กรุงศรี ใช้กลยุทธ์ GO ASEAN เพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อในอาเซียน สร้างสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 20% ในปี 2567

หลังประกาศขยายธุรกิจในอาเซียนเต็มกำลังภายใต้แนวคิด GO ASEAN with krungsri ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ กรุงศรี เดินหน้าสร้างเครือข่ายและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แข็งแกร่ง

โดยกรุงศรีมีบริษัทในเครือในต่างประเทศทั้งสิ้น 6 บริษัท เป็นธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคจำนวน 5 บริษัท และธุรกิจธนาคารพาณิชย์จำนวน 1 แห่ง กระจายอยู่ 5 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และ สปป. ลาว ให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 19 ล้านราย โดยมีสินเชื่อคงค้างจากธุรกิจในต่างประเทศรวม 1.04  แสนล้านบาท (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2567)

พัทธ์หทัย กุลจันทร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจอาเซียน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) อัปเดตภาพรวมในปี 2567 ให้ฟังว่า กรุงศรีประสบความสำเร็จในการขยายพอร์ตสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มลูกค้า SME และกลุ่มลูกค้ารายย่อย นอกจากนี้ เรายังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์ และเสริมสร้างรายได้จากกลุ่มสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง”

ปัจจุบันธุรกิจอาเซียนมีสัดส่วนสินเชื่อราว 5% ของสินเชื่อรวม ขณะที่สัดส่วนรายได้อยู่ที่ 20% ของรายได้รวม สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 23.2%”

จากสัดส่วนรายได้กว่า 20% ของรายได้รวม เรียกได้ว่า “ธุรกิจอาเซียน” คือหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญของกรุงศรีเลยก็ว่าได้

ที่น่าสนใจคือ ที่มาของความสำเร็จครั้งนี้กรุงศรีได้นำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่มีมาต่อยอดเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ด้วยการสร้างระบบนิเวศกรุงศรี (Krungsri Ecosystem) และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

  1. การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและความแข็งแกร่งของกรุงศรี และ MUFG สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับบริษัทในเครือในต่างประเทศ เช่น การได้รับอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีของ กรุงศรี และ MUFG จากบริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำ ส่งผลให้บริษัทลูกในต่างประเทศมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น
  2. การส่งต่อความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อจากกรุงศรี ออโต้ และกรุงศรี คอนซูมเมอร์ให้กับบริษัทในเครือในต่างประเทศ ในฐานะผู้นำในตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศไทย กรุงศรีนำจุดแข็งดังกล่าวมาปรับใช้เป็นแนวทางเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ
  3. การเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนกรุงศรีได้พัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรหลายราย ภายใต้โครงการ ASEAN Privilege โดยจับมือกับพันธมิตรอย่าง คิง พาวเวอร์ และ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เพื่อให้สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์และการช้อปปิ้งแก่ลูกค้านักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย

และล่าสุดกรุงศรีเตรียมประกาศความร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลเพื่อขยายบริการด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดึงดูดและเป็นจุดแข็งของประเทศ ให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าในอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งความคืบหน้าสำคัญในการรุกตลาดอาเซียนของ กรุงศรี คือ แผนในการเข้าซื้อกิจการ SHB Finance ธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศเวียดนามนั้น “ราบรื่นและรวดเร็ว” กว่าแผนที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้

ล่าสุดเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กรุงศรีได้ยื่นเข้าซื้อและรับโอน 50% ที่คงเหลือจากการซื้อและรับโอนส่วนของทุนครั้งแรก โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่ากรุงศรีจะเข้าถือหุ้น 100% ของ SHB Finance เสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2568 จากเดิมที่คาดว่าจะยื่นเข้าซื้อ 50% ที่คงเหลือในปี 2569 (หรือ 3 ปีหลังจากการซื้อและโอนส่วนของทุนครั้งแรก)

ก้าวต่อไปของ GO ASEAN with krungsri

เมื่อถามถึงเป้าหมายและทิศทางธุรกิจอาเซียนของกรุงศรี พัทธ์หทัย กล่าวว่า “เราตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2568 จะมีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศอยู่ที่ 25% ของรายได้รวม”

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กรุงศรีไปถึงเป้าหมายได้นั้น คือ กลยุทธ์การดำเนินงานของธุรกิจอาเซียน ในปี 2568 ทั้ง 3 แกนหลัก ได้แก่

  1. ปรับแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง (BUSINESS TRANSFORMATION) โดยในแต่ละบริษัทจะมีการกำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและสถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจ อาทิ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการของสาขา และเร่งขยายฐานผู้ใช้งานโมบายแอปพลิเคชันของ Hattha Bank
  2. เพิ่มความแข็งแกร่งในการสร้างรายได้ (REVENUE STRENGTHENING) อาทิ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด และรักษาฐานลูกค้าเดิมให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ Home Credit Philippines และ Home Credit Indonesia สามารถครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจ รวมทั้งพัฒนาโมเดลทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้าในกลุ่มใหม่ ๆ เช่น Home Credit Philippines และ SHB Finance ที่มีแผนการขยายและเข้าสู่ตลาดบัตรเครดิต การขายประกันในรูปแบบของผลิตภัณฑ์การเงินผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ของ Hattha Bank
  3. เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล (PRODUCTIVITY & EFFICIENCY) อาทิ การนำเทคโนโลยี Robotic Process Automation เข้ามาช่วยในงานด้านการปฏิบัติงาน เพื่อทำให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือที่มีอยู่ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและมากขึ้น สามารถช่วยขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล

 

ทั้งหมดนี้ คือ Performance ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอาเซียน และทิศทางในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด GO ASEAN with krungsri

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer