แม้ตลาดปลาและหอยลาย (ไม่รวมทูน่ากระป๋อง) มูลค่า 7,000-9,000 ล้านบาท จะเป็นตลาดที่เกือบทรงตัว จากมีการแข่งขันกันสูงจากคู่แข่งปลาและหอยลาย (ไม่รวมทูน่ากระป๋อง) ด้วยกันเอง  ตลาดนี้ยังต้องแข่งขันกับอาหารแช่แข็งพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน ซึ่งคู่แข่งทางอ้อมที่ดึงดูดเม็ดเงินผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ ให้หันมาเลือกรับประทานอาหารแช่แข็งทั้งพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน จากความสะดวกรวดเร็วและความหลากหลายให้เลือกรับประทาน

แต่ตลาดปลาและหอยลาย (ไม่รวมทูน่ากระป๋อง) มีจุดเด่นคือเป็นสินค้าที่สามารถเก็บได้นาน สามารถเปิดรับประทานได้ในเวลาที่ต้องการโดยไม่ต้องอุ่น มีคุณค่าสารอาหาร ราคาสามารถเข้าถึงได้ และรสชาติถูกปากผู้บริโภค

จากจุดเด่นที่กล่าวมาอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ในวันนี้ตลาดปลากระป๋องและหอยลาย มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ราย ในชื่อแบรนด์ หม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย ปลาและหอยลายกระป๋องที่วางจุดเด่นตัวเองในเรื่องรสชาติที่เผ็ด จัดจ้าน สร้างความแตกต่างจากปลากระป๋องปรุงรสอื่น ๆ พร้อมกัน 6 รสชาติ ได้แก่ ปลาแมคเคอเรลทอดในซอสสามรส, แมคเคอเรลทอดราดน้ำจิ้มแจ่ว, แมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศปรุงรส, แมคเคอเรลสับ, ลาบอีสานแมคเคอเรลสับ, หอยลายปรุงรสสูตรเผ็ด และหอยลายปรุงรสสูตรเผ็ดมาก

และการเลือกเซกเมนต์ปลากระป๋องและหอยลายปรุงรสที่มีสัดส่วนเพียง 20% แทนปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศที่มีสัดส่วน 80% จากตลาดปลาและหอยลายกระป๋องรวม (ไม่รวมทูน่ากระป๋อง) มาจากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากผู้บริโภคที่นิยมอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน ที่ตลาดปลากระป๋องปรุงรสยังไม่มีรสชาติเผ็ดจัดจ้านพอ และไม่มีผู้เล่นในตลาดอาหารกระป๋องที่มีรสชาติของอาหารอีสานในตลาดเท่าไรนัก

ประกอบกับตลาดปลากระป๋องเซกเมนต์ซอสมะเขือเทศเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงจากคู่แข่งแบรนด์หลักและแบรนด์ย่อย ๆ ที่นำเสนอปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศราคาประหยัดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีกำลังซื้อไม่สูงอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก

ซึ่งการลงเล่นตลาดของแบรนด์หม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย เป็นธุรกิจที่หม่ำแซ่บต้องการขยายโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ จากตลาดน้ำปลาร้ามูลค่า 10,000 ล้านบาท ที่มีการแข่งขันกันสูงจากคู่แข่งนับร้อยราย รวมถึงตลาดน้ำจิ้มอีสาน และดีวัวหนึ่งในสินค้าหลักของแบรนด์หม่ำแซ่บ

การจับมือร่วมกับปุ้มปุ้ยทำปลากระป๋องแบรนด์หม่ำแซ่บ เป็นการจับมือในรูปแบบจ้างปุ้มปุ้ยผลิตปลากระป๋องในรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ซึ่งเป็นหนึ่งในขาธุรกิจของปุ้มปุ้ย ในรสชาติที่หม่ำแซ่บเป็นผู้ปรุงและพัฒนาขึ้นมาเฉพาะ และเป็นรสชาติที่ปุ้มปุ้ยไม่มี

พร้อมกับใช้วิธีสื่อสารการตลาดสร้างการรับรู้ผ่านชื่อแบรนด์ที่ Collabs ร่วมกัน เพื่อนำจุดแข็งของแบรนด์ปุ้มปุ้ยในฐานะแบรนด์ปลากระป๋องเป็นเครื่องมือในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายที่รู้จักแบรนด์ปุ้มปุ้ยเป็นอย่างดี

ซึ่งที่ผ่านมาปุ้มปุ้ยถือเป็นแบรนด์ปลาและหอยลายกระป๋องที่มีอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน และมีส่วนแบ่งตลาดในปลาและหอยลายกระป๋องปรุงรสเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดขายในตลาดประมาณ 800-1,000 ล้านบาทในเซกเมนต์นี้

ส่วนปุ้มปุ้ยการยอมให้หม่ำแซ่บใช้แบรนด์ร่วมกันในรูปแบบ Collabs ยังเป็นหนึ่งในกลวิธีที่ผลักดันให้แบรนด์ปุ้มปุ้ยเป็นกระแสจากการ Collabs กับแบรนด์ต่าง ๆ ที่ไม่รวมการออกสินค้าใหม่

และยังทำให้แบรนด์ปุ้มปุ้ยเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ มากขึ้น เพราะในอดีตที่ผ่านมา ปุ้มปุ้ยหายจากการทำตลาดและออกสินค้าใหม่มายาวนานถึง 7 ปี และเพิ่งกลับมาทำตลาดอีกครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ความแข็งแรงของแบรนด์ปุ้มปุ้ยจะแข็งแรงมากในกลุ่มลูกค้า 40 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่แข็งแรงมากพอในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ซึ่งที่ผ่านมาปุ้มปุ้ยได้ผลักดันตลาดผ่านพรีเซนเตอร์ และสินค้าใหม่ รวมถึงการตลาดผ่านการ Collabs เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้กับกลุ่มเป้าหมายในทุก ๆ เซกเมนต์

สำหรับการใช้ชื่อ Collabs ร่วมกับหม่ำแซ่บถือเป็นการขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังลูกค้าที่นิยมรับประทานอาหารรสจัด โดยเฉพาะลูกค้าภาคอีสาน เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้รับรู้ถึงความหลากหลายของรสชาติที่ปุ้มปุ้ยมีอยู่มากขึ้น

และเป็นการเสริมตลาดหลักของปุ้มปุ้ย คือกลุ่มลูกค้าภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับปุ้มปุ้ย (ส่วนภาคใต้อันดับสอง) ในการเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าหม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย จะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ปุ้มปุ้ยในรสชาติที่มีอยู่กว่า 50 SKU รับประทานแทนแบรนด์ของคู่แข่งเพื่อรับประทานในโอกาสต่าง ๆ อีกด้วย

นอกเหนือจากการทำตลาดผ่านการ Collab กับปุ้มปุ้ยแล้วหม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย ยังคงใช้ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำปลาร้า น้ำจิ้ม และดีวัวแบรนด์หม่ำแซ่บ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าปลากระป๋องหม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ยอีกแบรนด์หนึ่ง จากการที่ล็อกซ์เล่ย์ เทรดดิ้งมีช่องทางจัดจำหน่ายไปยังร้านค้าต่าง ๆ จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า FMCG (Fast Moving Consumer Goods) หลากหลายแบรนด์ และล็อกซ์เล่ย์ยังเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นในโรงงานปลาร้าแม่อรุณ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตสินค้าแบรนด์หม่ำแซ่บอีกด้วย

ในครึ่งเดือนแรกของการกระจายสินค้าแบรนด์หม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย ล็อกซ์เล่ย์เน้นการกระจายสินค้าไปยัง Traditional Trade ก่อนที่จะขยายไปยังช่องทาง Modern Trade และร้านสะดวกซื้อ

ซึ่งเหตุผลที่เลือกกระจายไปที่ Traditional Trade มาจากเป็นช่องทางหลักที่สร้างรายได้หลักในตลาดปลากระป๋องรวม ทำให้การเปิดตัวสินค้าใหม่ หม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากการกระจายสินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศที่ชอบรับประทานอาหารรสจัดจ้านแล้ว หม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย ยังใช้กลยุทธ์สร้างยอดจำหน่ายกิจกรรมการตลาดในรูปแบบโรดโชว์ไปยังจังหวัดต่าง ๆ และสร้างการซื้อซ้ำผ่านกิจกรรมชิงโชคอีกทางหนึ่ง

แม้ในขวบปีแรก หม่ำแซ่บ X ปุ้มปุ้ย ยังไม่เปิดเผยเป้าหมายด้านรายได้และยอดขาย

แต่การร่วมมือครั้งนี้เป็นเหมือนการสร้างสีสันและรสชาติใหม่ ๆ ให้กับตลาดปลากระป๋องในประเทศไทยได้อย่างดี


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer