แสนสิริ ในวันที่อสังหาฯ อืด ทำอย่างไรให้ยังคงเป็น No. 1 Brand (สัมภาษณ์พิเศษ)

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง และคู่แข่งในตลาดที่อยู่อาศัยมากมาย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังสามารถกวาด 3 สุดยอดรางวัลใหญ่แห่งปี ‘Marketeer No.1 Brand Thailand 2024’ ครองแชมป์แบรนด์อันดับหนึ่งของวงการอสังหาฯ ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ เป็นครั้งที่ 3 ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และ คอนโดมิเนียม

“ที่ผ่านมาเราก็เคยได้รับรางวัลมาตลอด แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าดีใจมากเพราะได้มา 3 รางวัลพร้อมกัน ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ภูมิใจมากครับ”

อุทัย อุทัยแสงสุข หรือ “พี่ช้าง” ของทุก ๆ คน กล่าวกับ Marketeer  เขาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) คนล่าสุด แต่เป็นพนักงาน No.15  (ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานกว่า 4 พันคน)

เป็นลูกหม้อ “เก่าแก่” ที่มีความ “เก๋า” และเป็นผู้บริหารที่เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งบนเส้นทางการเติบโตอันยาวนานถึง 40 ปีของแสนสิริ

เมื่อ Marketeer ถามว่าคุณอุทัยเคยคิดไหมว่าปีนี้จะได้รางวัล No.1 Brand ทั้ง 3 ประเภท

เขาพยักหน้ารับด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ และบอกว่าลึก ๆ ลงไปคาดหวังมากเพราะคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮม เคยได้รับรางวัลมาก่อน ส่วนบ้านเดี่ยวในช่วง 2-3 ปีนี้แสนสิริก็พัฒนาเพิ่มมากขึ้นและทุ่มเทให้กับโปรดักส์นี้อย่างเต็มที่

อะไรคือ Key Success ของความสำเร็จในแต่ละประเภทที่อยู่อาศัย

Branding ของแสนสิริครับ” คุณอุทัยตอบทันที และอธิบายต่อว่าแบรนดิ้งของแสนสิริไม่ได้ได้มาง่าย ๆ แต่ได้มาจากการตกผลึกของประสบการณ์และการเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่สะสมมาตลอด 4 ทศวรรษ จนสร้างความโดดเด่นใน 4 เรื่องสำคัญ คือ

1. เรื่องดีไซน์ แสนสิริใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ สามารถตีความบริบทของที่ตั้งโครงการเพื่อดึงเสน่ห์ออกมาใส่ในงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน และงานแลนด์สเคป และนอกเหนือไปจากรูปลักษณ์ที่ดูดีแล้ว ฟังก์ชันการใช้งานในแต่ละโครงการก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน

2. การบริการหลังการขาย แสนสิริมีบริษัทลูกชื่อว่า Plus Property ที่คอยดูแลในเรื่องทีมงานนิติบุคคล ทีม Maintenance เพื่อคอยดูแลปรับปรุงให้ที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่ระบบเริ่มเสื่อมสภาพ สิ่งแวดล้อมไม่สวยงามให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม คงความสวยงามและสามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้อย่างภูมิใจ

“ทำยังไงให้ Property ยังคง Keep Upในระยะยาวต่อไปได้ การบํารุงรักษา เครื่องจักร ลิฟต์ สระว่ายน้ำ การบํารุงต้นไม้ใบหญ้า ให้สวยงามร่มรื่นต่อไปในอนาคต สิ่งเหล่านี้มันสร้าง Value ให้กับ Property เพราะฉะนั้นงาน Service มีความสําคัญมาก ๆ”

3. โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรม แสนสิริเป็นเจ้าแรก ๆ ที่นำเอานวัตกรรมหลายอย่างมาใช้กับโครงการที่อยู่อาศัย เช่น การพัฒนาแอป Home Service เพื่อบริการแจ้งเตือนจดหมายและพัสดุอัตโนมัติ บริการแจ้งยอดชำระค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ บริการรับแจ้งซ่อมแซมตลอด 24 ชั่วโมงที่สามารถติดตามตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการได้

วันนี้มีลูกค้า Registered เข้ามาแล้วประมาณ 150,000 ราย เพื่อใช้บริการต่าง ๆ ผ่านแอปตัวนี้

แสนสิริยังเป็นที่อยู่อาศัยโครงการแรก ๆ ที่ในโครงการมี EV Charging มีสระน้ำระบบเกลือ เพื่อทำให้สุขภาพลูกค้าดี มีนวัตกรรมเรื่องบ้านปลอดฝุ่น โดยมีระบบเอาเครื่องกรองอากาศใส่เข้าไปในบ้านลูกค้า

4. เรื่อง Sustainability หลายคนคงไม่รู้ว่าวันนี้แสนสิริได้ประกาศเดินหน้าสู่ Net-zero โดยตั้งเป้าเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050

ไม่เพียงแค่ประกาศ แต่มีการวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และลงมือทำอย่างต่อเนื่องชัดเจน

เช่น เร่งเครื่องการติดตั้ง Solar Roof และ EV Charger เปลี่ยนรถส่วนกลางของบริษัทให้เป็นรถ EV 100% และเปลี่ยนการใช้น้ำมันของเครื่องจักรทุกชนิดมาใช้พลังงานไบโอดีเซล 100%

ทำเรื่องนวัตกรรมบ้านสีเขียว (Green Living Designed Home) ซึ่งเป็นหนึ่งใน Key Driver ที่ยกระดับการพัฒนาโครงการที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ของโลก เริ่มจากการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Well-being รวมถึง Nature Based Design Solution

มีการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้สุขภัณฑ์ประหยัดพลังงาน ไลท์ติ้งใช้ระบบแอลอีดี อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเป็นเบอร์ 5 หมด ที่สำคัญ คือการเลือกคู่ค้าที่เข้าใจ ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนด้วย

“แสนสิริมี Supplier อยู่ประมาณ 4,000 ราย มีทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอีรายเล็ก เราต้องการให้ทุกรายให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะหาก Supply Chain ไม่คิดเหมือนเราเขาอาจจะผลิตวัสดุบางอย่างซึ่งไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาส่งให้เรา หรือสินค้าที่เขาผลิตก็ต้องพยายามทำเป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้  เราเลยมีการสัมมนาเรื่องนี้ร่วมกันอย่างจริงจัง”

คุณอุทัยยืนยันว่าทุกอย่างเมื่อมารวมร่างกันเข้าเลยกลายเป็น Branding ของแบรนด์แสนสิริ แล้วก็เป็น Key Success ที่ทำให้เป็นที่มาของรางวัล  No.1 Brand Thailand 2024

Sustainability ไม่ใช่แค่ “เทรนด์” แต่เป็นเรื่องที่ “ต้องทำ”

ที่ผ่านมาเรื่องการออกแบบโครงการที่สวยงามและการดูแลหลังการขาย เป็น Key Success ที่สำคัญของแสนสิริก็จริง แต่วันนี้ในเรื่องความยั่งยืนได้เพิ่มความสำคัญมากขึ้น เพราะคือสิ่งที่ตอบโจทย์โลกอนาคต เป็นจุดที่ได้ใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่เขาต้องมีชีวิตต่อไปอีกใน 50-60 ปีข้างหน้า

“ถ้าองค์กรอยากอยู่ต่อไปในระยะยาว เราก็ต้องปลูกฝังคนของเราให้มีจิตสำนึกเรื่อง Sustainability อย่างจริงจัง เวลาส่งต่อความคิดนี้ไปให้คนข้างนอกเขาจะได้อินไปกับเราด้วย วันนี้เราเป็น Leader ตั้ง Goal เรื่องนี้ไปแล้ว และจะ Keep up ต่อไปในระยะยาว มีการส่งต่อความคิดกันจากรุ่นสู่รุ่น”

คุณอุทัยย้ำถึงจุดยืนสำคัญขององค์กร

การปรับตัวของแสนสิริในสถานการณ์ปัจจุบัน 

หนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ทำให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ยากขึ้น คนที่ต้องการกู้เงินซื้อบ้านก็กู้ไม่ได้ ในขณะเดียวกันดอกเบี้ยที่ยังไม่ลดลงมา ทำให้การผ่อนจ่ายแต่ละเดือนมีจำนวนที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่อยู่อาศัยแน่นอน

ตลาดบ้านราคา 3-4 ล้านบาทลูกค้าไม่สามารถกู้ได้ เพราะ Reject Rate ยังสูงอยู่ ทั้ง ๆ ที่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ มีมากถึงประมาณ 50-60%

การปรับตัวของแสนสิริคือพลิกจาก Affordable Segment ไปจับกลุ่มลูกค้าระดับ Luxury มากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่เป็นจุดแข็งของแสนสิริตั้งแต่เริ่มต้นทำโครงการเลยทีเดียว

ดังนั้น แผนเปิดตัว 46 โครงการใหม่ในปี 2567 ที่ต้นปีเปิดไปแล้ว 20 โครงการ ครึ่งปีหลังเปิดอีก 26 โครงการ ทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยวถึง 26 โครงการ คอนโดมิเนียม 20 โครงการ มูลค่าทั้งหมดโดยรวม 61,000 ล้าน

ในเดือนสิงหาคมนี้ แสนสิริมีแบรนด์ใหม่ออกมาชื่อ “ณริณสิริ” บนถนนกรุงเทพฯ กรีฑา เป็นไพรเวต เรสซิเดนท์  ราคาประมาณ 40 – 80 ล้านบาท

DNAs 4 ตัวหลักพลังขับเคลื่อนสำคัญของแสนสิริ

DNAs 4 ตัวหลัก รวมกันทำให้เกิดพลังของเเสนสิริ แกนหลักพฤติกรรม แนวทางการส่งเสริม ความสามารถในการทำงานของพนักงานแสนสิริ

1. SPEED TO MARKET เรามุ่งเน้นเป็นผู้นำในด้านการตลาดโดยคำนึงถึงถึงคุณภาพของงานที่ส่งมอบคิดก่อน กล้าตัดสินใจ เรียนรู้ให้เร็ว ผิดพลาดต้องรีบแก้ไขให้เร็ว เพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุดของบริษัท

“โลกทุกวันนี้มันหมุนเร็ว เมื่อก่อนเรามีคําพูดว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก วันนี้คือปลาเร็วกินปลาช้า เพราะฉะนั้นองค์กรใหญ่อย่างเราจะเป็นปลาช้าไม่ได้ การทำอะไรก็แล้วแต่ต้องหาข้อมูลให้มากที่สุดแล้วรีบตัดสินใจให้เร็ว”

2. ATTENTION TO DETAIL ใส่ใจรายละเอียดในงาน คำนึงถึงเพื่อนร่วมงาน และการบริการลูกค้า คิดถึงใจเข้าใจเรา เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

3. OWNERSHIP ในการทำงานต้องคำนึงอยู่เสมอว่า คือบริษัทของตัวเอง ทำสิ่งที่ดีที่สุดและรับผิดชอบกับผลลัพธ์ รวมถึงส่งงานให้เพื่อนร่วมงานโดยคำนึงถึงการทำงานร่วมกัน ใช้หลัก WORK FROM HEART

4. GOOD CITIZEN ต้องตอบแทนสังคมเป็นพลเมืองที่ดี ยอมรับความเห็นต่าง ความเท่าเทียมให้เกียรติซึ่งกันและกันทำงานร่วมกันได้อย่างดี DIVERSITY, EQUITY และ INCLUSION (DEI) และดูแลสังคม ESG NET ZERO

“เมื่อโลกทุกวันนี้ลูกค้าอยากเห็นองค์กรที่เขาซื้อสินค้าเป็น Good Citizen  แต่จะทำอย่างไรให้ในความเป็น Good Citizen นั้นองค์กรต้องแข็งแรงเพื่อจะได้ดูแลสังคมในภาพรวมได้”

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับ Customer Centric ลูกค้าต้องเป็นศูนย์กลาง เซลส์ที่เป็นคนพบกับลูกค้าโดยตรงต้องรวบรวมปัญหาและข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาให้ฝ่ายการตลาดสรุป เพื่อส่งต่อข้อมูลทั้งหมดไปยังฝ่ายออกแบบ ให้ออกแบบออกมาสอดคล้องกับความต้องการจริงของคนซื้อมากที่สุด

ในโลกแห่งอนาคตจะมีปัญหา อุปสรรค และความท้าทายใหม่ ๆ ที่เราคาดเดาไม่ถึงและควบคุมไม่ได้อีกมากมาย ซึ่งมาช้าเร็วแค่ไหนไม่มีใครรู้

สิ่งที่ แสนสิริ ต้องทำในวันนี้ คือ ต้องเตรียมความพร้อมของตัวเอง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต้องปรับตัวให้เร็ว

“เราต้องทำตัวเองให้แข็งแรงตลอดอย่าประมาท ต้องบอกคนของเราว่าวันนี้คุณเหมือนนักมวย เหมือนนักวิ่งมาราธอน คุณหยุดไม่ได้ ต้องพร้อมที่จะแข่งขันอยู่ตลอดเวลา” 

“สุดท้ายผมก็ต้องขอบคุณ Marketeer และขอขอบคุณลูกค้าและทีมงานที่ช่วยสนับสนุน รางวัลเหล่านี้เป็นกําลังใจสำคัญให้เรามีกําลังใจในการที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ แล้วก็ทำสินค้าที่ดีมอบให้กับลูกค้าต่อไปในอนาคต”  

คุณอุทัยกล่าวสรุป พร้อมกับบอกว่า แสนสิริจะรักษาความเป็น No.1 Brand Thailand 2024  ให้ได้อย่างต่อเนื่อง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer