‘ทัมเบลอร์-ขวดน้ำ’ กลายเป็นไอเทมติดตัวของคนยุคนี้ไปแล้ว ทั้งจากเรื่องของเทรนด์ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดขยะพลาสติก ตีบวกก้วยเทรนด์สุขภาพดื่มน้ำในเเต่ละวันอย่างเพียงพอ
เเละ ทัมเบลอร์ใส่น้ำในยุคนี้ยังมาพร้อมกับ ‘จุดขายที่เป็นจุดแข็ง’ ของแต่ละแบรนด์ให้ผู้บริโภคได้เลือกตัดสินใจกันอีกด้วย
Marketeer Review เลยหยิบเอาตัวอย่าง 4 แบรนด์ยอดฮิตขาย ‘ทัมเบลอร์-ขวดน้ำ’ ราคาหลักพันแต่มี ‘จุดขาย’ แตกต่างกันมาไว้ในภาพเดียว

แบรนด์: Stanley
แบรนด์สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
ปีที่ก่อตั้ง: 1913
จุดเริ่มต้น/จุดขาย: เจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีสุญญากาศมาใช้ผลิตแก้วสเตนเลสเพื่อรักษาอุณหภูมิเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น เริ่มต้นจากเจาะกลุ่มนักเดินป่าสู่แก้วยอดฮิตเพราะนักรีวิว และกลายเป็นไวรัลดังจากเหตุการณ์รถยนต์ไฟไหม้และแก้วที่อยู่ในรถน้ำแข็งไม่ละลาย
รุ่นยอดฮิต: Stanley Quencher/ราคาประมาณ: 1, 400 บาท++

แบรนด์: Air Up
แบรนด์สัญชาติ: เยอรมนี
ปีที่ก่อตั้ง: 2019
จุดเริ่มต้น/จุดขาย: จากงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา 5 คน สู่ ขวดน้ำที่อยากให้คนดื่มน้ำมากขึ้น ด้วยลูกเล่นพิเศษคือ พอดเพิ่มกลิ่นน้ำเปล่าที่ติดอยู่ตรงฝาจุกที่เป็นหลอด สามารถเปลี่ยนกลิ่นได้ตามชอบ เพื่อลดการดื่มน้ำหวานในแต่ละวัน
รุ่นยอดฮิต: Classic Gen2/ราคาประมาณ: 1,400 บาท++ / PODS ให้กลิ่นราคา 300-500 บาท/3 ชิ้น

แบรนด์: Owala
แบรนด์สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
ปีที่ก่อตั้ง: 2020
จุดเริ่มต้น/จุดขาย: แบรนด์เดียวกับ BlenderBottle แก้วเชคโปรตีนสุดฮิตที่เป็นคนเริ่มเอาลูกบอลลวดเหล็กมาใส่ในแก้ว ขายความสดใสสีสันเจ็บ ๆ ทุกขนาดใช้ฝาไซซ์เดียวกันสลับฝาสลับสีได้ ดีไซน์ปากขวดให้ดูดและเทได้ไม่ต้องเปลี่ยนฝาขวด
รุ่นยอดฮิต: FreeSip/ราคาประมาณ: 1,500 บาท++
แบรนด์: FELLOW
แบรนด์สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
ปีที่ก่อตั้ง: 2013
จุดเด่น/จุดขาย: แบรนด์อุปกรณ์ชงกาแฟประจำบ้าน สร้างธุรกิจด้วยการระดมทุนผ่าน KICK STARTER ใส่ใจเรื่องของประสบการณ์ และการออกแบบมินิมัล จึงใช้การเคลือบผิวแก้วน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยเซรามิกให้ฟีลลิ่งที่ดีเวลาจับถือ
รุ่นยอดฮิต: Carter Cold Tumbler/ราคาประมาณ: 1,590 บาท++
“Starbucks ถือเป็นร้านกาแฟที่ขาย ‘ทัมเบลอร์-ขวดน้ำ’ อย่างจริงจัง จุดเด่นคือการออกคอลเลกชันพิเศษประจำฤดูกาล ประจำประเทศ รวมถึงคอลแลบส์กับแบรนด์ต่าง ๆ”
–

