เซ็นทรัล ภูเก็ต ทุ่ม 1,000 ล้านบาทขยาย Luxury Zone รับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น (วิเคราะห์)
ในภาคการท่องเที่ยวจังหวัดที่มี Performance ดีที่สุดในปีนี้ต้องยกให้ “ภูเก็ต”
มีการคาดการณ์ว่า รายได้ภาคการท่องเที่ยวปี 2567 ของภูเก็ตอาจแตะ 5 แสนล้านบาท ด้วยแรงหนุนจากรัฐและเอกชนลงทุนต่อเนื่อง เป็นเมื่อท่องเที่ยว Always High Season ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่ม +16% (YoY)
ตลอดทั้งปี มีค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว 34,336 บาทต่อคน มากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากภูเก็ตถือว่าเป็นตลาดท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ ที่นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายต่อหัวสูง
ขณะเดียวกันและมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per capita) อันดับ 1 ของภาคใต้ อันดับ 12 ของประเทศ คาดว่า GDP ของจังหวัดภูเก็ตในปี 2024 จะเติบโตเกือบ 20% โดยถือว่าขยายตัวได้ดีกว่าภาพรวมของทั้งประเทศ

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมืองภูเก็ต ถือเป็น Top destination for Global Jetsetter เทียบชั้นเมืองตากอากาศหรูระดับโลกอย่าง ฮาวาย, โมนาโก, ซานโตรินี, ไมอามี
โดยเมืองท่องเที่ยวสุดหรูเหล่านี้มีองค์ประกอบสำคัญเช่นเดียวกับภูเก็ต คือ ความสวยงามของชายหาด, World-class Infrastructure เพื่อการท่องเที่ยว, สิ่งอำนวยความสะดวก, โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัลตรา ลักชัวรี, กิจกรรมไลฟ์สไตล์หรู และที่สำคัญที่สุดคือ การช้อปปิ้งแบรนด์หรูและประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก”
5 จิ๊กซอว์สำคัญทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองชายทะเลหรูระดับโลก

1. World-Class Infrastructure
สนามบินนานาชาติภูเก็ต เตรียมขยายเฟส 2 คาดเสร็จปี 2572 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 18 ล้านคน (ปัจจุบันรองรับได้ 16 ล้านคน) นักท่องเที่ยว Top 5 คือ รัสเซีย, จีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย, อังกฤษ
ปัจจุบันมีเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเข้าสนามบินเกือบ 100,000 เที่ยวบิน/ปี เฉลี่ย 300 เที่ยวบินต่อวัน รองรับผู้โดยสารต่างชาติ 10 ล้านคน/ปี เฉลี่ย 30,000 คนต่อวัน โดยมีเที่ยวบิน บินตรงสู่เมืองสำคัญทั่วโลก เช่น ดูไบ โดฮา และออสเตรเลีย
มี Private Jet Terminal ระดับ 5 ดาวแห่งแรก ปัจจุบันมี Private Jet บินเข้าภูเก็ตเฉลี่ย 156 ลำ/ปี*
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาของกรมทางหลวง ที่มีแผนดำเนินโครงการสำคัญหลายโครงการ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นทางจราจรและแก้ปัญหาความแออัดในพื้นที่ โครงการจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่มีแผนพัฒนาทางพิเศษโครงการสำคัญ คือ ทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง และสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ หรือโครงการสนามบินน้ำ (Water Aerodrome) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดเริ่มก่อสร้างในปี 2568
2. Luxurious shopping & Dining ประสบการณ์ช้อปปิ้งแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก
เซ็นทรัล ภูเก็ต คือ Luxury mall หนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่มีลักชัวรีแบรนด์รวมกว่า 15 แบรนด์ และล่าสุด Su Va Na ร้านอาหารใต้น้ำที่ดีที่สุดในโลกที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ได้รางวัล The World’s culinary award จากดูไบ
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ท่องเที่ยวทั่วโลก อย่าง โมนาโก ที่มี Flagship ลักชัวรีแบรนด์ดังมากมาย และเมืองในริเวียรา เช่น Cannes และ Saint-Topez ที่มีถนนช้อปปิ้งอย่าง Boulevard de la Croisette ที่เต็มไปด้วยแบรนด์ไฮเอนด์ ดึงดูดเซเลบริตี้มหาเศรษฐีทั่วโลก
3. Ultra-Luxury Properties & Hospitality
ภูเก็ตมี Luxury Residences กว่า 17 โครงการ ที่มีมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอสังหาฯ ระดับหรู เป็นที่ต้องการของกลุ่มเศรษฐีทั่วโลก
ติด Top 4 ของโลก รองจาก ดูไบ ฟลอริดา และ นิวยอร์ก ราคาที่ดินโตก้าวกระโดดในรอบ 20 ปี เพิ่มขึ้นถึง 700%
โดยเฉพาะหาดราไวย์ ที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงสุด และ ‘ย่านบางเทา’ ที่ถูกขนานนามว่า ทองหล่อแห่งภูเก็ต
4. Exclusive Activities
ท่าเรือ Superyachts 5 แห่ง ได้แก่ ยอชต์เฮเว่น มารีน่า, อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า, รอยัล ภูเก็ต มารีน่า, โบ๊ทลากูน มารีน่า, ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง สนามกอล์ฟมาตรฐานระดับโลก 16 แห่ง ร้านอาหารมิชลินระดับหรู 28 ร้าน
5. A Global Hub for Health & Education
ภูเก็ตโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก 9 แห่ง ยกตัวอย่าง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2569 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะยกระดับภูเก็ตให้เป็น Medical hub อีกทั้งยังมีโรงเรียนนานาชาติ 13 แห่ง

เซ็นทรัล ภูเก็ต เดินหน้าขยาย Luxury Zone แบรนด์หรูปักหมุดเปิดบูทิคต่อเนื่อง ย้ำภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวหรูระดับโลก
อีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนการเป็น Top destination for Global Jetsetter คือการลงทุนของ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” ที่ในโอกาสครบรอบ 6 ปี ทุ่มทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่ฝั่งฟลอเรสต้า
จากเดิม GFA 180,000 ตร.ม. เป็น 200,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้น 2 หมื่น ตร.ม. เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง โดยแบ่งเป็น Ultra Luxury Brands and Bridge Line รวมทั้งสิ้น 25 แบรนด์ (ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 16 แบรนด์)
เซ็นทรัล ภูเก็ต ถือเป็น Luxury mall ที่รวมแบรนด์หรูมากที่สุดหนึ่งเดียวที่อยู่นอกกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีมีลักชัวรีแบรนด์ทั้งหมด 15 แบรนด์ และภายในปี 67 จะเพิ่มเป็น 16 แบรนด์ ได้แก่ BALENCIAGA, BOTTEGA VENETA, BURBERRY, BVLGARI, CELINE, DIOR, GUCCI, HERMÈS, LOUIS VUITTON, OMEGA, PMT THE HOUR GLASS, PRADA, SAINT LAURENT, TIFFANY & CO. และ VERSACE, ZEGNA

นอกจากนี้ ยังเพิ่มแบรนด์สตรีทระดับโลก อย่าง Lululemon สาขาแรกนอกกรุงเทพฯ และ ZARA Flagship Store คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด ใหญ่ที่สุดใน South East Asia บนพื้นที่กว่า 1,800 ตารางเมตร
มียอดขายเปิดร้านวันแรก (1 Nov) อันดับ 1 ในเอเชีย และปัจจุบันมียอดขายติดอันดับ 3 ของไทย รองจากกรุงเทพฯ สะท้อนศักยภาพเมืองเป็นศูนย์การค้าที่แบรนด์โลกเลือกปักหมุด

แทรฟฟิกปัจจุบันของ เซ็นทรัล ภูเก็ต เฉลี่ย 80,000 คน/วัน คาดหลังขยายโซนแล้วเสร็จ จะเพิ่ม 25% เป็น 100,000 คน/วัน แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 70% และคนไทย 30% นักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่เข้าใช้บริการศูนย์การค้า: Russia, China, USA, Singapore, Hongkong
ข้อมูลจาก The 1 พบว่า Spending per visit ของ The 1 Member สูงกว่าศูนย์อื่น 5 เท่า และ Spending per visit ของ The 1 Exclusive สูงกว่าศูนย์อื่น 6 เท่า
โดยสิ่งที่ดึงดูดให้คนมาช้อปแบรนด์เนมที่เซ็นทรัล ภูเก็ต คือ มีสินค้า Rare items ที่หาไม่ได้ที่อื่น
![]()
ตลาด Luxury ไทยเติบโตที่มีมูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ คาดการณ์การเติบโตเฉลี่ย 6.15% ต่อปี จนถึงปี 2028 ซึ่งสูงกว่าตลาดในสิงคโปร์
โดยสินค้า Luxury ในไทยเน้นกลุ่มแฟชั่นเป็นหลักเติบโตจากความต้องการในประเทศ และอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย แม้ตลาดสินค้าหรูทั่วโลกชะลอตัว แต่ไทยกลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง วัดได้จากเม็ดเงินโฆษณาแบรนด์หรูต่าง ๆ ที่ Target ในไทยโตถึง 214% ในครึ่งปีแรกของปี 67 สูงที่สุดในเอเชีย
–
Website : Marketeeronline.co /
