กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ โอกาสและความท้าทายบนโลกที่นม Plant – Based ไม่ใช่นมถั่วเหลือง (วิเคราะห์)
ตลาดนม Plant – Based (ไม่รวมนมถั่วเหลือง) แม้เป็นตลาดที่เล็ก เมื่อเทียบกับตลาดนมรวม เป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการเติบโตมากกว่า 40%
จากข้อมูลไทยกูลิโกะ อ้างอิงนีลเส็น พบว่า ในรอบปี (กันยายน 2566-สิงหาคม 2567) ตลาดนม Plant – Based (ไม่รวมนมถั่วเหลือง) มีมูลค่า
2023 1,260 ล้านบาท
2024 1,781 ล้านบาท

แต่ถ้ามองไปที่ตลาดนม Plant – Based ที่รวมนมถั่วเหลืองจะมีมูลค่า 20,000 ล้านบาท เติบโต 6%
คิดเป็นนมถั่วเหลืองมีมูลค่า 18,219 ล้านบาท
ส่วนนมวัว 35,000 ล้านบาท เติบโต 7%
ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของนม Plant – Based ที่ไม่ใช้นมถั่วเหลืองเป็นการเติบโตบนทิศทางของเทรนด์ Health and Wellness ที่ผู้บริโภคไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
และที่ผ่านมาตลาดนม Plant – Based ไม่รวมนมถั่วเหลืองเป็นตลาดที่มีคู่แข่งทั้งแบรนด์หน้าเก่า และรายใหม่ที่ต่างรุกตลาดผ่านจุดขายของตัวเอง ทั้งประเภทของนม รสชาติ ช่องทางจำหน่าย ไซซ์ กิจกรรมการตลาด และอื่น ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
รวมถึง กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ จากไทยกูลิโกะ ที่นำนมอัลมอนด์นมประเภทเดียวที่มีอยู่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่มีนาคม 2566 ผ่านนมอัลมอนด์ 3 สูตร พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตได้ครบทั้งหมดตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีที่ผ่านมาในเดือนมิถุนายน 2566
ซึ่งการขยายผ่านทางจำหน่ายตามที่กล่าวมา ถือเป็นช่องทางยอดนิยมของตลาดนม Plant – Based ที่ไม่ใช้นมถั่วเหลืองในประเทศไทย
ข้อมูลของไทยกูลิโกะ พบว่าช่องทางขายจำหน่ายนม Plant – Based ที่ไม่ใช้นมถั่วเหลือง มีมูลค่าแต่ละช่องทางดังนี้
ห้างสรรพสินค้า,ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต
2023 687 ล้านบาท
2024 887 ล้านบาท
ร้านสะดวกซื้อ
2023 567 ล้านบาท
2024 890 ล้านบาท
ร้านโชห่วย
2023 5 ล้านบาท
2024 4 ล้านบาท
และปัจจุบัน เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด ให้ข้อมูลว่า กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ มีส่วนแบ่งตลาดติด Top5 ในตลาดนม Plant – Based ไม่รวมนมถั่วเหลืองเป็นที่เรียบร้อย
และเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ คาดหวังว่าจะพา กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนม Plant – Based ไม่รวมนมถั่วเหลืองให้ได้ในอนาคตที่ยังไม่กำหนดระยะเวลา
แม้ตลาดนมอัลมอนด์จะเป็นตลาดที่มีสัดส่วน 50% ของตลาด Plant – Based ไม่รวมนมถั่วเหลืองทั้งหมด จะเป็นโอกาสที่สร้างให้กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ พานมอัลมอนด์ของตัวเองเติบโต แต่การเข้าเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดถือเป็นความท้าทายที่หนักหน่วงของไทยกูลิโกะ
เนื่องจากในตลาดนม Plant – Based กลุ่มนมอัลมอนด์ กลุ่มเดียวกับ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ มีผู้เล่นหลักในตลาดอย่าง 137 ดีกรี ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกตลาดตั้งแต่ปี 2558 และเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดในนมอัลมอนด์มากถึง 42% จากข้อมูลของ 137 ดีกรี อ้างอิงนีลเส็นช่วงมกราคม-ธันวาคม 2566
ซึ่งในต้นปี 2567 แบรนด์ 137 ดีกรีต้อนรับ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ ด้วยการปรับโลโก้ พร้อมเลือก ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ขึ้นเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ เพื่อสื่อสาร ขยายไปยังฐานลูกค้าใหม่ ๆ จากเดิมที่ฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคนอายุ 25-45 ปี
ไม่ร่วมนมอัลมอนด์ นม Plant – Based จากพืชทางเลือกอื่น ๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น มากกว่า บลูไดมอนด์, อัลโปร,โซกูด เป็นต้น
บนโอกาสและความท้าทายที่กล่าวมาในปีนี้ ไทยกูลิโกะ ได้วางกลยุทธ์การตลาด สร้างการเติบโตให้กับ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ ผ่านแนวทาง 4 ประการ ได้แก่
1. เปิดตัวรสชาติใหม่ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ มิกซ์ 3 นัท ที่รวมรสชาติจากถั่ว 3 ชนิด ได้แก่ อัลมอนด์, วอลนัท และเฮเซลนัท ผ่านจุดขาย อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์ เข้ามาขยายฐานลูกค้าจาก นมอัลมอนด์ 3 รสที่มีอยู่ ได้แก่สูตรดังเดิม, สูตรไม่เติมน้ำตาล และสูตรช็อกโกแลต
ซึ่งรสชาติใหม่ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ มิกซ์ 3 นัทเป็นรสชาติที่ กูลิโกะ วางขายในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานาน และนำมาปรับสูตรให้ตรงกับความชอบของคนไทยมากขึ้นจากการทำ Consumer Research, Consumer Test และ ศูนย์ R&D (Research and Development) ที่มีอยู่ในประเทศไทย
2. สื่อสารการตลาด เน้นสร้างความน่าเชื่อถือ จากเป็นแบรนด์ที่มียอดขายอันดับหนึ่งถึง 7 ปีซ้อนในประเทศญี่ปุ่น และแนะนำคุณประโยชน์ของสินค้ากับกลุ่มเป้าหมายที่ส่งต่อสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย
3. สร้าง Awareness ในแบรนด์และสินค้าอย่างต่อเนื่องผ่านพรีเซนเตอร์ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์เป็นปีที่ 2 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย และสื่อสารถึงคุณประโยชน์ของกูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ ได้ชัดเจนขึ้น
พร้อมกับสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านโฆษณาในรูปแบบ TVC, Online Advertising ผ่าน TikTok, Facebook, IG, สื่อนอกบ้าน, สื่อ ณ จุดขาย
รวมถึงใช้ KOL ช่วยเพิ่มการรับรู้ ดึงความสนใจให้เกิดการทดลองซื้อ
4. แจกสินค้าตัวอย่างให้ลองชิมอย่างต่อเนื่องทั้งปี ในทำเลที่จุดไฮแทรฟฟิกต่าง ๆ รวมถึงหน้าเชลฟ์ขาย ซึ่งการแจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองชิม ไทยกูลิโกะมองว่าเป็นการสร้าง High Conversion Rate ที่สามารถเป็นยอดซื้อสินค้า ณ จุดขายได้เป็นอย่างดี
5. สร้างประสบการณ์ให้กับ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ ในรูปแบบใหม่ ๆ ในรูปแบบ Collaboration กับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น ที่ผ่านมามีการ Collaboration กับแบรนด์ขนมปัง Shokupan นำกูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ เป็นส่วนผสมในเมนูขนมปัง, จับมือกับ Olino ทำ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากกูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ และในอนาคตกูลิโกะยังมีแผนจับมือ Collaboration กับแบรนด์อีกหลากแบรนด์
เพราะการจับมือในรูปแบบ Collaboration เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบุกตลาด B2B (Business to Business) ที่ไทยกูลิโกะมองว่าสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างดีอีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ดี สำหรับในปัจจุบันลูกค้าหลักของกูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะเป็นกลุ่มหนุ่ม-สาว วัยทำงาน ที่ให้ความใส่ใจด้านสุขภาพ และดื่ม กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ เฉลี่ยวันละ 1 กล่อง
ซึ่งกลยุทธ์ต่างๆ ในปีนี้เชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้กับกูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะได้เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย เพราะการขึ้น Top5 ในเวลาเพียงปีกว่า เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า มาถูกทางสำหรับตลาดในประเทศไทย
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
