีวา สนุกสนาน มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

แคสเปอร์ เสริมสุขสัน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SEA Bridge กล่าวว่า “เหงียนไท” ถูกวางตัวให้เป็น “เพื่อนคนไทยที่มาบอกต่อคนเวียดนาม” โดยจะนำเอาอินไซด์แบรนด์ไทยไปสร้างเป็นคอนเทนต์ เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม สินค้า บริการ รวมถึงการท่องเที่ยว ทำเป็นสื่อภาษาเวียดนาม นั่นแปลว่าข้อมูลที่จะได้ในคอนเทนต์จะละเอียด ถูกต้อง ครบถ้วนกว่าการที่เพจคนเวียดนามมาขายสินค้าไทยให้คนเวียดนามด้วยกันเอง

แบรนด์ไทยส่วนใหญ่ที่สนใจไปทำตลาดในเวียดนาม จะเป็นกลุ่มอาหารและยา รวมถึงผลิตภัณฑ์กาแฟ แบรนด์ไทยที่ต้องการโปรโมตในเวียดนาม บางส่วนตั้งรกรากการผลิตในเวียดนามอยู่แล้ว  ขณะที่บางกลุ่มคือธุรกิจที่ยังไม่เคยบุกเวียดนามและต้องการเข้าไปทำตลาด และสุดท้าย คือกลุ่มท่องเที่ยว

แต่สำหรับกลุ่มอาหาร การนำเข้าโดยปกตินั้นเวียดนามค่อนข้างเข้มงวดกับกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ต้องผ่าน อย. ของประเทศเขา เพราะเวียดนามคือเจ้าผู้ผลิตอาหารอยู่แล้ว การจะไปแข่งโดยปราศจากพาร์ตเนอร์ผู้ช่วยที่เป็นโลคอลเป็นเรื่องยาก

“สินค้าไทยบางอย่างมีวางจำหน่ายในเวียดนามอยู่แล้ว แต่ยอดขายอาจไม่ดีนัก เพราะไม่ได้ถูกเล่าให้คนเวียดนามเห็นความยูนีค คุณค่า คุณประโยชน์ ที่เขาจะได้ หากสินค้าไทยได้รับการถ่ายทอด brand story ออกไปอย่างเหมาะสม แน่นอนว่าด้วยคุณภาพ ความรู้สึกที่ชาวเวียดนามมีต่อฉลากไทย จะเป็นสะพานช่วยข้ามไปเปิดตลาดที่ประเทศนั้นได้อย่างราบรื่น” คุณกฤษฎากล่าว

หลังการเปิดตัวเพจได้ 6 เดือน ขณะนี้มีผู้ติดตาม 103,000 Followers เพจจะนำเสนอทำคอนเทนต์อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่แฝงไว้ด้วยข้อความสนุกสนาน คุยภาษาเดียวกัน ไม่ขัดความรู้สึก รีเลตกับคนในประเทศให้มากที่สุด

ทั้งนี้ จะ collect data มาต่อยอดเป็น suggestion เสนอให้แบรนด์ไทยที่อยากเข้าไปทำตลาดในเวียดนามได้ใช้ประโยชน์จากอินไซด์ที่เพจมี เกิดเป็น marketing loops ทำตัวเองเป็น cross border  และล่าสุดได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรการตลาดกับ Coc Coc Company Limited (Cốc Cốc) ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจินรายใหญ่ในเวียดนามที่มีผู้ใช้บริการกว่า 30 ล้านคน เพิ่มโอกาสในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจไทยไปในเวียดนามมากยิ่งขึ้น

ตั้งเป้าจบปี 2567 เพจเหงียนไทยจะสามารถทำตัวเลขผู้ติดตามแตะหลักล้านได้ พร้อมตั้งเป้าปั้น Success case ให้แบรนด์ไทยอย่างน้อย 2-3 แบรนด์

เมื่อมองประชากรในประเทศเวียดนาม ประชากรวัยแรงงานมีสัดส่วนเกินกว่าครึ่งของประชากรทั้งประเทศ  โดยเฉพาะตามเมืองหลัก กลุ่มคนรุ่นใหม่กระจายตัวไปทำงานในบริษัทเทคโนโลยี ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยเงินเดือนต่อหัวรายคนสูงขึ้นทุกปี กำลังซื้อที่ดี และยังมาพร้อมไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างเปิดกว้าง หัวสมัยใหม่ ชอบท่องเที่ยว ชอปปิ้งสินค้าพรีเมียม ประกอบกับ Real GDP โตปีละ 7% ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศเนื้อหอมที่น่าลงทุน

กลุ่มเป้าหมายของเพจเหงียนไทย คือ ประชากรคนรุ่นใหม่ ในเขตเมืองหลักอย่างโฮจิมินห์ ซิตี้ กรุงฮานอย ฮอยอัน

หากภาพของเหงียนไทยเห็นรูปเห็นร่างเด่นชัดขึ้นแล้ว SEA Bridge-ปันโปร วางแผนจะจับมือกันขยายไปต่อในประเทศอื่น ๆ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสนใจในสินค้า การท่องเที่ยวไทย พยายามปักหมุดประเทศที่ใช้ภาษาประจำชาติเป็นภาษาโลคอล มีพาร์ตเนอร์ที่เชื่อใจได้ และตลาดต้องใหญ่พอ

ซึ่งต่อไปปันโปรเล็งที่จะขยายไปในอินโดนีเซีย จีน เกาหลี และซาอุดีอาระเบีย เป็นลำดับถัดไป

นับเป็นการบุกตลาดต่างประเทศครั้งแรกของปันโปรกับโมเดลธุรกิจที่ไม่ค่อยเห็นเพจไทยทำนัก


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer