Trend/ถือเป็นข่าวใหญ่ทั้งในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เศรษฐกิจและการเจรจาธุรกิจข้ามชาติที่กำลังถูกจับตามองมากสุดของปี 2024 สำหรับการที่ ACT จากแคนาดา ยื่นข้อเสนอมูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ซื้อกิจการ Seven&i บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งบริษัทแม่ของ 7-Eleven ทั่วโลก
ดีลนี้คนในวงการธุรกิจทั่วโลกให้ความสนใจ ตั้งแต่ที่เป็นข่าวเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะนอกจากเป็นข้อเสนอมูลค่ามหาศาลแล้ว หากปิดดีลได้ ACT จะได้ขึ้นเป็นบริษัทร้านสะดวกซื้อใหญ่สุดในโลก ด้วยจำนวนสาขารวมทั้งหมดมากถึงเกือบ 1 แสนสาขา

ขณะเดียวกันจะเป็นประตูบานแรกให้บริษัทต่างชาติเข้ามาซื้อบริษัทญี่ปุ่นมากขึ้น เพื่อให้มีเงินไหลเข้าประเทศมากระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนของรัฐบาลชุดก่อนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็นว่า ดีลนี้แทบไม่คืบหน้าไปไหน และยังมีเหตุให้สะดุดอยู่เป็นระยะ ๆ เริ่มจากการที่ Seven&i ปัดตกข้อเสนอครั้งแรก ด้วยเหตุผลว่า เป็นจำนวนเงินที่ต่ำเกินไป
และไม่นานหลังจากนั้น กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยังเพิ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า คอนบินิ เข้าไปในบัญชีธุรกิจที่ถือเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น ดีลจึงต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อน

พอมาถึงตุลาคมก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอีกจากคู่เจรจา เริ่มจาก ACT ยังไม่ละความพยายามที่จะฮุบ Seven&i เข้าไปอยู่ใต้ชายคา โดยได้เพิ่มเงินซื้อกิจการเป็น 47,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) หรือมากกว่าข้อเสนอแรก 20%
ด้าน Seven&i ก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยประกาศว่า มีแผนปรับโครงสร้างองค์กร ด้วยการแยกบริษัทที่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะประกอบไปด้วย 31 แห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้า และร้านขายของใช้เด็ก ออกไป
Seven&i เผยอีกว่า มีแผนตั้งบริษัทถือหุ้นขึ้นมาดูแลบริษัทกลุ่มนี้ และจะทำไอพีโอด้วย โดยเชื่อว่านี่จะช่วยให้บริษัทก้าวหน้าและมีศักยภาพทางธุรกิจมากขึ้น พร้อมหวังว่าทั้งผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนก็จะพึงพอใจ ส่วนชื่อ Seven&i อาจเปลี่ยนเป็น 7-Eleven Corporation
สื่อเศรษฐกิจทั้งในญี่ปุ่นและประเทศตะวันตกวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่คือการเดินเกมโต้กลับของ Seven&i เพราะจะทำให้ฝ่าย ACT ต้องเพิ่มเงินในการซื้อกิจการอีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งย่อมต้องมากกว่า 47,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมช่วยลดแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนให้ Seven&i ให้ปรับโครงการสร้างบริษัทได้อีกด้วย
ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ACT จะกล้ายื่นข้อเสนอมากขึ้นอีก เพื่อบีบผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนให้ไปกดดันบอร์ดบริหารจนไม่สามารถเพิกเฉย หรือปฏิเสธดีลได้อีกต่อไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ชิเกรุ อิชิบะ ที่เพิ่งรับตำแหน่ง จะเปิดทางด้วยการปลด คอนบินิ ออกจากธุรกิจที่สำคัญต่อความมั่นคงชาติ แลกกับการให้เงินทุนจากบริษัทต่างชาติได้ไหลเข้ามาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือไม่
ถ้าเกิด 2 เรื่องนี้ขึ้นมา Seven&i ก็จะย้ายไปอยู่ใต้ชายคา ACT ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์บางส่วนให้ดีลเดินหน้าต่อจนเสร็จสมบูรณ์
เพราะเห็นว่าเจ้าของใหม่จากต่างประเทศอาจมีไอเดียใหม่ ๆ ด้านการบริหาร ทำการตลาดและออกแคมเปญ ไม่ใช่ว่าเน้นแต่ขายของขึ้นชื่อของแต่ละเมืองซ้ำ ๆ แบบที่ Seven&i ใช้มานาน
รวมถึงน่าจะสามารถป้องกันข้อผิดพลาดหรือปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องระบบชำระเงินออนไลน์ขัดข้องและถูกแฮ็กจนล่ม ไม่ให้เกิดขึ้นได้
ซึ่งน่าจะทำให้ยอดขายในประเทศดีขึ้น และส่วนแบ่งที่เจ้าของแฟรนไชส์ได้ก็น่าจะเพิ่มขึ้น พร้อมทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Family Mart กับ Lawson ที่ยอดขายกำลังดีขึ้น ๆ

ส่วนการขยายสาขาไปยังตลาดใหม่ ๆ อย่างทวีปอเมริกาทั้งเหนือ กลาง ใต้ ก็น่าจะทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน/japantoday, bbc
–
