ภูเก็ต เมืองชายทะเลที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทย เป็นเดสทิเนชันของคนทั่วทุกมุมโลก ส่งผลให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 380,000 ล้านบาท
สิ่งที่โดดเด่นของภูเก็ต คือ เมืองรวมเอากลุ่มคนกำลังซื้อสูงที่มีรสนิยมการใช้ชีวิตแบบ Luxury Lifestyle จนเปรียบได้ว่าเป็น “บ้านหลังที่สองของเศรษฐี” ทั้งชาวไทยและต่างชาติ (Asia’s Richest Beach Residential)
กลุ่มเซ็นทรัลที่เล็งเห็นในศักยภาพของเมืองและโอกาสทางธุรกิจ จึงปักหมุดขยายฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คว้าโอกาสเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการร่างภาพภูเก็ตเป็น The World’s Luxury Magnitude
ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองที่ผู้คนมีกำลังซื้อมหาศาล และใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyles Trendy ซึ่งเซ็นทรัลได้เล็งเห็นศักยภาพ และเข้ามาวางฐานธุรกิจตั้งแต่ปี 2004 ใช้เวลากว่าสองทศวรรษในการดำเนินตามวิสัยทัศน์ที่จะทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็น The World’s Luxury Magnitude ในปี 2018 ได้เปิดให้บริการเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เพื่อรองรับ Luxury Lifestyle โดยเฉพาะ
ปัจจุบันศูนย์การค้าเติบโตต่อเนื่องและมีแทรฟฟิกดีกว่าช่วงก่อนโควิดถึง 30% ราว 80,000 -120,000 คนต่อวัน
วิไลพร ปิติมานะอารี ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานปฏิบัติการสาขาภูเก็ต บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประชากรในภูเก็ตเป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง สะท้อนจากยอดใช้จ่ายของลูกค้าทั่วไปรายหัวที่สูงสุดเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนาทั่วประเทศ
อีกทั้งกลุ่มลูกค้า VVIP ที่เป็นสมาชิกระดับ Tycoon & Millionaire จำนวน 2,300 คน มีการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี โดยลูกค้า Wealth Segment ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต มีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้า Wealth ของสาขาอื่น ๆ 45% รวมถึงยอดการใช้จ่ายในเซ็นทรัลฟลอเรสต้าและเฟสติวัล 50% ของยอดขายมาจากลักชัวรีแบรนด์
สะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าลักชัวรีในไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.6 แสนล้านบาท เติบโต 5.62% คาดว่าปี 2028 จะสามารถแซงหน้าตลาดสิงคโปร์ได้
นอกจากนั้น ยอดขายของลักชัวรีแบรนด์ในเซ็นทรัล ภูเก็ต ยอดขายสูงเป็นอันดับต้นในประเทศไทย และบางสินค้าสามารถทำยอดขายติดอันดับ Top Rank ของโลก
โดยที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า คือ World-class luxury mall แห่งเดียวใจกลางภูเก็ต ที่รวบรวมแบรนด์ลักชัวรีนอกกรุงเทพฯ มากมาย ทั้งยังมีอีก 14 แบรนด์หรูที่ปักหมุดแลนดิ้งในประเทศไทย อาทิ BALENCIAGA, BOTTEGA VENETA, BURBERRY, CHRISTIAN LOUBOUTIN, DIOR, GUCCI, HERMÈS, LOUIS VUITTON, OMEGA, PMT THE HOUR GLASS, SAINT LAURENT, VERSACE และ ZEGNA รวมถึง PRADA ที่เตรียมเปิดให้บริการในปีนี้
และเป็น Exclusive item ที่มีจำหน่ายแค่ในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลระดับโลก เช่น ซานโตรินี ไมอามี่บีช ริเวียร่า ฮาวาย ซิดนีย์ ดูไบ ฮ่องกง และภูเก็ต
เพื่อรองรับการขยายตัวของ Luxury Lifestyle เซ็นทรัล ฟลอเรสต้าเตรียมขยายพื้นที่ร้าน 4 เท่าตัว จากปัจจุบัน 2,000 ตร.ม. เป็น 8,000 ตร.ม. ในปี 2026 เพื่อรองรับการเปิดตัวของอีกหลากหลายแบรนด์
โดยที่ชั้นหนึ่งของเซ็นทรัลฟลอเรสต้าจะถูกปรับให้เป็นพื้นที่ของลักชัวรีแบรนด์ทั้งหมด ขณะที่ชั้นสองจะเป็นพื้นที่ของ Accessible luxury brands เช่น Coach, MLB, Kate spade เป็นต้น และในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จะขยายพื้นที่ร้านค้าที่นอกเหนือจากลักชัวรีโซนเพิ่มเติมในอนาคต หลังการรีโนเวต ขยายโซนลักชัวรี คาดว่าแทรฟฟิกจะปรับเพิ่ม 20% ทุกปี
ซึ่งนอกจากลักชัวรีแบรนด์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแล้ว ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลฟลอเรสต้า ยังประกอบด้วย Aquaria Phuket พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมด้วยร้านอาหารใต้น้ำ Fine Dining “Su Va Na Restaurant” ของเชฟ Atanu, ‘Tales of Thailand’ ตลาดน้ำจำลอง, ร้านดัง เช่น ร้าน Thai Brasserie By Blue Elephant, StarbucksReserve ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต, Haidilao สาขาแรกนอกกรุงเทพฯ
พร้อมกันนี้ การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแผนยุทธศาสตร์ภาครัฐที่ต้องการพัฒนาให้ภูเก็ตเป็น “Top Destination for Global Jetsetter” รองรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจาก ‘Quantity to Quality spending’ มุ่งทำให้ภูเก็ตไม่มีช่วงโลว์ซีซัน ด้วยการอัดกิจกรรม กระตุ้นการท่องเที่ยว ให้เกิดการจับจ่ายได้ตลอดทั้งปี
อย่างเช่นในช่วงฤดูฝนก็หันไปโฟกัสนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางและอินเดีย เพราะเป็นประเทศที่ชื่นชอบการเที่ยวในฤดูฝน เนื่องจากเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีฝนตก จึงทำให้ในช่วงมรสุมฤดูฝนไม่สร้างผลกระทบกับการท่องเที่ยวมาก เพราะนักท่องเที่ยวจากทั้งสองกลุ่มเดินทางมาภูเก็ตจำนวนมาก
แต่ในช่วงปกติ ภูเก็ตมีเที่ยวบินราว 2,000 ไฟลท์ต่อเดือน นักท่องเที่ยวมากกว่าหนึ่งหมื่นคนเดินทางมาท่องเที่ยวต่อเดือน ทั้งที่เป็น Interflight และบินในประเทศ โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศรัสเซีย ตะวันออกกลาง จีน และอเมริกันเป็นหลัก
หากจะเทียบเคียงประเทศใกล้บ้านที่อยู่ใน Position เมืองลักชัวรีเช่นนี้ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย แต่ภูเก็ตแตกต่างด้วย Infrastructure ที่ครบครันมากกว่า ทั้งแผนขยายสนามบินภูเก็ต เฟส 2 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 และการขยายตัวของ Medical & Wellness ของโรงพยาบาลเอกชนแบรนด์ใหญ่ที่เตรียมเปิดให้บริการหลายราย ตลอดจนการขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ ท่าเรือยอชต์ สนามกอล์ฟ และ Private Jet เป็นต้น เหมาะสำหรับเป็นเมืองใช้ชีวิตเกษียณ พักผ่อน long stay และ Work from everywhere มีสถานที่รองรับในด้านเอนเตอร์เทนเมนต์สมบูรณ์แบบที่สุด
ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีการลงทุนในภูเก็ตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ประกอบด้วย 4 ศูนย์การค้า, 5 ห้างสรรพสินค้า, 7 โรงแรม, 3 คอนโดมิเนียม รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่ม อาทิ ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ, บีเอ็นบี โฮม, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, Tops Food Hall, Tops Market, Tops Daily, Tops Vita เป็นต้น
ด้านศูนย์การค้าในภาคใต้ มีจำนวนรวมทั้งหมด 5 แห่ง คือ เซ็นทรัล ภูเก็ต, สมุย, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และหาดใหญ่
ในปี 2567 ภูเก็ต ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวที่ 450,000 ล้านบาท โดยตลอดทั้งปีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ตมากกว่า 12 ล้านคน คิดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ
ทำไมเซ็นทรัลถึงร่วมดัน “ภูเก็ต” เป็นเมือง Luxury Lifestyle เทียบชั้นเมืองหรูหราโลก
| ประชากรเมืองภูเก็ต | 423,599 คน | ||
| เป็นชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ Long stay 30,000 คน (จำนวนที่ลงทะเบียนผ่านระบบของรัฐ) | |||
| นักท่องเที่ยวปีละ
12 ล้านคน |
ไฟลท์บิน 2,000 เที่ยว/เดือน (ทั้ง Interflight และบินภายในประเทศ) | ||
| รายได้จากการท่องเที่ยว | ปี 66 = 380,000 ล้านบาท (มากกว่าเชียงใหม่ 3 เท่า) | 70% ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูเก็ต เคยมาใช้บริการศูนย์การค้าของเซ็นทรัล ภูเก็ต | |
| คาดปี 67 เพิ่มเป็น 450,000 ล้านบาท | ช่วงเทศกาล (ตั้งแต่ Nov-Jan) Spending ของลูกค้าจะเพิ่มขึ้น 40% | ||
| กลุ่มลูกค้าของเซ็นทรัล ภูเก็ต | 70% ชาวต่างชาติ
(สเปนดิ้งต่อบิลมากกว่า 3-4 เท่าของคนโลคอล) |
30% คนไทย | |
| แบ่งเป็นลูกค้า VIP = 2,300 คน (สเปนดิ้ง 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี) | |||
| ซึ่งลูกค้า VIP 60% เป็นคนภูเก็ต | 30% กทม. | 20% ต่างชาติ | |
| ตลาดสินค้าลักชัวรีในไทย 160,000 ล้านบาท | เติบโต 5.62%
(ปี 2028 จะแซงสิงคโปร์) |
||
| เซ็นทรัลลงทุนในภูเก็ตมากที่สุด รองจากกรุงเทพฯ | ดำเนินธุรกิจในภูเก็ตแบ่งเป็น | ศูนย์การค้า เช่น
● โรบินสันไลฟ์สไตล์ถลาง ● เซ็นทรัล เฟสติวัล ● เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า (เปิดปี 2018) |
4 แห่ง |
| ห้างสรรพสินค้า | 5 แห่ง | ||
| โรงแรม | 7 แห่ง | ||
| คอนโดมิเนียม | 5 แห่ง | ||
| พื้นที่เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า & เฟสติวัล รวม 70,000 ตร.ม. (เป็นส่วนของรีเทล 40,000) | **แทรฟฟิก เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า & เฟสติวัล
80,000-120,000 คน/วัน |
||
| จะขยายโซนลักชัวรี เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า เป็น 8,000 ตร.ม. จาก 2,000 ตร.ม. | |||
| มียอดขายแบรนด์เนมมากที่สุด ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เช่น Christian Louboutin | |||
–










