Life/งานจำเป็นต่อชีวิต เพราะนอกจากเป็นช่องทางสร้างรายได้เพื่อให้มีเงินไปจับจ่ายใช้สอยกับตัวเองและครอบครัวแล้ว ยังเป็นการเต็มเติมความรู้สึกมีคุณค่าของตัวเองต่อส่วนรวมอีกด้วย

แต่การทำงานต่อเนื่องกันนาน ๆ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพและกระทบสมดุลชีวิต (Work-Life Balance) นี่จึงทำให้วันหยุดเป็นสิทธิพึงมีพึงได้ของคนวัยทำงาน โดยบริษัทส่วนใหญ่กำหนดให้วันหยุดอยู่ช่วงสุดสัปดาห์
และเมื่อวันหยุดมาถึงใคร ๆ ก็ล้วนอยากพักผ่อน ทว่ามีพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่คนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z หลงผิดคิดว่าทำได้ในวันหยุด ทั้งที่จริง ๆ แล้วส่งผลเสียต่อสุขภาพ

พฤติกรรมดังกล่าวคือ Bed rotting หรือการนอนปล่อยตัวจมเตียง หรือทำกิจกรรมแทบทุกอย่าง เช่น ท่องโลกโซเชียลด้วยสมาร์ตโฟน หรือดูซีรีส์ต่อเนื่อง (Binge watch) อยู่บนเตียงตลอดวันหยุด
จริงอยู่ที่เราจะทำอะไรก็ได้ จะพักผ่อนอย่างไรก็ได้ในวันหยุด เพราะเป็นวันที่ไม่ต้องทำงานหรือมีเรื่องงานมากวนใจ แต่การเอาแต่ Bed rotting จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ
cnbc สำนักข่าวเศรษฐกิจในสหรัฐฯ รายงานอิงจากข้อมูลทางการแพทย์ว่า Bed rotting ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ทั้งทำให้กลไกการพักผ่อนของร่างกายผิดเพี้ยน นอนหลับยากเมื่อถึงเวลานอนตามปกติช่วงกลางคืน
และเมื่อตื่นมาแล้วก็ยังเพลีย ๆ ไม่สดชื่นเหมือนที่ควรจะเป็นอีกด้วย ยิ่งถ้า Bed rotting ต่อไปนาน ๆ อาจทำให้ซึมเศร้า ก่อให้เกิดโรคอ้วนและเป็นโรคหัวใจได้
ส่วนการเลื่อนหน้าจอสมาร์ตโฟนเพื่อท่องโลกออนไลน์หรือสื่อโซเชียลจนดึกดื่น รวมไปถึงดูโทรทัศน์แบบลากยาว อันเป็นกิจกรรมยอดฮิตเมื่อ Bed rotting ก็ร้ายพอ ๆ กัน เพราะทำให้ตาล้าและหลับยากกว่าปกติ

CNBC ตีแผ่เรื่อง Bed rotting ต่อด้วยคำแนะนำจากแพทย์ด้านสุขภาวะว่า เมื่อวันหยุดมาถึงควรนอนแต่พอดี เมื่อตื่นแล้วก็ไม่ควรจมอยู่ที่เตียงนาน และควรลดหรือเลิก Bed rotting
จากนั้นควรหันเปลี่ยนมาทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ เช่น ออกกำลังกายเบา ๆ สัก 40 นาที เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวบ้าง

หลังต้องนั่งทำงานติด ๆ กันหลายชั่วโมง มาตลอด 5 วันทำงาน หรือออกไปทำกิจกรรมที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ร่วมกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว

เพื่อให้กายและใจได้พักผ่อนอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องไปพะวงเรื่องงาน และเมื่อหมดวันก็กลับมานอนที่เตียงให้เต็มตื่น เพื่อให้มีแรงกลับมาลุยงานในสัปดาห์ใหม่ได้โดยที่กำลังใจเต็มร้อย กำลังกายเต็มถัง ♦/cnbc
–
