ถ้าตอนนี้คุณกำลังคิดว่ามีบางสิ่งที่สายเกินกว่าคุณจะทำได้ อยากให้อ่านเรื่องของชายคนนี้
“Toh Hong Keng” ชายชาวมาเลเซียวัย 70 ปี อดีตผู้บริหารที่ได้ศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Southwestern PHINMA ในเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ และกลายเป็นบัณฑิตแพทย์ที่อายุมากที่สุดในโลก
ก่อนจะเกษียณเขาคืออดีตผู้บริหารประจำฮ่องกง และใช้ชีวิตอยู่ในฮ่องกงมาโดยตลอด ในตอนแรกที่ตัดสินใจเรียนต่อคณะแพทย์ ครอบครัวและผองเพื่อนต่างก็ประหลาดใจ หลายคนถึงขั้นมองว่าเขาบ้าที่อยากเรียนแพทย์ในวัยนี้
Toh เล่าว่า ในวัยเด็กเขาไม่ได้มีความฝันอยากจะโตมาเป็นหมอ ความคิดนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นในปี 2018 ที่เขาได้พบกับนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียสองคนระหว่างพักร้อนในประเทศคีร์กีซสถาน การได้เจอกับนักศึกษาทั้งสองจุดประกายความคิดว่า เขาอาจจะสามารถศึกษาต่อทางการแพทย์ได้
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่าก็แค่นักธุรกิจประสบความสำเร็จที่ไม่มีอะไรทำหลังเกษียณ จึงไปเรียนต่อ แต่แท้จริงแล้วชีวิตของ Toh ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่ต้น
เขาผ่านมาแล้วทั้งการกรีดยาง ทำงานฟาร์ม พนักงานเสิร์ฟ คนเก็บขยะ นักศึกษาที่ต้องดิ้นรนหาเงินเรียนเอง ถึงค่อยมาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
ชีวิตในวัยเด็ก Toh เป็นเพียงเด็กบ้านนอกที่เติบโตมาในสวนยางพาราในมาเลเซีย เขาและพี่น้องจะต้องตื่นนอนตอนตีสี่เพื่อมากรีดยางก่อนไปโรงเรียน เขากล่าวว่า ในสมัยนั้นตนไม่รู้หรอกว่าความฝันของตัวเองคืออะไร แค่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นก็เท่านั้น
แม้จะต้องสู้หนักกว่าคนอื่น เพราะต้องทำงานทั้งในฟาร์มและตั้งใจเรียนให้ดีไปด้วย แต่ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร ในที่สุด Toh ก็ได้ทุนไปเรียนเคมีและวิศวกรรมควบคุม ที่มหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ดในอังกฤษช่วงปี 1974
ตอนไปอยู่อังกฤษเขาก็หาเลี้ยงตัวเองด้วยการทำงานพาร์ตไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟ โดยส่วนใหญ่จะทำงานในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน จากนั้นก็ย้ายไปลอนดอนเพื่อศึกษาต่อปริญญาโท เขาก็หาเงินเรียนด้วยการเป็นคนเก็บขยะควบคู่ไปกับการศึกษา โดยไม่สนใจกลิ่นเหม็น หรือชั่วโมงการทำงานที่แสนทรหด เพราะเป็นงานที่พอจะช่วยให้เขามีเงินจ่ายค่าเทอมได้
เมื่อกลับมายังประเทศบ้านเกิดที่มาเลเซีย เขาก็มีหน้าที่การงานที่ดี ย้ายไปดูบริษัทหลายแห่งในเอเชีย ก่อนจะมาลงเอยที่ฮ่องกง
หลังจากเกษียณจากโลกธุรกิจไม่นาน Toh ก็ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้า และสมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเกือบสิบแห่งทั่วเอเชีย แต่ต้องหาโปรแกรมเรียนที่ไม่จำกัดอายุ ซึ่งส่วนใหญ่จำกัดอยู่ที่ 35 ถึง 40 ปี โดยทั่วไปแล้วอายุเฉลี่ยของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 จะอยู่ที่ 24 ปี และสำเร็จการศึกษาในวัย 28 ปี
Toh จึงได้ติดต่อไปหาอดีตคนงานในบ้านที่ลูกสาวเพิ่งเรียนจบแพทย์จากฟิลิปปินส์มา และได้เห็นโอกาสที่นั่น หลังการสอบวัดความรู้ และสัมภาษณ์อีกสองสามครั้ง ในที่สุดก็ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเซาท์เวสเทิร์นฟิลิปปินส์ ตอนที่รู้ว่าผ่านสัมภาษณ์เขารีบเก็บข้าวของ หาอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ใกล้ที่เรียน
แล้วความฝันใบใหม่ของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในวัย 70 ปี
แม้จะอายุมาก ความจำ สายตา การได้ยิน และร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนเหมือนวัยหนุ่มสาว แต่ Toh กลับไม่ได้มองเป็นอุปสรรค เพราะตั้งแต่เกษียณมาเขาก็ยังไม่ได้หยุดพัก Toh มักใช้เวลาไปกับการเรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ และเมื่อมาเป็นนักศึกษาแพทย์ก็ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือกายวิภาคศาสตร์ทุกวันเป็นเวลา 5 ปี (แม้แต่คนที่มีวุฒิหลายใบก็เรียนกายวิภาคศาสตร์ได้ยาก) แต่โครงสร้างทางสมองของ Toh ถูกวางรากฐานมาให้มีกระบวนการคิดเป็นเหตุเป็นผล เนื่องจากเขาเรียนทั้งเศรษฐศาสตร์ เคมี วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์มาก่อนหน้านี้แล้ว
แต่เขาไม่ใช่ยอดมนุษย์ที่มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ Toh คือคนธรรมดาที่มีช่วงเวลาแห่งการถอดใจ และตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาทำอยู่เช่นกัน
ตอนปีสาม Toh สอบตกวิชากุมารเวชศาสตร์ และต้องดรอปเรียนหนึ่งปี และในปีสุดท้ายเขาต้องฝึกงานเป็นระยะเวลา 1 ปีในโรงพยาบาลเอกชนและรัฐ โดยต้องควบเวรถึง 30 ชั่วโมง ทำให้เขานึกตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำอยู่ แทนที่จะใช้เวลาบั้นปลายชีวิตไปตีกอล์ฟ หรือนอนกลางวัน แล้วก็นึกจะยอมแพ้ขึ้นมา
แต่ Toh มีคติประจำใจว่า “Sayang” เป็นวลีในภาษาตากาล็อกมีความหมายว่า “น่าเสียดายหากไม่ทำต่อให้สำเร็จ”
อาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นที่คอยให้กำลังใจ Toh มาโดยตลอด ก็มักจะพูดกับเขาว่า “ถ้าคุณยอมแพ้ตอนนี้ก็เท่ากับว่า Sayang”
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ยังได้เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีของชีวิตนักศึกษาแพทย์ Toh ตั้งใจเรียนอย่างหนัก ไม่เคยขอให้ใครพิจารณาเป็นพิเศษ เขาอดทนต่อความยากลำบากแล้วผ่านมันมาได้อย่างดี
ตอนที่อยู่ในบทบาทนักธุรกิจก็ประสบความสำเร็จในอาชีพนั้น แต่เมื่อมาอยู่ในบทบาทนักเรียนแพทย์ก็ยังคงเปิดรับสิ่งใหม่ และบากบั่นจนสำเร็จการศึกษามาได้
ในกรณีคล้ายกันนี้ ก็มี ดร. อะตอม เลียว ชวน เฉิง ที่สำเร็จการศึกษาด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัยการแพทย์และเภสัชกรรมในโรมาเนียเมื่อปี 2015 ขณะนั้นเขาอายุได้ 66 ปี และสามารถสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ ซึ่งทำให้เขาสามารถประกอบวิชาชีพแพทย์ในยุโรปได้
ขณะที่แพทย์ที่อายุมากที่สุดที่ยังประกอบวิชาชีพอยู่ของโลก อย่าง ดร. โฮเวิร์ด ทักเกอร์ จากเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เขาได้รับการยกย่องจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดในปี 2021 ให้เป็นแพทย์ที่อายุมากที่สุดที่ยังประกอบวิชาชีพอยู่ เขาเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 102 ปีไป และยังสอนวิชาประสาทวิทยาอยู่ในปัจจุบัน
ในเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ผ่านมา Toh สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ Toh วางแผนจะทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทของเพื่อนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันในฮ่องกง
การศึกษาหลายปีของ Toh อาจจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจให้กับหลายคนที่กำลังรู้สึกว่าชีวิตนี้ได้คลาดจากหลายสิ่ง เพราะคิดว่ามันผ่านเลยวัยไปแล้ว ชายผู้นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากคุณมีความฝันคุณสามารถทำมันได้ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม
ตราบใดที่คุณยังคิดได้ว่า “สายไปเสียแล้ว” เมื่อนั้นไม่มีอะไรสาย
–



